Lexus ES เตรียมท้าชน BMW i5 ด้วยการปรับไปใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นครั้งแรก พร้อมยกระดับความพรีเมียมให้หรูหรายิ่งกว่าที่เคย… วางจำหน่าย มิถุนายน | ราคาเริ่มต้น £59,345 ปอนด์ (ประมาณ 2,670,000 บาท)
เปรียบเสมือนซิมบ้า (Simba) ตัวน้อยที่ก้าวขึ้นมารับไม้ต่อจากมูฟาซา (Mufasa) เพื่อรับบทนำใน The Lion King, รถยนต์ Lexus ES รุ่นใหม่ล่าสุด จะเข้ามาแทนที่ซีดานหรูระดับเรือธงอย่าง LS ที่ยกเลิกการสายการผลิตไป พร้อมก้าวขึ้นเป็นโมเดลสูงสุดในไลน์อัปรถซาลูนของแบรนด์ และนี่ยังเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่แบบ 100% เป็นครั้งแรกอีกด้วย เพื่อให้สอดรับกับภารกิจเติมเต็มช่องว่างที่ LS
**ผู้เขียนบทความได้นำพล็อตเรื่องจากการ์ตูนแอนิเมชันระดับตำนานอย่าง The Lion King มาเปรียบเปรยกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแบรนด์ Lexus โดยมีความหมายซ่อนอยู่ ซิมบ้า (Simba) = Lexus ES รุ่นใหม่ เปรียบเหมือน “รุ่นน้อง” หรือรุ่นที่เคยอยู่ในระดับรองลงมา แต่กำลังก้าวขึ้นมารับบทบาทสำคัญที่สุด. มูฟาซา (Mufasa) = Lexus LS เปรียบเหมือน “ราชาองค์ก่อน” หรือรุ่นพี่ใหญ่เรือธง (Flagship) ระดับตำนานของค่ายที่ยุติการผลิตไปแล้ว เมื่อรุ่นพี่ใหญ่อย่าง LS เลิกผลิตไป ทำให้ ES รุ่นใหม่ ต้องก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง “รถซาลูนตัวท็อปที่สุด” ในไลน์อัปของ Lexus และกลายมาเป็นตัวชูโรงหลักในการทำตลาดแข่งกับคู่แข่งระดับพรีเมียม
ทิ้งไว้ Lexus ES ใหม่ จึงได้รับการขยายมิติตัวถังให้ใหญ่ขึ้นกว่า BMW 5 Series ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในระดับเดียวกันในการดัน ES ให้ก้าวสู่ตลาดระดับบนมากขึ้น ทีมวิศวกรของ Lexus ได้มุ่งเน้นการพัฒนาเรื่องความนุ่มนวลสบายในการเดินทางเป็นพิเศษ ซึ่งจุดนี้จะยิ่งโดดเด่นขึ้นด้วยการเปิดตัวรุ่นไฟฟ้าล้วน ควบคู่ไปกับรุ่น Full Hybrid (ฟูลไฮบริด)
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนที่เด่นชัดที่สุดเมื่อเทียบกับ ES รุ่นก่อนหน้า คือภาษาการออกแบบดีไซน์ใหม่ เห็นได้ชัดว่างานออกแบบมีความมินิมอลและสะอาดตามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางสไตล์ที่เราจะได้เห็นในรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นต่อๆ ไปของ Lexus

ด้านหน้าสไตล์ตั้งตรงแบบเดิมถูกถอดออก เปลี่ยนเป็นลุคที่เพรียวลม โฉบเฉี่ยว กระจังหน้าลดความดุดันลง พร้อมชุดไฟหน้าใหม่ที่ผสมผสานไฟ DRL (ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน) และไฟเลี้ยวดีไซน์รูปตัว L เข้าไว้ด้วยกัน เอกลักษณ์รูปตัว L นียังส่งต่อไปยังชุดไฟท้ายแบบยาวเชื่อมต่อกันตลอดแนวกระโปรงหลัง พร้อมตัวอักษร Lexus แบบส่องสว่าง และเส้นสายการเกลาตัวถังที่คมคายบริเวณบานประตู
ในช่วงเปิดตัว จะมีเพียงเวอร์ชันเดียวให้เลือกคือรุ่นรหัส ES 350e มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 77 kWh (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งที่คู่ล้อหน้า ให้พละกำลังสูงสุด 221 HP (แรงม้า) ส่งผลให้ทำอัตราเร่ง 0-62 mph (0-100 กม./ชม.) ได้ในเวลา 8.0 วินาที แม้จะยังไม่มีการประกาศระยะทางวิ่งอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่า ES 350e จะทำระยะทางได้มากกว่า 300 ไมล์ (483 กม.) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (เพื่อการเปรียบเทียบ BMW i5 สามารถวิ่งได้ไกลสุด 380 ไมล์ (611 กม.) ในรุ่นที่ประหยัดพลังงานที่สุด)
คาดว่ารุ่น 350e จะมีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อในรหัส 500e ตามมาในภายหลัง โดยจะอัปเกรดพละกำลังขึ้นเป็น 338 HP (แรงม้า) กระจายกำลังลงสู่ล้อทั้งสี่ผ่านระบบ Direct4 แบบเดียวกับที่ใช้ใน SUV รุ่น Lexus RZ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการยึดเกาะถนน ทำอัตราเร่ง 0-62 mph (0-100 กม./ชม.) ในเวลาเพียง 5.7 วินาที โดยจับคู่กับแบตเตอรี่ขนาดเล็กกว่านิดหน่อยที่ 74.6 kWh (กิโลวัตต์-ชั่วโมง)
ด้วยการจัดสรรพื้นที่อย่างชาญฉลาด ทั้งชุดแบตเตอรี่ที่ติดตั้งใต้พื้นรถและมอเตอร์ไฟฟ้าบนเพลา จะไม่กินพื้นที่ภายในห้องโดยสารหรือพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถเลย นอกจากนี้การวางแบตเตอรี่ไว้ที่จุดต่ำสุดยังช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถ ซึ่งส่งผลดีต่อความคล่องตัวและการทรงตัวอย่างมาก

ความเร็วในการชาร์จ รองรับกำลังไฟสูงสุด 150 kW (กิโลวัตต์) ทำให้การชาร์จแบตเตอรี่ของ ES 350e จาก 10-80% ใช้เวลาประมาณ 28 นาทีเท่านั้น
สำหรับรุ่น Full Hybrid (ไฮบริดชาร์จไฟในตัว) ตามภาษาสื่อสารของ Lexus ที่จับคู่เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวม 244 HP (แรงม้า) ในรหัส ES 350h จะมีวางจำหน่ายในบางประเทศ แต่จะไม่มีการนำเข้ามาทำตลาดในสหราชอาณาจักร
แชสซีของ ES ใหม่มีความแข็งแกร่งกว่ารุ่นเดิม ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนที่ส่งเข้ามายังห้องโดยสาร และส่งผลให้การตอบสนองของระบบพวงมาลัยมีความคมแม่นยำ อัตราเร่งราบรื่น และการทำงานของระบบเบรกมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การปรับปรุงทั้งหมดนี้จัดทำขึ้นเพื่อลดช่องว่างความคล่องตัวเมื่อเทียบกับ 5 Series และยกระดับความนุ่มนวลนั่งสบายให้ท้าชน Mercedes E-Class ได้โดยตรง
มิติตัวถังยาวและกว้างกว่าทั้ง BMW และ Mercedes อย่างไรก็ตาม แม้ระยะฐานล้อจะขยายกว้างขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่วางขาของผู้โดยสาร แต่ก็ยังน้อยกว่าคู่แข่งฝั่งเยอรมนีเล็กน้อย ทีมทดสอบพบว่าตำแหน่งการนั่งของ ES รุ่นปัจจุบันค่อนข้างสูงอยู่แล้ว แต่ในรุ่นใหม่นี้ตำแหน่งการนั่งจะยิ่งสูงขึ้นไปอีกเล็กน้อย
ปรัชญาการออกแบบสไตล์มินิมอลถูกส่งต่อไปยังห้องโดยสารภายใน ด้วยดีไซน์ที่เน้นความเรียบง่ายและสะอาดตา ควบคุมฟังก์ชันส่วนใหญ่ผ่านหน้าจอสัมผัส ในขณะที่ปุ่มกดบางส่วนเลือกใช้เทคโนโลยีซ่อนปุ่ม ‘Hidden Tech’ ซึ่งจะซ่อนเนียนไปกับพื้นผิวเมื่อดับเครื่องยนต์ และจะส่องสว่างขึ้นมาเมื่อสตาร์ตรถ ปุ่มสัมผัสเหล่านี้ได้รับการเคลมจาก Lexus ว่าจะส่งแรงสั่นตอบสนอง (Tactile feedback) ให้ความรู้สึกเหมือนได้กดปุ่มจริง

รายละเอียดตรงจุดนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ แม้งานดีไซน์จะหรูหราไร้ที่ติ แต่ปุ่มกดระบบดิจิทัลแบบเรียบเนียนมักใช้งานได้ยากลำบากและซับซ้อนกว่าปุ่มกดหรือลูกบิดหมุนจริงในขณะขับขี่ระบบอินโฟเทนเมนต์
รุ่นใหม่ ทำงานผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 14 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง LexusConnect ซึ่งในรุ่นไฟฟ้า EV สามารถตรวจเช็กระดับแบตเตอรี่ และวางแผนคำนวณจุดแวะชาร์จไฟตามเส้นทางให้อย่างอัตโนมัติ โดยระบบสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางเพื่อเพิ่มหรือลดจุดชาร์จให้เหมาะสมตามพฤติกรรมการขับขี่จริงได้ทันที
ระบบอินโฟเทนเมนต์นี้ทำงานควบคู่กับหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และแอปพลิเคชัน LexusLink+ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับระบบใน Audi A6 e-tron, ช่วยให้เข้าถึงบริการสั่งการระยะไกล เช่น สั่งตั้งเวลาชาร์จไฟ หรือเปิดระบบปรับอากาศวอร์มอัพห้องโดยสารล่วงหน้า
เบื้องหลังการทำงานขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Arene OS ใหม่ของ Lexus ซึ่งใช้นวัตกรรม AI ในการเรียนรู้พฤติกรรมการขับขี่และแอปพลิเคชันที่ใช้งานบ่อย เพื่อเรียกเปิดใช้งานให้อย่างอัตโนมัติ
จากภาพถ่ายอย่างเป็นทางการ ภายในห้องโดยสารของ ES ยังคงรักษามาตรฐานความประณีตระดับสูงของ Lexus ด้วยการผสมผสานวัสดุตกแต่งที่ลงตัว หนึ่งในนั้นคือตกแต่งด้วยวัสดุ Bamboo Layering ที่ใช้เทคนิคการพิมพ์ลายระดับสูง สร้างพื้นผิวสัมผัสมีมิติ ซึ่งจะปรากฏลวดลายสวยงามเมื่อไฟตกแต่งห้องโดยสารส่องสว่าง และแน่นอนว่ายังมีตัวเลือกเครื่องเสียงพรีเมียมจาก Mark Levinson ให้ติดตั้งเพิ่มเติมอีกด้วย
เบาะนั่งคู่หน้าได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ช่วยประคองแผ่นหลังและไหล่ได้ดี ในขณะที่ผู้โดยสารตอนหลังสามารถเลือกออปชันเบาะนั่งแบบเอนนอน พร้อมที่รองขา (Ottoman) เพื่อสัมผัสประสบการณ์ความสบายระดับลิมูซีน นอกจากนี้ เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้ายังสามารถพับไปข้างหน้าเพื่อขยายพื้นที่วางขาให้กว้างที่สุดและเปิดทัศนวิสัยให้โปร่งตา ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้ขับขี่รถส่วนบุคคลระดับวีไอพีหรือพนักงานขับรถรับส่งผู้บริหารอย่างยิ่ง

การเอาใจกลุ่มผู้ใช้บริการรถผู้บริหารยิ่งเห็นได้ชัดจากตัวถังแบบซาลูนซีดาน 4 ประตู ซึ่งเป็นรูปทรงที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากช่วยป้องกันไม่ให้ลมเย็นเข้ามาในห้องโดยสารขณะเปิดฝาท้ายยกสัมภาระ ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่ Audi A6, BMW 5 Series และ Mercedes E-Class เลือกใช้ ถึงแม้จะไม่ประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายเท่ากับรถห้าประตูท้ายลาด (Hatchback) ก็ตาม
ระดับตกแต่งจะมีให้เลือก 3 เกรด ได้แก่ Premium, Premium Plus และ Takumi
- เกรด Premium (เริ่มต้น): มาพร้อมเบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบอุ่นเบาะและระบบบันทึกความจำตำแหน่ง, พวงมาลัยพร้อมระบบอุ่นมือ, ช่องชาร์จ USB หน้า-หลัง, แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย, ระบบ Adaptive Cruise Control (ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน), ระบบเสียงลำโพง 10 ตำแหน่ง, ระบบไล่ฝ้ากระจกหน้า และหลังคาพาโนรามิครูฟ
- เกรด Premium Plus: ขยับขึ้นมาจะได้รับกระจกมองหลังตัดแสงดิจิทัล, หุ้มเบาะหนังแท้ภายใน, ระบบเสียงลำโพง 17 ตำแหน่ง และหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (Head-up Display)
- เกรด Takumi (ท็อปสุด): อัปเกรดเบาะนั่งตอนหลังแบบปรับเอนได้พร้อมระบบอุ่นและระบายอากาศ, กระจกนิรภัยความเป็นส่วนตัวด้านหลัง และล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว
Lexus ES 350e ใหม่ พร้อมเริ่มส่งมอบในสหราชอาณาจักรช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ด้วยราคาเริ่มต้น £59,345 ปอนด์ (ประมาณ 2,670,000 บาท) ซึ่งเปิดตัวมาในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าคู่แข่งอย่าง BMW i5 และ Mercedes EQE














![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=UFZTeoU9NKwQ7kNvwFS1HbY&_nc_oc=Adomy-nw3MXe4aDL2iTkXRN6a_aMTjTn36Cn8iXmrs35qW9_uI4xNkQIQfZbPzp4_rv__JK9g0JC2Bnsm4PqRWBk&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=pK4lJlCl-_7JTC-GSoUYrw&_nc_tpa=Q5bMBQJl-BUAn9VLRV-48U6TFwh5Vj62imsQf2-Gam9w060hpLlKtSn_QXYVmk8biS3QeHQSG7m3vRjY&oh=00_AQKC6zkCcV9P7iF1voXd7C054emLpNc0pxa1YmernCMVRg&oe=6AA4830A)



