• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Uncategorized

Mercedes-Benz S350d Exclusive มอบประสบการณ์ความหรูหรา ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ด้วยที่สุดแห่งยนตรกรรม

What Car? Team by What Car? Team
November 16, 2021
in Uncategorized
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

       Mercedes-Benz S350d Exclusive  เป็น The new S-Class ที่สุดแห่งยนตรกรรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่พร้อมมอบประสบการณ์ยานยนต์ที่เป็นที่สุดของความหรูหรา ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำหน้าที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น การออกแบบทั้งภายในและภายนอกใหม่หมดจด ภายใต้คอนเซ็ปต์ Sensual Purity ในภาษาดีไซน์ที่ได้รับการยกระดับขึ้นในทุก ๆ ส่วน พร้อมตอบรับความต้องการของผู้โดยสารในทุกที่นั่งด้วยประสบการณ์ดิจิทัลที่เป็นที่สุด โดยเฉพาะระบบมัลติมีเดีย MBUX7 เจเนอเรชันใหม่ และระบบความปลอดภัยสุดล้ำหน้า ที่พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ขึ้นอีกขั้นในทุกรายละเอียด

     ที่สุดแห่งยนตรกรรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทำให้ทางทีม What car? อยากทดสอบประสบการณ์ความหรูหรานี้ เราจะมาดูกันว่าคำว่าที่สุดนั้น มันสุดยอดจริงหรือไม่

ใส่ใจทุกรายละเอียดในการออกแบบ

        กระจังหน้ามีการออกแบบดีไซน์ใหม่จากรุ่นเดิม แต่ยังคงเอกลักษณ์ดาวไว้เหมือนเดิมซึ่งทำให้เรารู้สึกชอบรุ่นนี้มากกว่า ซึ่งในกระจังหน้าไม่มีโลโก้แต่จะใส่เรดาห์ ซึ่งเป็นเรดาห์จับความเคลื่อนไหว หรือระบบความปลอดภัยต่างๆ โดยที่จะทำงานคู่กับกล้องหน้าที่อยู่บนกระจกหน้าและมีกล้อง 360 องศามาให้ด้วย ในส่วนของกันชนด้านล่างมีการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างเยอะ นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างจากรุ่น AMG อย่างเห็นได้ชัดแต่ว่ามีเซ็นเซอร์ซ่อนอยู่ในกระจังหน้า ซึ่งมีทั้งหมด 6 จุด 

      ไฟนั้นมีความละเอียดมากกว่ารุ่นก่อน ซึ่งเป็นไฟ LED แบบเต็มระบบและมีไฟหลายดวง ซึ่ง Mercedes-Benz  ได้บอกว่าสามารถส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร ในส่วนของล้อจะเป็นลายก้านแบบถี่ ๆ จะมีสี 2 มิติ คือสีดำและสีเทา ทำให้จะดูหรูหรา นอกจากนี้ยังมีแม็กขนาด 19 นิ้ว  ขนาดยาง 255/45 R19 และเบรกมีขนาดใหญ่ มีรูระบายอากาศเพื่อระบายความร้อนเมื่อเราใช้ความเร็วสูง ซึ่งในเบรกเราสามารถมั่นใจใน Mercedes-Benz  ได้

      ต่อมาเราจะมาดูดีไซน์ด้านข้าง Mercedes-Benz S350d Exclusive จะมีการนูนเว้าออกมา ในส่วนกระจกข้างมีการปรับทำให้ตัวกระจกไม่ยื่นออกมาเกินไป ส่งผลให้การขับขี่ การกะระยะเราไม่ต้องกลัวเลยว่ามันจะใหญ่ หรือยื่นออกไปขูดกับอะไร และมีกล้องที่กระจกข้างเป็น 360 องศา  ต่อไปเป็นที่เปิดประตูรถ ซึ่งจะเรียบไปกับรถแบบไร้รอยต่อ หากต้องการเปิดรถเราแค่ยืนใกล้ๆกับตัวรถเท่านั้น มือจับนี้ก็จะยื่นออกมาให้เราเปิดอย่างง่ายดายแต่ถ้าเราออกห่างจากตัวรถหรือล็อกรถมันก็จะเก็บเข้าตัวรถทันที ทำให้เส้นสายด้านข้างดูกลมกลืนกัน

     Mercedes-Benz S350d Exclusive มีไฮไลท์คือได้ทำเส้นข้างรถให้ขนาดเล็กลง ซึ่งเราเรียกเส้นนี้ว่า Catwalk line เป็นเส้นโค้งของหลังคาที่กดองศาของหลังคาให้ต่ำลง ทำให้รถยนต์คันนี้ดูสปอร์ตขึ้น แต่ว่าพื้นที่ห้องโดยสารไม่ลดลงแต่กลับเพิ่มพื้นที่มากขึ้น การออกแบบดีไซน์ทำให้มีลักษณะคล้ายรถคูเป้ และยังมีการเพิ่มขนาด head room ประมาณ 10 มล. ซึ่งสูงกว่ารุ่นเก่า มาถึงด้านท้ายในรุ่น Exclusive มีเส้นโครเมียมซึ่งก็จะทำให้ดูหรูหราเป็นรถที่เหมาะกับการใช้งานเป็นรถนั่งมากยิ่งขึ้น

     ไฟท้ายใหม่ มีลักษณะจะเป็นตัวคริสตัล LED ซึ่งจะทำให้ไฟท้ายดูมีมิติ หรูหราและรับกับตัวรถด้วย และเทคโนโลยีของไฟรุ่นนี้ก็จะทำให้เห็นชัดกว่ารุ่นก่อน  นอกจากนี้มีโลโก้ S 350d และมีเส้นโครมเมียมตัดที่ด้านท้ายและบริเวณที่เปิดท้ายรถจะมีกล้องมองหลังที่เก็บแบบป็อปอัพ นอกจากนี้ท้ายรถยังมีเซ็นเซอร์อีกด้วย โดยมีทั้งหมด 6 ตัว เป็นการช่วยถอยจอด และจอดอัตโนมัติ กันชนท้ายที่เราเห็นคล้ายท่อไอเสีย ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่แต่เป็นการออกแบบให้ดูหรูหราและดูโฉบเฉี่ยว ทำเป็นเหมือนช่องระบายอากาศ

    คราวนี้เราจะไปเปิดท้ายรถกันบ้าง ซึ่งสามารถใช้รีโมทเปิดได้ โดยการเปิดจะเป็นระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ด้านท้ายได้เพิ่มขนาดให้ใหญ่กว่ารุ่นก่อนนิดนึง ซึงเราจะเห็นได้ว่ามันจะเป็นช่วงยาวลึกลงไป และมีจุดเด่นสำหรับรุ่นใหม่คือสามารถเปิดหยิบของจากผู้โดยสารด้านหลังได้ ซึ่งเป็นช่องเปิดเล็กๆ ในรุ่นนี้ไม่มียางอะไหล่ให้แต่มีชุดซ่อมยาง บนฝาท้ายรถที่เปิดขึ้นจะมีสวิตซ์ไฟฟ้าให้กดเพื่อปิด และมีไฟส่องสว่างสำหรับเวลาเก็บของ 2 ดวง

    ต่อเข้าไปนั่งข้างในแล้ว สิ่งแรกที่รู้สึกได้เลยคือความว้าว เพราะข้างในมีการเปลี่ยนใหม่ ซึ่งแทบจะเรียกว่าได้เปลี่ยนใหม่หมดเลย ดีไซน์แดชบอร์ดด้านหน้าเราจะเห็นได้ว่าการดีไซน์มีการปรับเปลี่ยนในตัวหน้าจอระบบควบคุม ซึ่งรุ่นนี้เป็นแบบยาวคล้ายแท็บเลตทำให้มองเห็นได้ชัดกว่าโดยมีขนาด  12.8 นิ้ว การสั่งการควบคุม หรือระบบเครื่องเสียง ระบบนำทาง หรือแม้แต่ระบบการขับขี่ จะย้ายรวมไปอยู่ที่จอนี้ทั้งหมด ซึ่งรู้สึกได้ว่ามันมีความหรูหราเพราะว่าแดชบอร์ดใช้ลายไม้แบบเงา และแดชบอร์ดยังยาวต่อเนื่องลงไปข้างประตูรถ ทำให้ดูหรูหรา และสะดวกในการใช้งานระบบต่างๆ ในส่วนของพวงมาลัยในรุ่น Exclusive จะเป็นแบบกลมไม่ใช่พวงมาลัยทรงสปอร์แบบตสามก้านแบบ AMG

      เราจะไปต่อกันที่ระบบเครื่องเสียงจะเป็นการสั่งการจากหน้าจอสัมผัสทั้งหมด  โดยที่ปุ่มกดต่างๆ ได้หายไป  ซึ่งตัวหน้าจอเป็นหน้าจอแบบ OLED  เมื่อเราออกแสงแดดหรืออยู่ในที่มืด ความคมชัดของหน้าจอก็ยังชัดอยู่เหมือนเดิมและชัดกว่าหน้าจอปกติอีกด้วย ภายในหน้าจอจะมีระบบนำทาง ระบบรับโทรศัพท์ ระบบวิทยุ เชื่อมต่อสาระบันเทิงโดยที่ต่อกับ Apple CarPlay หรือ Android Auto ได้แบบไร้สาย และยังมีแอพช่วยเหลือของ Mercedes-Benz นอกจากนี้ยังมี Browser อีกด้วย และยังมีการตั้งค่าข้อมูลเกี่ยวกับรถต่าง ๆ ซึ่งสามารถสั่งการผ่านหน้าจอนี้ได้เลย โดยไฮไลท์ของหน้าจอนี้คือเปรียบเหมือนการนำหน้าจอคอมพิวเตอร์เข้ามาไว้ในรถคันนี้  ในส่วนของที่วางของจะมี wireless charger ให้สำหรับโทรศัพท์มือถือ มีพอร์ต USB-C มาให้ 2 พอร์ต และมีตัวช่วยที่ทำให้เราสามเชื่อมต่อข้อมูลโทรศัพท์กับหน้าจอได้เลย โดยที่ไม่ต้องต่อสาย

      การควบคุมก็จะเหมือนกับรถยนต์ทั่วๆไป สามารถควบคุมระบบสาระบันเทิง การรับ-วางสายต่างๆ ได้บนพวงมาลัย รวมไปถึงการควบคุมการขับขี่ต่างๆ นอกจากนี้เกียร์จะอยู่ฝั่งขวาของพวงมาลัยซึ่งรถยุโรปเกียร์จะไม่อยู่คอนโซลกลาง จะย้ายขึ้นมาข้างพวงมาลัยแทน ช่องแอร์ก็มีการดีไซน์ใหม่ทั้งหมด และปุ่มควบคุมระบบไฟหน้าจะอยู่ในด้านขวามือทั้งหมด ซึ่งออกแบบมาให้ต่อเนื่องรับกับตัวแดชบอร์ด พอดูแล้วจะให้ความลื่นไหล นอกจากนี้ยังมีไฟ Ambient Light รอบๆด้วย รวมไปถึงมีหลังคานซันรูฟ ไปที่กระจกมองหลังกันบ้าง ซึ่งเป็นกระจกตัดแสงอัตโนมัติตามสไตล์ Mercedes-Benz  ซึ่งดีมากเลยทีเดียว มีเบาะนั่งเป็นหนัง Nappa ลายข้าวหลามตัด และมีรูระบายอากาศมาให้ ซึ่งที่นั่งข้างคนขับสามารถปรับได้ 8 ทิศทางเช่นเดียวกันกับฝั่งคนขับ และยังมีระบบเป่าลมร้อนลมเย็นให้ด้วยซึ่งเราค่อนข้างชอบ เพราะหากเราขึ้นรถมาด้วยอาการที่ร้อน มีเหงื่ออก เราสามารถเป่าลมเย็นที่เบาะให้เย็นเร็วขึ้นซึ่งที่นั่งด้านหลังก็มีระบบนี้เช่นกัน นอกจานกี้เรื่องของการปรับสรีระต่างๆ จะเหมือนกับฝั่งคนขับหมด โดยเบาะจะมีความสารถในการจดจำการนั่งของแต่ละคนว่านั่งอย่างไร และปรับเบาะให้ตรงกับที่บุคคลนั้นนั่ง โดยสามารถจดจำได้ ทั้งหมด 3 ความจำ หรือ 3 คนนั้นเอง

     ไปดูห้องผู้โดยสารด้านหลังกันบ้าง เมื่อดูรวมๆแล้วนั้น มีความกว้างขวางมากขึ้นและการจัดแต่งด้วยโทนดำถูกใจเรามากทีเดียวเพราะมันจะสกปรกน้อย ส่วนเบาะต่างๆก็ใช้วัสดุแบบ Nappa ทั่วไป มีเจาะรูระบายอากาศ เป็นลายข้าวหลามตัด เมื่อลองนั่งรู้สึกได้ถึงสรีระที่ถูกตำแหน่ง พื้นที่บริเวณเข่าเหลือเยอะ ถัดมาที่วางแขนด้านหลังเมื่อเปิดขึ้นสามารถเก็บของได้แต่จะไม่มีตัว wireless charger  แต่มีช่อง USB-C ให้ 2 จุด ซึ่งที่วางแขนถ้าไม่ใช้ก็สามารถพับเก็บ   

     เราจะไปดูแผงข้างประตูกันต่อ จะมีพวกระบบควบคุม สั่งการ ตำแหน่งที่นั่งต่างๆ ซึ่งจะมีการจดจำที่นั่งทั้งหมด 2 ความจำ นอกจากนี้มีปุ่ม One Touch ที่จะปรับเบาะเอนนอน ซึ่งเป็นจุดขายของ S Class เลยก็ว่าได้ มันจะให้ความรู้สึกเหมือน Frist Class เรวมไปถึงยังมีหน้าจอทั้งตำแหน่งซ้าย และขวา ซึ่งเชื่อมต่อกันทั้งหมดแต่การทำงานสามารถแยกซ้ายขวาได้ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อฮอตสปอตไวไฟผ่านมือถือของเราได้ด้วย จุดน่าสนใจอีกอย่างคือแท็บเลตขนาด 7 นิ้ว ที่มีมาให้ในรถ นอกจากนี้สามารถเชื่อมต่อแท็บเลตตัวนี้กับตัวคอนโทลด้านหน้าเพื่อที่จะจำลองหน้าจอด้านหน้ามาอยู่ด้านหลัง ทำให้สั่งการส่วนต่างๆผ่านระบหน้าจอแท็บเลต 7 นิ้วตัวนี้ได้เลย

      และระบบปรับอากาศที่ห้องผู้โดยสารด้านหลังมีช่องปรับอากาศที่สามารถปรับความแรงลมได้ซ้ายขวา ปรับอุณภูมิได้ร้อนเย็นได้ ซึ่งเป็นจอดิจิทัลระบบสัมผัส นอกจากนี้มีช่อง HTMI มาให้ 2 จุด และช่อง USB-C อีก 2 จุด ถือว่าครบทีเดียว ในช่อง HTMI เราสามารถเสียบ harddisk ที่มีหนังหรือการ์ตูน และขึ้นหน้าจอได้เลย

     ส่วนลำโพงเป็น Burmester® 3D-Surround ซึ่งมีลำโพง 15 ตำแหน่ง ให้ความคมชัดราวกับอยู่ใน home theatre ที่คุณภาพสูงๆ  และมีหูฟังแบบไร้สายมาให้ด้วย ทำให้เราสามารถเลือกความเป็นส่วนตัวได้

ระบบความปลอดภัย

      ระบบความปลอดภัยด้านหลัง เป็นครั้งแรกของโลกที่ Mercedes-Benz S-Class มีถุงลมนิรภัยด้านหลังสำหรับผู้โดยสารด้านหลังมาให้เต็ม ๆ ระบบ adaptive cruise control มีการพัฒนาจากรุ่นเดิมซึ่งให้ความสมูท นุ่มนวล  และไม่ใช่ให้มาเพียงเท่านี้ ระบบความปลอดภัยต่างๆ ให้มาครบ มีกล้องอยู่ในรถเพื่อนจับสรีระของผู้ขับขี่ และมีระบบช่วยจอดฉุกเฉินอีกด้วย

การขับขี่ที่สมรรถนะเยี่ยม

     Mercedes-Benz S350d Exclusive  มีเครื่องยนต์ดีเซล แถวเรียง 6 สูบ มาพร้อม Turbo และ intercooler มีกำลัง 2925 ซีซี 286 แรงม้า  และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม. เพียงแค่ 6.4 วินาที ซึ่งความเร็วสูงสุดทำได้ 250 กม./ชม. มีความจุถังน้ำมัน 76 ลิตร พื้นที่จุสัมภาระอยู่ที่ 540 ลิตร และระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ  9 จังหวะ หรือ 9G-TRONIC  ช่วงล่างจะเป็นถุงลมปรับอัตโนมัติตามรูปแบบการขับขี่ ซึ่งการทำงานคือจับอาการการขับขี่ของเราตามคันเร่ง ถ้าเกิดว่าขับรถความเร็วมากกว่า 100 กม./ชม.รถก็จะปรับลดให้เตี้ยลงเพื่อที่จะลองรับ Arrow Dynamic และความเร็วสูงต่างๆ

    เราจะมาทดลองขับในโหมด comfort ซึ่งจะให้ความนุ่มนวล สามารถใช้ขับได้ประจำวัน เป็นระบบที่เราชอบมากสามารถขับได้เรื่อยๆ มีการปรับเซตให้รองรับแรงกระแทก หรือการสั่นสะเทือนของพื้นถนนให้น้อยที่สุดแต่คันเร่งจะดีกว่าโหมด Eco เพราะมีการตอบสนองที่ไวกว่า ในโหมด Eco นั้นจะมีความหน่วงนิดหน่อยแต่ในโหมดนี้ทำให้เครื่องยนต์ประหยัดเชื้อเพลิงมากที่สุด นอกจากโหมดนี้แล้วยังมีโหมด Dynamic ซึ่งรูปแบบการปรับช่วงล่างจะปรับตามการขับขี่ของเรา  ต่อไปอีกระบบคือ individual เป็นระบบที่ถ้าเราไม่พอใจในเรื่องของการปรับตัวแบบ Dynamic เราก็สามารถปรับเองได้ เชตช่วงล่าง ความหนืด ความหน่วงของพวงมาลัยเองได้ซึ่งสามารถปรับได้ตามสไตล์ตามความชอบของเรา

      เมื่อมองไปที่ถนนให้ความรู้สึกโล่ง กว้าง สามารถมองพื้นถนนด้านหน้าได้เต็ม ๆ เพราะแดชบอร์ดไม่ได้สูงทำให้มีทัศนวิสัยในการมองดีขึ้น นอกจานี้คันเร่งให้ความสมูท ลื่นไหล เพราะใช้ระบบเกียร์ 9G-TRONIC ซึ่งเป็นระบบใหม่ล่าสุดโดยที่เกียร์ตัวนี้ให้การเดินต่อเนื่องของแต่ละเกียร์ความสมูทมาก

     ต่อไปโหมด Sport พอเหยียบคันเร่งไปถึง 100 หรือมากกว่า 100 กม. รถจะปรับช่วงล่างให้เตี้ยลงเพื่อรับกับแรงปะทะของลมด้านหน้า พวงมาลัยก็ดีขึ้นตามสไตล์การขับขี่แบบความเร็วสูง การตอบสนองของเกียร์ก็จะไวขึ้น ถือว่าขับสนุกเลยทีเดียว ให้ความรู้สึกขับรถสปอร์ตแต่เป็นรถขนาดใหญ่ เมื่อขับความเร็วสูงๆที่ 140 กม. ให้ความรู้สึกเหมือน 120 กม. ซึ่งเมื่อเบรกแล้วนุ่มนวล เหยียบแล้วไม่หัวทิ่ม

สรุปความน่าใช้

     ภาพรวมถือว่าขับได้ดี จากที่เราได้ขับเอง ซึ่งในราคา 6 ล้านกว่าถือว่าดีเลย ขับเองก็สนุก นั่งก็สบายและความเร็วมาทันใจ ไม่ได้อืดเพราะช่วงล่างเป็นแบบปรับตามความเร็วซึ่งถือว่าสบายมากและยังขับไม่เหนื่อยอีกด้วย เดินทางไกลก็ยังสบาย ในส่วนเสียงลมปะทะหรือเสียงรถที่ขับข้างนอกเก็บได้ดี อาจมีเสียงบ้างเล็กน้อยแต่เสียงที่เราได้ยินเลยคือเสียงยางที่บดถนน โดยที่เสียงเข้ามาในรถค่อนข้างชัดเจนในความเร็วต่ำและความเร็วสูง

    Mercedes-Benz S350d Exclusive  นี้ถือว่าตอบโจทย์คนที่กำลังมองหารถไว้ใช้งาน หรือว่ารถนั่งที่เป็นส่วนกลางภายใยครอบครัว สามารถใช้ภายในครอบครัวได้ดี ให้ความสะดวกสบาย สามารถใช้ในชีวิตประจำได้สบาย ดูเหมือนเป็นรถขนาดใหญ่แต่เมื่อขับแล้วให้ความรู้สึกเหมือนขับรถขนาดกลางอย่าง E-Class  

 

Related Posts

Honda CR-V e:HEV RS 4WD Hybrid
Reviews

รีวิว Honda CR-V e:HEV RS 4WD Hybrid (รุ่น 5 ที่นั่ง): เอสยูวีพรีเมียมสำหรับครอบครัว ตอบโจทย์ความประหยัดและความอเนกประสงค์

June 2, 2024
Uncategorized

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ คว้ามาตรฐานความปลอดภัย ASEAN NCAP ระดับ 5 ดาว

March 2, 2024
Uncategorized

มาเซราติฉลอง 60 ปี “ควอตโตรปอร์เต”

December 19, 2023
New Car

Hennessey Venom F5 Revolution Roadster คือรถเปิดประทุนที่เร็วที่สุดในโลก   

August 9, 2023
Uncategorized

รวมพลคนมาสด้าสู่การบริหารคุณค่าแบรนด์ให้ยั่งยืนเพื่อยกระดับการบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้าทุกคน

July 26, 2023
Uncategorized

Volkswagen Touareg 2024 ได้รับการออกแบบใหม่และอัพเกรดภายใน SUV ระดับหรูที่ปรับโฉมพร้อมส่งมอบในอังกฤษตั้งแต่เดือนตุลาคม R eHybrid ตัวท๊อปสุดแรงม้า 455 แรง้มา และ 700 นิวตันเมตร

May 29, 2023
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1057 shares
    Share 423 Tweet 264
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1045 shares
    Share 418 Tweet 261
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4586 shares
    Share 1834 Tweet 1146
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1036 shares
    Share 414 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.