• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews Road Test

Mercedes-Benz AMG GLE 53 4matic+ 2022 สำหรับพ่อบ้านสายซิ่ง ขับดี ขับซิ่งถูกใจพ่อบ้านแน่นอน

What Car? Team by What Car? Team
October 19, 2022
in Road Test
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

Mercedes-Benz AMG GLE 53 4matic+ เป็นรถยนต์สมรรถนะสูงซึ่งเป็น GLE เจเนอเรชั่นที่ 4 ที่เปิดตัวไปที่งาน Paris Motor Show และได้นำเอามาโชว์ที่ประเทศไทยเมื่อปลายปี 2021 ซึ่งการทดสอบวันนี้เราจะไปดูกันว่ารุ่นนี้จะแตกต่างจาก GLE ธรรมดายังไง

AMG GLE 53 4matic+ เป็นส่วนหนึ่งใน sub-brand ของ Mercedes-Benz ซึ่ง Mercedes-Benz มี sub-brand ทั้งฟมด 3 sub ได้แก่ Mercedes-Benz Maybach, Mercedes-Benz AMG และล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัว Mercedes-Benz EQ ซึ่งเป็นรถไฟฟ้า

              Mercedes-Benz AMG GLE 53 4matic+ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าซึ่งจะแตกต่างจากรุ่นปกติคือมีลักษณะเป็นโครเมียมแนวตั้งและมีโลโก้ของ Mercedes-Benz ที่มีขนาดใหญ่ รวมไปถึงโลโก้ AMG ที่เป็นสัญลักษณ์ของรุ่นนี้ 

          รุ่นนี้จะมากับ Night Package ที่มีเส้นสายสีดำเงาที่กันชนล่างซึ่งเป็นการเสริมคาวมดุดันเข้ามาเพราะว่าออกแนวเป็น SUV Sport นอกจากนี้มีไฟหน้าเป็น Multibeam LED ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดของ Mercedes และจุดเด่นของ GLE คือมีเส้น Day Time Running 2 เส้น อีกทั้งยังสามารถปรับสูงต่ำในขณะที่รถวิ่งสวนมาได้ซึ่งก็คือเป็น Adaptive

       ล้อแม็กเป็นลาย 5 แฉก และมีลายโครเมียมสลับกับสีดำด้านให้ความสปอร์ต และมีคาลิปเปอร์เบรกที่มีโลโก้ของ AMG  ส่วนเบรกจะเป้นจากเบรกขนาดใหญ่และมีรุระบายความร้อนร่วมด้วย โดยซีรี่ส์ยางล้อหลังจะไม่เท่ากับด้าหน้า ซึ่งด้านหน้าเป็น 45 ส่วนด้านหลังเป็น 40 R 21 ดิสก์เบรกจะเหมือนกับด้านหน้าแต่จะไม่มีรูระบายอากาศ

         กระจกมองข้ามสีดำเสริมความดุดันและมีกล้องติดมาให้ด้วยเพราะรุ่นนี้มีเทคโนโลยีกล้องมองรอบคัน ตามมาด้วยมือจับประตูแบบโครเมียมขนาดใหญ่ ซึ่งมือจับในรุ่นนี้เป็น Keyless  Go โดยถ้าเรามีกุญแจเราเพียงสัมผัสมือจับประตูก็จะสามารถปลดล็อกรถได้ นอกจากนี้มีกาบบันไดข้างประตูรถที่เป็นโครเมียมมาพร้อมแล็คหลังคาสีดำ ซึ่งทำให้เห็นว่าเป็น SUV สปอร์ตที่สามารถขับไปลุยได้พอสมควร

           ท้ายรถมีสปอร์ยเลอร์พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ตามาด้วยรหัส GLE 53 และที่ขาดไม่ได้เลยคือเครื่องหมาย AMG ซึ่งแสดงว่ารุ่นนี้เป็น GLE AMG รุ่นที่มีสมรรถนะสูงไม่ใช่ GLE ธรรมดา ส่วนไฟเบรกจะเป็นรุ่นใหม่คือ Block LED ลงมาที่ด้านล่างของรถจะมี diffuser ที่จะช่วยในเรื่องของ Aero Dynamic และยังมีท่อคู่รมดำแนวสปอร์ต มีสัญลักษณ์ AMG สำหรับท่อคู่นี้เมื่อเราปรับเป็นโหมดสปอร์ตเสียงจะคำรามเพื่อบอกว่าเป็นรถ SUV ที่มีสมรรถนะสูง

 

1 of 54
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

25.

26.

27.

28.

29.

30.

31.

32.

33.

34.

35.

36.

37.

38.

39.

40.

41.

42.

43.

44.

45.

46.

47.

48.

49.

50.

51.

52.

53.

54.

สเปคเครื่องยนต์

Body StyleSUV
Descriptionรถ SUV 5 ประตู
Engineเครื่องยนต์เบนซิน แบบแถวเรียง / 6 สูบ พร้อมเทอร์โบ และอินเตอร์คูลเลอร์
Fuel Consumption6.5 กม./ลิตร
Fuel Typeเบนซิน
MakeMercedes-Benz AMG
Max Power435 แรงม้า
Max Torque520 นิวตันเมตร
ModelMercedes-Benz AMG GLE 53 4matic+
Price Guide 5990000 บาท
Release Date31 กันยายน 2565
0-100 km/h5.3 วินาที
Transmission เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G transmission

การขับขี่

         หลังจากที่ได้ลองขับมาซักระยะหนึ่งโดยเราได้ลองในโหมด Comfort ซึ่งในโหมดนี้เป็นโหมดที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันของรถ Mercedes ขณะที่ขับขี่ปกติถือว่านุ่มนวลเพราะว่าตัวนี้เป็นโช๊คถุงลมปรับแบบอิสระต้องบอกเลยว่านุ่มนวลพอสมควรทีเดียว พวงมาลัยมีการฟรีเยอะกว่าโหมด Sport หรือ Sport+ ที่เราลองโหมดนี้ก่อนก็เพราะว่าหากเราซื้อคันนี้ไปในโหมด Comfort เราจะได้ใช้ในชีวิตประจำวันซึ่งจะเป็นโหมดที่เราใช้บ่อยที่สุด

         โดยเส้นทางที่เราขับคือกรุงเทพ-เขาใหญ่ ก็จะมีช่วงที่เร่งแซงและรถชะลอตัวหรือว่ารถบรรทุกขับหนาแน่นจำนวนมาก การเหยียบคันเร่งนในโหมด Comfort ก็ถือว่าตอบสนองได้ดีขับสบาย แม้ว่าจะเป็นรถใหญ่แต่พวงมาลัยในโหมดนี้ทำได้ค่อนข้างแม่นยำและเบา โดยพวงมาลัยในรุ่นนี้เป็นพวงมาลัยไฟฟ้า

         ในโหมดสปอร์ตการเหยียบของคันเร่งถือว่าตอบสนองได้ดี แม้ว่าเราจะแต่แค่เบา ๆ ก็ตาม ซึ่งในตัวนี้จะมีมอเตอร์ที่เราเรียกว่า EQ BOOTS ซึ่งเป็นการทำงานของมอเตอร์จากทำงานในรอบเดินเบาของเครื่องยนต์สันดาปและจะทำงานร่วมกับส่วนต่าง ๆ ของรถที่เป็นไฟฟ้า

         ในโหมด Sport+ สิ่งแรกที่รู้เลยก็คือรอบเครื่องจะจัดขึ้นและพวงมาลัยจะหน่วงขึ้นซึ่งช่วงล่างเป็นช่วงล่างแบบถุงลมปรับอิสระก็จะมีความแข็งตัวคือทำให้รถเกาะถนนดีขึ้น มอเตอร์ EQ BOOTS จากทำงานในรอบต่ำด้วยก็จะช่วยให้เพิ่มแรงม้าจากเดิมคือ 434 แรงม้า เพิ่มขึ้นมาอีก 22 แรงม้า และแรงบิดมาจากปกติ 520 นิวตันเมตร เพิ่มขึ้นมาอีก 250 นิวตันเมตรก็จะทำให้ขับสนุกมากขึ้นในโหมด Sport+ ซึ่งเมื่อเหยียบเร่งแซงอาจจะต้องรอรอบนิดหนึ่ง ในส่วนของท่อไอเสียก็จะมีการปรับแต่งในเรื่องของเสียงเป็นสไตล์ AMG โดยจะเป็นในโหมด Sport และ Sport+ แต่ Sport+ เสียงจะชัดเจนกว่า ถือว่าตอบสนองได้ดีในเรื่องพวงมาลัยถือว่าคมเลยทีเดียวแต่ก็มีช่วงฟรีก็คือทำให้เราไม่ต้องไปจดจ่อกับพวงมาลัยมากเกินไป

        ในส่วนของความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทาง Mercedes ได้ลงตัวเลขไว้ 5.3 วินาที ถือว่าใช้ได้พอสมควรเป็นรถเอสยูวีสไตล์สปอร์ตซึ่งแน่นอนว่าผู้ซื้อเองก็คือคนที่ต้องการขับรถเองและใช้ในชีวิตประจำวัน และเป็นรถขนาดใหญ่ที่สามารถพาครอบครัวไปได้

         ส่วนระบบการขับขี่ของรุ่นนี้ เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เป็นการควบคุมกระจายแรงหมุนของล้อแบบอิสระโดยกล่องสมองกลตัวนี้จะใช้กำลังการขับเคลื่อนของล้อหลังเป็นส่วนใหญ่ ในส่วนของระบบความปลอดภัยมีระบบเตือนรถมุมอับสายตาที่กระจกมองข้างทั้งสองด้านและระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลนและบังคับให้รถอยู่ในเลน แต่ว่าตัวนี้จะเสียก็คือว่าไม่มีระบบ Cruise Control และไม่ระบบ Adaptive Cruise Control มาให้ ซึ่งระบบตัวนี้ก็จะมีแค่ Speed Limit เท่านั้นเองและจอแสดงผลมาตรวัด Head up display ก็ไม่มีมาให้

         จากการขับขี่ในเบื้องต้นจากกรุงเทพมาจนถึงเส้นทางที่มาสระบุรี นครราชสีมาก็มีเส้นทางที่ค่อนข้างหลากหลายแต่เรายังไม่ได้ไปลองในถนนที่เป็นถนนพวกลูกรังหรือว่าออฟโรดว่า GLE ตัวนี้จะตอบสนองในถนนที่เป็นเส้นทางขรุขระขนาดไหนแต่สำหรับการขับขี่โดยรวมแล้วในถนนปกติใช้งานได้ดีตอบสนองได้ดี สำหรับโหมด Sport ก็ใช้บ้างในช่วงเวลาที่เราอยากจะเร่งแซงและในโหมด Sport+ ก็คือเราต้องการรอบจัด ๆ ก็คือเร่งแซงรถรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ต้องการความเร็วแบบเหยียบมาอย่างเร็ว สำหรับ GLB ฒีอัตราการสิ้นเปลืองของน้ำมันของเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร เทอร์โบหกสูบแถวเรียงที่มีกำลังของแรงม้า 434 แรงม้า จึงทำให้กินน้ำมันพอสมควรแต่ก็ถือว่าสมส่วนกับแรงม้าและแรงบิดที่ได้มาโดยเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ประมาณ 6.5 กิโลเมตรต่อลิตร ถ้าเราขับแบบประหยัดโหมด Comfort ก็อาจจะได้ถึง 8 กิโลเมตรต่อลิตร

สุนทรียภาพขณะเดินทาง

         เมื่อเข้ามาภายในอย่างแรกที่เราเห็นก็คือเบาะขนาดใหญ่ที่ใช้วัสดุ Arica ตัดสลับ Dinamica Microfibre สิ่งที่เราจะเห็นอยู่จะมีสัญลักษณ์ AMG และเดินด้ายแดงซึ่งตัดกับเบาะหนังสีดำทำให้ดูมีความสปอร์ตและสุขุมอยู่ในตัว

        ถัดมาเป็นพวงมาลัยทรงสปอร์ตสไตล์เอเอ็มจีซึ่งตัวนี้จะเป็นหนัง Nappa และมี Mark Center สีแดงโดยมีท้ายพวงมาลัยเป็นท้ายตัดที่มีสัญลักษณ์ AMG อยู่ชัดเจนซึ่งส่วนนี้จะเป็นสีโครเมียมตัดสลับกับพวงมาลัยสีดำที่มีโลโก้เบนซ์ดูสวยทีเดียว และมี Paddle Shift มาให้ ซึ่งฝั่งซ้ายของพวงมาลัยจะเป็นเกี่ยวกับการบังคับควบคุมระบบ Infotainment ส่วนด้านขวาจะเป็นเรื่องของระบบการขับขี่หรือระบบความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีหน้าจอมาตรวัดขนาดใหญ่สอง 12.3 นิ้ว ที่แสดงเป็นภาพโดยเราสามารถปรับได้ตามอารมณ์การขับขี่และจะแสดงเรื่องของระบบการขับขี่ต่าง ๆ ด้วย ถัดมาจะเป็นเรื่องของระบบ Infotainment  ที่มีขนาดจอเท่ากันคือ 12.3 นิ้ว ในจอนี้จะมีเรื่องของระบบเนวิเกเตอร์นำทางด้วยซึ่ง Maps นำทางตัวนี้เป็นการบันทึกลงในฮาร์ดดิสก์ก็จะมีการอัพเดทอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราขับคันนี้มาจากกรุงเทพโดยใช้แผนที่ในจอซึ่งก็ให้รายละเอียดทางที่ชัดเจน

          ช่องแอร์ที่เราเห็นจะเป็นช่องลักษณะเหลี่ยมเป็นการแยกอิสระ ฝั่งผู้โดยสารตอนหน้าจะมีอยู่ทั้งหมด 6 ช่องด้วยกัน โดยทางฝั่งคนขับจะเป็นช่องใหญ่ ส่วนตรงกลางมี 4 ช่องจะสามารถปรับอิสระได้ซ้ายขวาทะให้มีความเย็นทั่วถึง ไล่ลงมาจากช่องแอร์จะเป็นระบบแผงควบคุมปรับอากาศ อีกทั้งมีระบบระบายฝ้ามาให้อีกด้วย ในส่วนของคอนโซนกลางจะมีช่องเสียบ USB ที่สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์กับระบบ Infotainment ของรถได้หรือจะเป็นตัวชาร์จไฟก็ได้ และมีช่องเสียบ Power Outlet ให้ด้วยถัดมาจะเป็นที่สำหรับวางแก้วที่มีขนาดใหญ่นอกจากนี้ยังมีตัวล็อกแก้วไม่ให้ขยับด้วย

        ต่อไปจะเป็น Touch Pad ซึ่งเราสามารถที่จะควบคุมระบบ Infotainment ผ่านตัว  Touch Pad ตัวนี้ได้ ในส่วนฝั่งขวาของ Touch Pad จะเป็นปุ่มควบคุม Radio Media หรือเกี่ยวกับโทรศัพท์ ทางฝั่งขวาจะเป็นปุ่มสำหรับใช้ปรับโหมดการขับขี่ต่าง ๆ ซึ่งโหมดการขับขี่มีทั้งหมด 7 โหมดได้แก่ Sand Trail, Slippery, Individual, Comfort, Sport และ Sport+ และมีปุ่มที่แสดงถึงกล้องมองรอบคันซึ่งจะเห็นชัดเจน โดยกล้องนี้จะช่วยในการถอยจอดทำให้ได้ทุกมุมหรือว่าไปในเส้นทางที่เป็นออฟโรดก็จะสามารถดูได้ว่ามีหลุมมีบ่อไหมหรือมีอุปสรรคอะไรบ้าง ส่วนอีกปุ่มจะไว้สำหรับตั้งค่าเกี่ยวกับรถยนต์ต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นปุ่มช่วยเหลือต่าง ๆ นอกจากนี้มีปุ่ม ESP สามารถเปิดปิดได้แต่แนะนำว่าไม่ปิดดีกว่าเพราะว่าเป็นการช่วยเรื่องของเสถียรภาพในการควบคุมรถ ถัดมาเป็นปุ่มสำหรับปรับสูงต่ำของรถโดยปรับต่ำได้ถึง 60 มิลลิเมตร จากความสูงปกติและยกสูงได้ถึง 90 มิลลิเมตร ถัดมาเป็นปุ่มสำหรับปรับโชคอัพ อีกทั้งมีช่องเก็บของที่มีขนาดใหญ่ที่มี USB-C มาให้

         
      มีหลังคาพาโนรามิคซันรูฟซึ่งเป็นกระจกขนาดใหญ่กินพื้นที่ 80% ของหลังคารถ ทำให้รถดูโปร่งโล่งสบายซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับเมืองไทยแต่ว่าถ้ามีมามันก็ดีเผื่อเราต้องการขับขี่แบบเปิดดูทัศนวิสัยด้านบนสำหรับผู้นั่งหรือเปลี่ยนบรรยากาศในการขับขี่กลางคืนหลังคากระจกนี้ก็จะช่วยในเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกที่เราอยากจะปรับเปลี่ยน นอกจากนี้ยังมีไฟ Ambient Light ที่สามารถปรับได้ถึง 64 เฉดสี

     
        ห้องโดยสารตอนหลังมีเบาะที่เป็นเหมือนกับห้องโดยสารตอนหน้า ในส่วนของที่นั่งมีการออกแบบมาค่อนข้างที่จะรับกับแผ่นหลังเมื่อนั่งแล้วรู้สึกพอดีสำหรับคนสูง 180 ซม. เมื่อนั่งแล้วสบายไม่อึดอัดเพราะห้องโดยสารมีขนาดใหญ่นั่งสบาย อีกทั้งมีแอร์ด้านหลังมาให้ด้วยแต่ว่าไม่สามารถที่จะปรับอุณหภูมิได้แต่ปรับเปิดปิดช่องแอร์ได้ และมีช่องเก็บของบริเวณแอร์และที่เสียบสาย USB-C มาให้

           แผงประตูการออกแบบก็เหมือนด้านหน้าและมีม่านบังแดดไฟฟ้าสำหรับผู้โดยสารข้างหลังซึ่งให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและเข็มขัดนิรภัยด้านหลังมีให้มาทั้งหมดสามจุดเป็นเข็มขัดสีแดงแสดงถึงความเป็น AMG  นอกจากนี้ก็มีที่ยึดสำหรับเบาะเด็ก isofix สองตำแหน่ง ในรุ่นนี้จะเป็นห้าที่นั่งจะต่างกับรุ่น GLE ปกติ

             ด้านท้ายในรุ่นนี้มีฝาท้ายเปิดแบบไฟฟ้าซึ่งจะมีที่เปิดทั้งตรงคนขับหรือจากกดที่ท้ายรถก็ได้ หรือจะกดจากรีโมทก็ได้ ซึ่งพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายใน GLE 5 ที่นั่งมีขนาดใหญ่บรรทุกสัมภาระได้ประมาณ 600 กว่าลิตร และมีแผงบังสัมภาระมาให้ด้วย รุ่นนี้จะไม่มียางอะไหล่มาให้จะมีแค่ชุดซ่อมยางให้

        เมื่อได้ลองปรับเบาะลงเราจะได้ขนาดที่ใหญ่ขึ้นสำหรับคนที่ชอบทำกิจกรรมก็ถือว่าตอบโจทย์  นอกจากนี้ที่ด้านท้ายยังมีปุ่มที่สามารถกดให้รถโหลดลงต่ำได้สำหรับการขนของก็จะทำให้สะดวกมากขึ้น

สรุปความน่าใช้

        เมื่อเราได้ลองขับในสภาพถนนที่ระยะทางรวมกว่าเกือบ 200 กิโลเมตรตัวนี้ ถือว่าตอบสนองได้ทันใจรวดเร็ว ความรู้สึกของผมที่ได้ขับเจ้าตัวนี้ผมรู้สึกว่าคันนี้เหมาะกับถนนเมืองไทยเพราะว่าระยะทางที่เราขับมาจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นหลุมบ่อ เส้นทางการทำถนนหรือซ่อมถนนแม้กระทั่งทางลาดชันขึ้นเขาหรือว่าทางโค้งต่าง ๆ เจ้าตัวนี้ตอบสนองได้ค่อนข้างดีแม้กระทั่งผมขับในโหมด Comfort จากในเมืองออกมาไม่ว่าจะเป็นคันเร่งหรือว่าเป็นเรื่องของพวงมาลัยการควบคุมนี้อาจจะไม่คมมากและการแตะคันเร่งอาจจะไม่รถเร็วหรือทันใจเราเท่าไหร่แต่มันตอบสนองได้ค่อนข้างที่จะขับสบาย สำหรับผู้หญิงขับก็ขับได้และยิ่งเป็นพวงมาลัยไฟฟ้าด้วยแล้วยิ่งขับง่ายขึ้น และเมื่อใช้ความเร็วต่ำด้วยที่เป็นพวงมาลัยไฟฟ้าก็จะปรับให้เบาขึ้นแต่ถ้าเมื่อไหร่เราออกนอกเมืองหรือชานเมืองและใช้เป็นโหมด Sport หรือ Sport+ พวงมาลัยและช่วงล่างก็จะปรับให้มันเฟิร์มขึ้นให้มันแน่นขึ้นพวงมาลัยจะมีความรู้สึกหน่วงขึ้นทำให้เราขับในความเร็วที่มั่นใจมากขึ้น
         ในส่วนของเรื่องความคุ้มค่าราคารุ่นนี้อยู่ที่ 5,990,000 บาท ถ้าถามโดยส่วนตัวผมคิดว่าค่อนข้างที่จะตอบโจทย์สำหรับผมเพราะเราได้รถเอสยูวีขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ถือว่าเล็ก อีกทั้งได้เพอร์ฟอร์แมนซ์และสมรรถนะสูงก็คือเป็นตัว AMG และเครื่องยนต์แรงม้าเยอะก็ทีเดียวคือ 434 แรงม้า และแรงบิดสูง นอกจากนี้มีมอเตอร์ EQ Boots เข้ามาช่วยอีกทำให้เราพละกำลังของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น

          สำหรับคนที่ชอบขับรถแบบเร็วแต่รู้สึกว่าถ้าขับรถซีดานหรือสปอร์ตจะน่าเป็นห่วงในเรื่องช่วงล่างที่ไม่ตอบสนองหรือว่าไปรูดกับพื้นถนนจนมีผลกับช่วงล่างหรือยางหรือแม็ก ในรุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์มากเพราะเมื่อสักครู่ที่เราได้ลองขับเร่งแซงหรือขนมที่มีขรุขระเราผ่านมาได้อย่างง่ายดายถึงแม้ว่าจะเป็นโหมด Sport หรือ Sport+ ช่วงล่างก็ยังมีการความรู้สึกว่ากำลังดีตอบโจทย์สำหรับคนที่อยากได้รถครอบครัวคันใหญ่ห้าที่นั่งที่ใช้งานเอง ชอบขับรถค่อนข้างแรงและอยากได้รถแบบเครื่องยนต์แบบสปอร์ตช่วงล่างแบบสปอร์ต และที่สำคัญรุ่นนี้มีระบบอำนวยความสะดวกค่อนข้างเยอะ

The Review

Mercedes-Benz AMG GLE 53 4matic+

4.7 Score

Mercedes-Benz AMG GLE 53 4matic+ เป็นรถยนต์สมรรถนะสูงซึ่งเป็น GLE เจเนอเรชั่นที่ 4 เป็นส่วนหนึ่งใน sub-brand ของ Mercedes-Benz

PROS

  • ห้องโดยสารกว้าง
  • พื้นที่เก็บสัมภาระมีขนาดใหญ๋
  • เครื่องยนต์เร็วแรง

CONS

  • ไม่มี Cruise Control
  • ไม่มี Adaptive Cruise Control

Review Breakdown

  • Driving
  • Engine&Trans
  • Fuel Consumption
  • Practicality
  • Price and Features
  • Design
  • Saftey

Mercedes-Benz AMG GLE 53 4matic+ DEALS

We collect information from many stores for best price available

Best Price

฿5990000
  • Mercedes-Benz
    ฿5990000 Buy Now
Tags: Mercedes Benz

Related Posts

Reviews

รีวิว Mercedes-EQE 300

Reviews

รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic

รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive (รุ่นปี 2024-2025)
Reviews

รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive (รุ่นปี 2024-2025)

Kia PV5 front cornering
Reviews

รีวิว Kia PV5 Cargo

Honda Super-N (ในไทยคือรุ่น Super-One) front still
Reviews

รีวิว Honda Super-N, Super-One

Mercedes-Benz VLE 2026 driving front left
Reviews

รีวิว Mercedes-Benz VLE 2026

Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1057 shares
    Share 423 Tweet 264
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1045 shares
    Share 418 Tweet 261
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4586 shares
    Share 1834 Tweet 1146
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1036 shares
    Share 414 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand
  • 📌 รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
📌 สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไป เพราะนี่คือ Mercedes-Benz V 300 d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส
📌 สนนราคาค่าตัวในประเทศไทยที่ 5,820,000 บาท พร้อมยกระดับบารมีประธานบริษัทให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมือง
อ่านต่อ [https://s.whatcar.co.th/r2Q16p]
#whatcarthailand #MercedesBenz #V300dExclusive #MPV

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.