• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home News Cars

Lexus ES ใหม่: ซาลูนสุดหรูปรับโฉมโฉบเฉี่ยว พร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

What Car? Team by What Car? Team
August 13, 2026
in Cars, News
A A
2026 lexus es 350e front blue

2026 lexus es 350e front blue

Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

Lexus ES เตรียมท้าชน BMW i5 ด้วยการปรับไปใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นครั้งแรก พร้อมยกระดับความพรีเมียมให้หรูหรายิ่งกว่าที่เคย… วางจำหน่าย มิถุนายน | ราคาเริ่มต้น £59,345 ปอนด์ (ประมาณ 2,670,000 บาท)

เปรียบเสมือนซิมบ้า (Simba) ตัวน้อยที่ก้าวขึ้นมารับไม้ต่อจากมูฟาซา (Mufasa) เพื่อรับบทนำใน The Lion King, รถยนต์ Lexus ES รุ่นใหม่ล่าสุด จะเข้ามาแทนที่ซีดานหรูระดับเรือธงอย่าง LS ที่ยกเลิกการสายการผลิตไป พร้อมก้าวขึ้นเป็นโมเดลสูงสุดในไลน์อัปรถซาลูนของแบรนด์ และนี่ยังเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่แบบ 100% เป็นครั้งแรกอีกด้วย เพื่อให้สอดรับกับภารกิจเติมเต็มช่องว่างที่ LS

**ผู้เขียนบทความได้นำพล็อตเรื่องจากการ์ตูนแอนิเมชันระดับตำนานอย่าง The Lion King มาเปรียบเปรยกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแบรนด์ Lexus โดยมีความหมายซ่อนอยู่ ซิมบ้า (Simba) = Lexus ES รุ่นใหม่ เปรียบเหมือน “รุ่นน้อง” หรือรุ่นที่เคยอยู่ในระดับรองลงมา แต่กำลังก้าวขึ้นมารับบทบาทสำคัญที่สุด. มูฟาซา (Mufasa) = Lexus LS เปรียบเหมือน “ราชาองค์ก่อน” หรือรุ่นพี่ใหญ่เรือธง (Flagship) ระดับตำนานของค่ายที่ยุติการผลิตไปแล้ว เมื่อรุ่นพี่ใหญ่อย่าง LS เลิกผลิตไป ทำให้ ES รุ่นใหม่ ต้องก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง “รถซาลูนตัวท็อปที่สุด” ในไลน์อัปของ Lexus และกลายมาเป็นตัวชูโรงหลักในการทำตลาดแข่งกับคู่แข่งระดับพรีเมียม

ทิ้งไว้ Lexus ES ใหม่ จึงได้รับการขยายมิติตัวถังให้ใหญ่ขึ้นกว่า BMW 5 Series ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในระดับเดียวกันในการดัน ES ให้ก้าวสู่ตลาดระดับบนมากขึ้น ทีมวิศวกรของ Lexus ได้มุ่งเน้นการพัฒนาเรื่องความนุ่มนวลสบายในการเดินทางเป็นพิเศษ ซึ่งจุดนี้จะยิ่งโดดเด่นขึ้นด้วยการเปิดตัวรุ่นไฟฟ้าล้วน ควบคู่ไปกับรุ่น Full Hybrid (ฟูลไฮบริด)

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนที่เด่นชัดที่สุดเมื่อเทียบกับ ES รุ่นก่อนหน้า คือภาษาการออกแบบดีไซน์ใหม่ เห็นได้ชัดว่างานออกแบบมีความมินิมอลและสะอาดตามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางสไตล์ที่เราจะได้เห็นในรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นต่อๆ ไปของ Lexus

lexus es 350e rear static
lexus es 350e rear static

ด้านหน้าสไตล์ตั้งตรงแบบเดิมถูกถอดออก เปลี่ยนเป็นลุคที่เพรียวลม โฉบเฉี่ยว กระจังหน้าลดความดุดันลง พร้อมชุดไฟหน้าใหม่ที่ผสมผสานไฟ DRL (ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน) และไฟเลี้ยวดีไซน์รูปตัว L เข้าไว้ด้วยกัน เอกลักษณ์รูปตัว L นียังส่งต่อไปยังชุดไฟท้ายแบบยาวเชื่อมต่อกันตลอดแนวกระโปรงหลัง พร้อมตัวอักษร Lexus แบบส่องสว่าง และเส้นสายการเกลาตัวถังที่คมคายบริเวณบานประตู

ในช่วงเปิดตัว จะมีเพียงเวอร์ชันเดียวให้เลือกคือรุ่นรหัส ES 350e มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 77 kWh (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งที่คู่ล้อหน้า ให้พละกำลังสูงสุด 221 HP (แรงม้า) ส่งผลให้ทำอัตราเร่ง 0-62 mph (0-100 กม./ชม.) ได้ในเวลา 8.0 วินาที แม้จะยังไม่มีการประกาศระยะทางวิ่งอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่า ES 350e จะทำระยะทางได้มากกว่า 300 ไมล์ (483 กม.) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (เพื่อการเปรียบเทียบ BMW i5 สามารถวิ่งได้ไกลสุด 380 ไมล์ (611 กม.) ในรุ่นที่ประหยัดพลังงานที่สุด)

คาดว่ารุ่น 350e จะมีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อในรหัส 500e ตามมาในภายหลัง โดยจะอัปเกรดพละกำลังขึ้นเป็น 338 HP (แรงม้า) กระจายกำลังลงสู่ล้อทั้งสี่ผ่านระบบ Direct4 แบบเดียวกับที่ใช้ใน SUV รุ่น Lexus RZ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการยึดเกาะถนน ทำอัตราเร่ง 0-62 mph (0-100 กม./ชม.) ในเวลาเพียง 5.7 วินาที โดยจับคู่กับแบตเตอรี่ขนาดเล็กกว่านิดหน่อยที่ 74.6 kWh (กิโลวัตต์-ชั่วโมง)

ด้วยการจัดสรรพื้นที่อย่างชาญฉลาด ทั้งชุดแบตเตอรี่ที่ติดตั้งใต้พื้นรถและมอเตอร์ไฟฟ้าบนเพลา จะไม่กินพื้นที่ภายในห้องโดยสารหรือพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถเลย นอกจากนี้การวางแบตเตอรี่ไว้ที่จุดต่ำสุดยังช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถ ซึ่งส่งผลดีต่อความคล่องตัวและการทรงตัวอย่างมาก

lexus es 350e side static
lexus es 350e side static

ความเร็วในการชาร์จ รองรับกำลังไฟสูงสุด 150 kW (กิโลวัตต์) ทำให้การชาร์จแบตเตอรี่ของ ES 350e จาก 10-80% ใช้เวลาประมาณ 28 นาทีเท่านั้น

สำหรับรุ่น Full Hybrid (ไฮบริดชาร์จไฟในตัว) ตามภาษาสื่อสารของ Lexus ที่จับคู่เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวม 244 HP (แรงม้า) ในรหัส ES 350h จะมีวางจำหน่ายในบางประเทศ แต่จะไม่มีการนำเข้ามาทำตลาดในสหราชอาณาจักร

แชสซีของ ES ใหม่มีความแข็งแกร่งกว่ารุ่นเดิม ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนที่ส่งเข้ามายังห้องโดยสาร และส่งผลให้การตอบสนองของระบบพวงมาลัยมีความคมแม่นยำ อัตราเร่งราบรื่น และการทำงานของระบบเบรกมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การปรับปรุงทั้งหมดนี้จัดทำขึ้นเพื่อลดช่องว่างความคล่องตัวเมื่อเทียบกับ 5 Series และยกระดับความนุ่มนวลนั่งสบายให้ท้าชน Mercedes E-Class ได้โดยตรง

มิติตัวถังยาวและกว้างกว่าทั้ง BMW และ Mercedes อย่างไรก็ตาม แม้ระยะฐานล้อจะขยายกว้างขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่วางขาของผู้โดยสาร แต่ก็ยังน้อยกว่าคู่แข่งฝั่งเยอรมนีเล็กน้อย ทีมทดสอบพบว่าตำแหน่งการนั่งของ ES รุ่นปัจจุบันค่อนข้างสูงอยู่แล้ว แต่ในรุ่นใหม่นี้ตำแหน่งการนั่งจะยิ่งสูงขึ้นไปอีกเล็กน้อย

ปรัชญาการออกแบบสไตล์มินิมอลถูกส่งต่อไปยังห้องโดยสารภายใน ด้วยดีไซน์ที่เน้นความเรียบง่ายและสะอาดตา ควบคุมฟังก์ชันส่วนใหญ่ผ่านหน้าจอสัมผัส ในขณะที่ปุ่มกดบางส่วนเลือกใช้เทคโนโลยีซ่อนปุ่ม ‘Hidden Tech’ ซึ่งจะซ่อนเนียนไปกับพื้นผิวเมื่อดับเครื่องยนต์ และจะส่องสว่างขึ้นมาเมื่อสตาร์ตรถ ปุ่มสัมผัสเหล่านี้ได้รับการเคลมจาก Lexus ว่าจะส่งแรงสั่นตอบสนอง (Tactile feedback) ให้ความรู้สึกเหมือนได้กดปุ่มจริง

lexus es 350e interior dashboard
lexus es 350e interior dashboard

รายละเอียดตรงจุดนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ แม้งานดีไซน์จะหรูหราไร้ที่ติ แต่ปุ่มกดระบบดิจิทัลแบบเรียบเนียนมักใช้งานได้ยากลำบากและซับซ้อนกว่าปุ่มกดหรือลูกบิดหมุนจริงในขณะขับขี่ระบบอินโฟเทนเมนต์

รุ่นใหม่ ทำงานผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 14 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง LexusConnect ซึ่งในรุ่นไฟฟ้า EV สามารถตรวจเช็กระดับแบตเตอรี่ และวางแผนคำนวณจุดแวะชาร์จไฟตามเส้นทางให้อย่างอัตโนมัติ โดยระบบสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางเพื่อเพิ่มหรือลดจุดชาร์จให้เหมาะสมตามพฤติกรรมการขับขี่จริงได้ทันที

ระบบอินโฟเทนเมนต์นี้ทำงานควบคู่กับหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และแอปพลิเคชัน LexusLink+ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับระบบใน Audi A6 e-tron, ช่วยให้เข้าถึงบริการสั่งการระยะไกล เช่น สั่งตั้งเวลาชาร์จไฟ หรือเปิดระบบปรับอากาศวอร์มอัพห้องโดยสารล่วงหน้า

เบื้องหลังการทำงานขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Arene OS ใหม่ของ Lexus ซึ่งใช้นวัตกรรม AI ในการเรียนรู้พฤติกรรมการขับขี่และแอปพลิเคชันที่ใช้งานบ่อย เพื่อเรียกเปิดใช้งานให้อย่างอัตโนมัติ

จากภาพถ่ายอย่างเป็นทางการ ภายในห้องโดยสารของ ES ยังคงรักษามาตรฐานความประณีตระดับสูงของ Lexus ด้วยการผสมผสานวัสดุตกแต่งที่ลงตัว หนึ่งในนั้นคือตกแต่งด้วยวัสดุ Bamboo Layering ที่ใช้เทคนิคการพิมพ์ลายระดับสูง สร้างพื้นผิวสัมผัสมีมิติ ซึ่งจะปรากฏลวดลายสวยงามเมื่อไฟตกแต่งห้องโดยสารส่องสว่าง และแน่นอนว่ายังมีตัวเลือกเครื่องเสียงพรีเมียมจาก Mark Levinson ให้ติดตั้งเพิ่มเติมอีกด้วย

เบาะนั่งคู่หน้าได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ช่วยประคองแผ่นหลังและไหล่ได้ดี ในขณะที่ผู้โดยสารตอนหลังสามารถเลือกออปชันเบาะนั่งแบบเอนนอน พร้อมที่รองขา (Ottoman) เพื่อสัมผัสประสบการณ์ความสบายระดับลิมูซีน นอกจากนี้ เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้ายังสามารถพับไปข้างหน้าเพื่อขยายพื้นที่วางขาให้กว้างที่สุดและเปิดทัศนวิสัยให้โปร่งตา ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้ขับขี่รถส่วนบุคคลระดับวีไอพีหรือพนักงานขับรถรับส่งผู้บริหารอย่างยิ่ง

lexus es 350e front seats
lexus es 350e front seats

การเอาใจกลุ่มผู้ใช้บริการรถผู้บริหารยิ่งเห็นได้ชัดจากตัวถังแบบซาลูนซีดาน 4 ประตู ซึ่งเป็นรูปทรงที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากช่วยป้องกันไม่ให้ลมเย็นเข้ามาในห้องโดยสารขณะเปิดฝาท้ายยกสัมภาระ ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่ Audi A6, BMW 5 Series และ Mercedes E-Class เลือกใช้ ถึงแม้จะไม่ประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายเท่ากับรถห้าประตูท้ายลาด (Hatchback) ก็ตาม

ระดับตกแต่งจะมีให้เลือก 3 เกรด ได้แก่ Premium, Premium Plus และ Takumi

  • เกรด Premium (เริ่มต้น): มาพร้อมเบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบอุ่นเบาะและระบบบันทึกความจำตำแหน่ง, พวงมาลัยพร้อมระบบอุ่นมือ, ช่องชาร์จ USB หน้า-หลัง, แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย, ระบบ Adaptive Cruise Control (ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน), ระบบเสียงลำโพง 10 ตำแหน่ง, ระบบไล่ฝ้ากระจกหน้า และหลังคาพาโนรามิครูฟ
  • เกรด Premium Plus: ขยับขึ้นมาจะได้รับกระจกมองหลังตัดแสงดิจิทัล, หุ้มเบาะหนังแท้ภายใน, ระบบเสียงลำโพง 17 ตำแหน่ง และหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (Head-up Display)
  • เกรด Takumi (ท็อปสุด): อัปเกรดเบาะนั่งตอนหลังแบบปรับเอนได้พร้อมระบบอุ่นและระบายอากาศ, กระจกนิรภัยความเป็นส่วนตัวด้านหลัง และล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว

Lexus ES 350e ใหม่ พร้อมเริ่มส่งมอบในสหราชอาณาจักรช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ด้วยราคาเริ่มต้น £59,345 ปอนด์ (ประมาณ 2,670,000 บาท) ซึ่งเปิดตัวมาในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าคู่แข่งอย่าง BMW i5 และ Mercedes EQE

Tags: ElectricESLEXUS

Related Posts

ความคืบหน้าโครงการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ Volvo EX30
Feature

รายงานพิเศษ: ความคืบหน้าโครงการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ Volvo EX30 พร้อมไขทุกข้อสงสัยผ่าน Q&A

September 7, 2026
News

สรุปแคมเปญ Mercedes-Benz “Celebrate 140,000 km of Your Mercedes-Benz” ส่วนลดอะไหล่สูงสุด 40% คุ้มค่าหรือไม่?

August 19, 2026
News

สรุปแคมเปญ BMW “6 YEARS. MILE AFTER MILE.” อัปเกรด BSI 6 ปี คุ้มค่าหรือไม่?

August 19, 2026
Cars

Land Rover Defender Dakar ใหม่ รถแข่งแรลลี่ขับบนถนนได้ตามกฎหมาย พร้อมเครื่องยนต์ V8

August 18, 2026
Cars

MINI Aceman SE 2026 รถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์รุ่นพิเศษ เปิดตัวแล้วในไทย เริ่มต้น 1.799 ล้านบาท

August 18, 2026
Cars

Spyker หวนคืนวงการพร้อมซูเปอร์คาร์ C8 – พร้อมแผนลุยพัฒนา SUV ให้เสร็จสมบูรณ์เสียที

August 17, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1059 shares
    Share 424 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1047 shares
    Share 419 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4588 shares
    Share 1835 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1039 shares
    Share 416 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.