• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews

Mini Cooper S Oxford Edition 2020 โดดเด่นและเท่ยิ่งขึ้น พร้อมการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์

What Car? Team by What Car? Team
March 12, 2020
in Reviews, Road Test
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

Overview Of Car

Mini รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด 60 คันในไทย เสริมภาพลักษณ์ภายนอกให้โดดเด่นและเท่ยิ่งขึ้น มาพร้อมการขับขี่แบบ Go-Kart Feeling อันเป็นเอกลักษณ์ ให้คุณสนุกสนานในทุกจังหวะที่กดคันเร่ง ราคา 2,859,999 บาท

         เมื่อพูดถึงรถที่บ่งบอกถึงตัวตนและสไตล์ของเจ้าของได้มากที่สุดคงไม่มีอะไรเหมาะไปกว่า Mini อีกแล้ว นี่คือรถที่แค่มองก็รู้สึกได้ถึงความสนุก ขี้เล่น น่ารัก และเป็นมิตร จนมันสามารถครองใจผู้คนทั่วมายาวนานกว่า 60 ปี Mini ธรรมดาที่เป็นทรงแฮทช์แบ็กก็จัดว่าโดเด่นแล้วเมื่อโลดแล่นบนท้องถนน แต่ความโดดเด่นนั้นจะดับเบิ้ลขึ้นไปอีกเมื่อเจอกับ Mini Cooper S ที่มีคำว่า Oxford Edition ต่อท้าย

            Mini Cooper S Oxford Edition คือการอัพเกรดเพิ่มความพิเศษลงไปให้เป็นมากกว่ารถ Mini ที่คุณเคยเห็นด้วยการการตกแต่งใหม่รอบคันและสีตัวถังพิเศษเรียบหรูในสไตล์ผู้ดีอังกฤษ โดย Mini รุ่นพิเศษนี้มีเพียง 60 คันในเมืองไทย เปิดตัวมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วที่งาน Motor Expo 2018 แต่…แต่…ยังขายไม่หมดนะขอบอก ที่สำคัญคือมีให้เลือก 2 ตัวถังทั้งแบบ 3 ประตูและ 5 ประตู อยากจะเด่นแบบไหน เชิญได้เลย

            และวันนี้เราอยู่กับ Mini Cooper S Oxford Edition ตัวถัง 5 ประตูสุดหล่อ ราคาค่าตัว 2,859,999 บาท พื้นฐานของมันคือ Mini Hatch เจนเนอเรชั่นล่าสุด F57 ที่เพิ่งถูกปรับโฉม (LCI) ให้มีความสดใหม่ เพิ่มลูกเล่นเก๋ๆ เข้าไปให้ชวนมองมากขึ้น รายละเอียดหลายๆ อย่างยังคงความคลาสสิกไว้ ซึ่งมันเป็นดั้งเสน่ห์ที่แฟนๆ มินิต่างหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น ไปดูกันดีกว่าว่าเจ้า Oxford Edition คันนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง

 

1 of 23
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

สเปครถยนต์

Body Style:Hatchback
Description:แฮทช์แบ็กขนาดเล็ก 4 ประตู 5 ที่นั่ง
Engine:เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร TwinPower Turbo
Fuel Consumption:17.4 กม./ลิตร (ค่าโรงงาน)
Fuel Type:เบนซิน
Make:MINI
Max Power:192 แรงม้า ที่ 4,700 รอบต่อนาที
Max Torque:280 นิวตันเมตร ที่ 1,250 – 4,000 รอบต่อนาที
Model:Mini Cooper S 5-Door Oxford Edition
Price Guide:2,859,999 บาท
Release Date:พฤศจิกายน 2018
0-100 km/h:6.8 วินาที
Transmission:เกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch 7 สปีด

ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์

            Mini Cooper S Oxford Edition ที่คุณเห็นอยู่นี้ใช้พื้นฐานตัวถัง เครื่องยนต์ และฟังก์ชั่นต่างๆ จากรุ่นแฮทช์แบ็ก 5 ประตูทั้งหมด การตกแต่งภายนอกของรถคันนี้ใครเห็นก็ต้องเหลียวมอง เริ่มตั้งแต่เรือนร่างสีน้ำตาล Pure Burgundy ตัดด้วยหลังคาและกระจกมองข้างสี Melting Silver พร้อมด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษของ Oxford Edition ประกอบด้วย ล้ออัลลอยลายขอบ 17 นิ้ว สีดำลาย Cosmos Spoke แถบสติกเกอร์คู่สีดำ เอกลักษณ์ของ MINI Cooper S ที่ฝากระโปรงหน้าและประตูท้าย

            ไฟหน้าทรงกลม กรอบไฟเปลี่ยนจากโครเมี่ยมมาเป็นสีดำ Paino Black เพิ่มลูกเล่นเป็นไฟเดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลท์ LED แบบวงแหวนซึ่งเป็นไฟเลี้ยวในตัวด้วย กรอบกระจังหน้าเปลี่ยนเป็นสีดำเงา Paino Black แปะตรา S เพื่อบ่งบอกว่านนี่คือรุ่น Cooper S เหนือกระจังขึ้นไปเป็นตราโลโก้ Mini ที่เพิ่งปรับดีไซน์ใหม่ในรุ่น LCI นี่เอง ดูทันสมัย เรียบง่าย มินิมอล ถัดขึ้นไปเป็นช่องรับอากาศบนฝากระโปรงหน้าที่เพิ่มภาพลักษณ์ความดุดันได้เป็นอย่างดี กันชนหน้ามีช่องรับอากาศสี่เหลี่ยม 2 ช่อง พร้อมไฟตัดหมอกทรงกลมลงตัวกับหน้าตาโดยรวมของรถ

            มือจับประตูและฝาปิดถังน้ำมันเป็นสีดำ Paino Black บริเวณไฟเลี้ยวตรงแก้มข้างประทับตรา Oxford Edition บ่งบอกตัวตนชัดเจน ไฟท้าย LED รูปธงยูเนียน แจ็ค แห่งประเทศอังกฤษเป็นความโดดเด่นที่ขับไปที่ไหนก็มีแต่คนมองและรู้ทันทีว่านี่คือ Mini กรอบไฟเปลี่ยนจากโครเมี่ยมเป็นสีดำ Piano Black เสริมความสปอร์ตด้วยกันชนท้ายลายตะแกรงรังผึ้งสีดำเว้ารับปลายท่อคู่ตรงกลางอย่างสวยงาม และสปอยเลอร์สีเดียวกับหลังคา

            รุ่นตัวถัง 5 ประตูเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้า-ออกรถของผู้โดยสาร ระยะฐานล้อที่ยาวขึ้น 72 มม. ช่วยให้พื้นที่เบาะหลังไม่คับแคบเหมือนรุ่น 3 ประตู พื้นที่เหนือศีรษะก็เพิ่มขึ้น ห้องเก็บสัมภาระท้ายใหญ่ขึ้น การออกแบบที่ดีทำให้เจ้า  Oxford Edition มีรูปร่างที่สมส่วนและดูสปอร์ต

ภายในพิเศษกว่าที่เคย

            ภายนอกว่าเจ๋งแล้ว ภายในก็เจ๋งไม่แพ้กัน ความพิเศษของเจ้า Mini Oxford Edition ก็คือการใช้เทคโนโลยี 3D Printing หรือการพิมพ์แบบ 3 มิติ พิมพ์ป้ายชื่อรุ่น Oxford Edition มาปักไว้ตรงด้านข้างของเบาะ แถมบริเวณแดชบอร์ดฝั่งผู้โดยสารยังตกแต่งด้วยพลาสติกลายคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมลวดลายที่เน้นคาแร็กเตอร์สไตล์รถอังกฤษด้วยไฟเรืองแสงลายธงยูเนียนแจ็ค มันจะแสดงสีตามไฟบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ตอนกลางคืนจะโดดเด่นเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ที่พวงมาลัยยังแปะตราธงชาติยูเนียนแจ็ค รวมถึงด้านหลังของหมอนรองศีรษะก็เป็นลายธงยูเนียนแจ็คด้วย แสดงตัวตนเป็นรถอังกฤษอย่างเต็มภาคภูมิ

            ลายละเอียดอื่นๆ ยังคงเหมือนกับรุ่นแฮทช์แบ็ก 5 ประตู เราชอบการออกแบบที่แฝงไปด้วยลูกเล่นที่ดูสนุกสนาน กล้าคิดกล้าทำ ไม่ว่าจะเป็นมือจับประตู หน้าจอระบบสาระบันเทิง แผงหน้าปัด ปุ่มเครื่องปรับอากาศ แผงปรับประจกหน้าต่าง แผงควบคุมที่คอนโซลกลาง ช่องแอร์ ที่เท้าแขนต่างๆ ทุกอย่างเล่นกับวงกลมดูเป็นธีมเดียวกันทั้งห้องโดยสาร วงแหวนไฟ LED รอบหน้าจอกลางจะเปลี่ยนสีไปตามเมนูบนหน้าจอ และแสดงผลแบบ Interactive เช่นเพิ่มระดับเมื่อเพิ่มวอลลุ่ม เป็นต้น มีไฟบรรยากาศหลายสีให้เลือกปรับได้ตามอารมณ์

            ในความทันสมัยก็ยังแฝงความคลาสสิกเอาไว้อย่างน่าปรบมือ ที่เห็นได้ชัดก็คือหน้าปัดที่ยังเป็นเข็มแบบเข็มอนาล็อกอยู่ รวมถึงเบาะนั่งที่ต้องปรับด้วยมือทั้งหมด และก้านเบรกมือขนาดใหญ่ จุดที่เราชอบอีกอย่างคือปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์สีแดงที่มีลักษณะเป็นสวิตช์งัดขึ้น-ลงคล้ายกับรถแข่งโบราณ ให้อารมณ์เก่าๆ ได้พอสมควร

            แม้การออกแบบจะเต็มไปด้วยลูกเล่นแต่คุณภาพวัสดุและงานประกอบไม่ใช่เล่นๆ ทุกอย่างละเอียดและประณีตตามมาตรฐานรถยุโรปสมกับราคาค่าตัว ตกแต่งด้วยวัสดุซอฟต์ทัชจำนวนมากทั้งบนแดชบอร์ดและแผงประตู ตัดด้วยชิ้นส่วนสีดำเงา Piano Black พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมด้วยปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและควบคุมความเร็ว น่าเสียดายที่ไม่มีแพดเดิลชิฟท์มาให้

            Mini Oxford Edition ของเรามาพร้อมกับความบันเทิงเต็มรูปแบบ โดดเด่นด้วยหน้าจอระบบสาระบันเทิงแบบสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ, Apple CarPlay, Android Auto มีช่องเสียบ USB 2 ช่อง ฟังก์ชั่นใช้งานครบครัน มีระบบนำทาง Navigation และรองรับการเชื่อมต่อผ่านแอพฯ MINI Connected จุดที่น่าสังเกตุคือระบบเสียง Harman Kardon ถูกตัดออกไป คุณภาพเสียงที่ได้จึงเป็นรองรุ่นแฮทช์แบ็ก

            จากการใช้งาน หน้าจอกลางของ Mini Oxford Edition มีความคมชัด สีสันสดใส หน้าตาเมนูสวยงามใช้งานง่าย ระบบมีความลื่นไหลมากๆ การควบคุมทำได้ง่ายผ่านแป้นหมุนที่คอนโซลกลางเหมือนรถ BMW อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจก็คือ Head-up display ที่จะคอยแสดงผลความเร็วที่ขับรวมถึงแสดงผลระบบนำทางซึ่งใช้งานจริงแล้วสะดวกมาก

            มาต่อกันเรื่องพื้นที่ ด้วยความที่ Mini Oxford Edition นั้นแทบจะเหมือนกับ Mini Hatch 5 Door ในทุกๆ ส่วน พื้นที่ภายในก็เช่นกัน คุณจะเข้า-ออกรถได้อย่างสะดวกสบายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ตำแหน่งนั่งขับไม่ต่ำมากทำให้ไม่ต้องก้มตัวมุดเข้ามา (ยกเว้นจะตัวสูงมากๆ) ทัศนะวิสัยหน้ารถดี กระจกมองข้างทรงกลมทำให้บางจังหวะมองแล้วยังไม่ค่อยเคลียร์ มุมมองผ่านไหล่ไปกระจกบานหลังชัดเจน พื้นที่เบาะหน้ามีเพียงพอกับคนตัวสูง 180 ซม. ตัวเบาะนั่งเป็นแบบปรับมือทั้งหมด มีความนุ่ม นั่งสบายและโอบกระชับลำตัวได้ดี พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง สูง-ต่ำ-เข้า-ออก

            พื้นที่เบาะหลังนั่ง 2 คนได้สบายๆ ถ้าคนตัวสูงมานั่งยังมีที่ว่างช่วงศีรษะและที่ว่างช่วงขาเหลือๆ พนักพิงปรับเอนได้ ตัวเบาะนุ่ม นั่งสบาย เบาะหลังตัวกลางไม่เหมาะกับการนั่งนานๆ เพราะแคบและมีช่องวางแก้วมาบังตรงช่วงขา

            พื้นที่เก็บสัมภาระของ Mini Oxford Edition ใหญ่พอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เดินทางไกล 1 – 2 คนยังพอไหว ขอบห้องมีขนาดค่อนข้างใหญ่ พื้นห้องค่อนข้างลึก พนักเบาะหลังพับแยกได้แบบ 60/40

สนุกทุกครั้งที่กดคันเร่ง

            ทันทีที่กดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงทุ้มๆ ของเครื่อง เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ลั่นออกจากท่อคู่อย่างไพเราะน่าฟัง เห็นรถคันเล็กๆ แบบนี้แต่แท้จริงแล้วพาฝูงม้ามาด้วยถึง 192 ตัว กับแรงบิด 280 นิวตันเมตร ลองนึกดูว่าเมื่อวางเท้ากดคันเร่งแล้วจะมันส์ขนาดไหน

            ไม่รอช้า เราพาเจ้า Mini Oxford Edition มุ่งหน้าออกนอกเมืองทันที เมื่อกดคันเร่งคุณจะรู้สึกได้ถึงแรงดึงอันหนักหน่วงพร้อมกับเสียงท่อดังกระหึ่มอยู่ด้านหลัง มันเป็นอะไรที่เร้าใจอย่างมาก เกียร์ 1 ลากรอบขึ้นไปสูงประมาณ 5 พันรอบ ก่อนจะตบเข้าเกียร์ 2 โดยไม่มีรอยสะดุด รถพุ่งทะยานจากจุดหยุดนิ่งสู่ 100 กม./ชม. ได้อย่างรวดเร็ว มันตื่นเต้นเร้าใจกว่าที่เราคิดไว้พอสมควรเลยล่ะ

            ที่ความเร็วเดินทางทาง การคิ๊กดาวน์ต้องกระแทกแป้นคันเร่งไปจนสุด รอจังหวะนิดนึงก่อนที่เกียร์จะชิฟท์ลงต่ำพร้อมกับรอบเครื่องที่ดีดขึ้นสูง จากนั้นคุณจะรู้สึกถึงแรงดึงที่น่าประทับใจ การเร่งแซงตอบสนองได้รวดเร็วจนคุณไม่ต้องกังวลว่าจะแซงไม่พ้นรถพ่วง 18 ล้อ

            เกียร์ DCT 7 สปีดให้อารมณ์ดิบและสนุกสนานอยู่แล้วเป็นทุนเดิม มันมีความฉลาด ฉับไว ตอบสนองดีไม่ว่าจะขับด้วยกลวิธีแบบไหน จังหวะเปลี่ยนเกียร์มีความนุ่มนวลไร้ซึ่งรอยต่อ จะมีสะดุดเล็กๆ ก็ตอนจังหวะลดเกียร์ที่ความเร็วต่ำ ซึ่งไม่ทำให้เสียอารมณ์แต่อย่างใด ถ้าอยากได้ฟีลลิ่งแบบสปอร์ตที่เข้มข้นขึ้นไปอีก ให้คุณดันเกียร์มาที่ M และใช้การควบคุม +/- ด้วยตัวเอง นั่นแหละคือความสุขของคนที่รักการขับขี่อย่างแท้จริง จะลากรอบหรือทำเอนจิ้นเบรกเท่าไรก็ได้ ซึ่งการตอบสนองของเกียร์ในตำแหน่ง M นี้ก็ฉับไวไม่มีดีเลย์

            รถยนต์ Mini ของแท้ต้องให้ความรู้สึกแบบ Go-Kart Feeling ซึ่งเจ้า Oxford Edition ของเราก็ไม่ทำให้ผิดหวัง คุณจะรู้สึกได้ถึงความแน่น หนึบ กระด้าง แต่ยังไม่เท่าตัวแฮทช์แบ็ก 3 ประตู ทุกแรงสะเทือนบนพื้นถนนทั้งรอยปะ รอยต่อต่างๆ หลุม ร่อง เนิน คุณจะรับรู้ได้หมด แต่ช้าก่อน ที่เราบอกไปมันไม่ใช่ข้อเสีย ทั้งหมดนี้คือเอกลักษณ์ของรถ Mini ที่แฟนๆ เข้าใจและหลงใหลจนเป็นที่มาของคำว่า Go-Kart Feeling ความแข็งกระด้างพวกนี้ก็มาพร้อมกับความหนึบแน่นเกาะถนนเสมือนติดกาวไว้ที่ล้อ คุณสามารถใช้ความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจ รวมถึงการมุดเปลี่ยนเลนก็ทำได้อย่างกระฉับกระเฉง ยิ่งเข้าโค้งยิ่งรู้สึกเลยว่าหนึบมาก อาการโยนมีน้อย รถไหลผ่านโค้งได้แบบเนียนกริบ บอกเลยว่าถ้าขับบนถนนลาดยางใหม่ๆ ที่ผิวทางยังเรียบอยู่ล่ะก็ความรู้สึกเหมือนขับในสนามดีๆ นี่เอง

            ระบบบังคับเลี้ยวของ Mini Oxford Edition ปรับเซ็ตมาแบบสปอร์ตจากโรงงาน คุณจะรู้สึกได้ถึงความหนักตั้งแต่ความเร็วต่ำ การหมุนควงพวงมาลัยขณะถอยจอดอาจต้องออกแรงหน่อย ระยะฟรีพวงมาลัยที่น้อยทำให้การควบคุมทิศทางหน้ารถทำได้ง่ายและค่อนข้างไว ตอบสนองต่อการหักเลี้ยวได้แม่นยำ พอใช้ความเร็วสูงจะรู้สึกได้ทันทีว่าพวงมาลัยหนักแน่นและมั่นคง จากความหนืดที่ค่อนข้างมากเกินไปในความเร็วต่ำพอเป็นความเร็วสูงจะรู้สึกว่าพอดี ส่งผลต่อการควบคุมขณะเข้าโค้งที่จะรู้สึกว่าขับง่าย เที่ยงตรงและแม่นยำ

            แป้นเบรกของ Mini Oxford Edition ตอบสนองได้ดี มีแรงต้านการเหยียบเป็นธรรมชาติ ระยะฟรีไม่มากทำให้กะน้ำหนักการเหยียบได้ง่าย มีความนุ่มนวล การหน่วงความเร็วสัมพันธ์การน้ำหนักการเหยียบ เบรกหนักๆ จากความเร็วสูงก็เอาอยู่หมด

            เรื่องการป้องกันเสียงอยู่ในเกณฑ์ดีตามาตรฐานรถแฮทช์แบ็ก ถ้าเอาไปเทียบกับพวกรถหรูคงสู้ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่นี่คือรถวัยรุ่น มันต้องมีเสียงให้รู้สึกเร้าใจหน่อย ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. คุณจะเริ่มได้ยินเสียงลมลอดเข้ามาตามขอบหน้าต่าง เสียงถนน เสียงยาง ก็เริ่มดังขึ้นตามมา ถึงตอนนี้คุณอาจต้องเพิ่มวอลลุ่มเพื่อจะฟังเพลงโปรดแบบชัดๆ หรือต้องเริ่มพูดคุยกันด้วยระดับเสียงที่ดังขึ้นจากปกติ

            Mini Oxford Edition ของเรามี 3 โหมดขับขี่คือ GREEN, MID และ SPORT เราขับ MID เป็นหลักซึ่งก็ให้อารมณ์ความสนุกได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้ว พอกด SPORT ปุ๊ปความเร้าใจก็เพิ่มขึ้นทันทีเพราะเครื่องยนต์และเกียร์จะเปลี่ยนนิสัยเป็นดุดันยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ทำงานที่รอบสูงขึ้น เกียร์ไวขึ้น ลากรอบยาวมากขึ้น เสียงท่อที่หล่ออยู่แล้วก็ยิ่งหล่อขึ้นไปอีก พวงมาลัยที่หนักขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ช่วงล่างก็จะแข็งขึ้นอีกเล็กน้อย

สรุปความน่าใช้

Mini Oxford Edition คือความโดดเด่นที่ไม่ว่าขับไปที่ไหนก็มีแต่คนเหลียวมอง มันคือรถที่ได้รับการตกแต่งให้แสดงตัวตนความเป็นรถอังกฤษได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งหล่อ ทั้งเท่ ทั้งดูดี เหมาะกับผู้ขับที่ชอบความมีสไตล์มากกว่าประโยชน์ใช้สอย ถ้าคุณเลือกเป็นเจ้าของ รับรองเลยว่าคุณจะไม่เกร่อแน่นอนเพราะเวอร์ชั่นนี้มีเพียง 60 คันในไทย

            ด้านการขับขี่ Mini Oxford Edition ยังคงเป็นรถที่ขับสนุกและขับมันส์ตามสไตล์ Go-Kart Feeling ที่เปรียบดั่งเอกลักษณ์ของตน รถคันนี้พร้อมมอบความสุขให้กับผู้เป็นเจ้าของทุกครั้งที่เปิดประตูเข้ามานั่งหลังพวงมาลัยพร้อมกับสตาร์ทเครื่องและขับออกไปโลดแล่นบนท้องถนน ความเล็กและความคล่องแคล่วทำให้มันขับดีทั้งในเมืองและออกต่างจังหวัด มันเป็นรถที่เหมาะกับคนที่ชอบขับขี่อย่างแท้จริง

            เราไม่อยากพูดถึงความคุ้มค่ากับราคาค่าตัว 2,859,999 บาทเพราะนี่คือเวอร์ชั่นพิเศษที่เหมาะกับการเก็บสะสมในโรงรถ ซึ่งผู้ใช้รถ Mini ส่วนใหญ่มองว่ามันเป็นมากกว่ารถใช้งาน มันคือของมีค่า มันคือคุณค่าทางจิตใจ คนที่ชอบยังไงก็คือชอบ และ Mini Oxford Edition ก็พร้อมจะเป็นเพื่อนร่วมเดินทางที่ดีตลอดไป

The Review

Mini Cooper S Oxford Edition

4.1 Score

ขับสนุก ปราดเปรียว ว่องไว คล่องตัว ได้ฟีลแบบรถโกคาร์ทขนานแท้ เสริมด้วยความโดดเด่นจากการตกแต่งภายนอกและภายในห้องโดยสารที่มีแบบนี้เพียงแค่ 60 คันเท่านั้นในเมืองไทย

PROS

  • ฟีลลิ่งการขับขี่แบบโกคาร์ท ขับสนุก ปราดเปรียวและคล่องตัว
  • เครื่องยนต์ทรงพลัง อัตราเร่งจี๊ดจ๊าด เสียงท่อกระหึ่มเร้าใจ
  • ตกแต่งแบบพิเศษ มีเพียง 60 คันในเมืองไทย
  • สีตัวถังพิเศษ สีน้ำตาล Pure Burgundy
  • ภายในอารมณ์ดิบและคลาสสิค
  • ห้องโดยสารตอนหลังนั่งสบาย
  • ห้องเก็บสัมภาระจุได้เยอะ (สำหรับรถขนาดเล็ก)

CONS

  • ถ้ามองหาความสบาย เงียบ ขับขี่นุ่มนวล มองข้ามไปได้เลย
  • ระบบความปลอดภัยมีน้อย
  • ระบบช่วยขับขี่มีน้อย
  • ไม่ประหยัด

Review Breakdown

  • Driving
  • Engine & Trans
  • Fuel Consumption
  • Practicality
  • Price and Features
  • Design
  • Saftey
Tags: Cooper SCooper S Oxford EditionMINI

Related Posts

Reviews

รีวิว Mercedes-EQE 300

Reviews

รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic

รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive (รุ่นปี 2024-2025)
Reviews

รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive (รุ่นปี 2024-2025)

Kia PV5 front cornering
Reviews

รีวิว Kia PV5 Cargo

Honda Super-N (ในไทยคือรุ่น Super-One) front still
Reviews

รีวิว Honda Super-N, Super-One

Mercedes-Benz VLE 2026 driving front left
Reviews

รีวิว Mercedes-Benz VLE 2026

Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1058 shares
    Share 423 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1046 shares
    Share 418 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.