• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews First Drive

Honda City E:HEV 4 ประตูฆ่าไม่ตาย ไม่กระหายน้ำมัน 2020

What Car? Team by What Car? Team
March 12, 2021
in First Drive, Reviews
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

Overview Of Car

ทางเลือกใหม่เอาใจสายประหยัดน้ำมันจาก Honda City e:HEV เบาะรองรับสรีระโอบอุ้มผู้โดยสารและผู้ขับขี่ได้ดีขึ้น การขับขี่และช่วงล่างค่อนข้างดีคุ้มค่ากับราคา 839,000 บาท

แก๊งซิตี้ คาร์ ธงขาวพร้อมกลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง ด้วยความแรงที่สวนทางกับการซดน้ำมันเหยียบคล่องสนองไวพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวผสานการทำงานกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ออปชั่นเต็มแม็กซ์ลูกเล่นเพียบแถมลดมลพิษทางอากาศอีก

แม้จะมีหน้าตารูปทรงแบบเดิมจาก ซิตี้ 1.0 เทอร์โบ แต่ภายใน ช่วงล่าง มาเต็มกว่ารุ่นก่อน ๆ แน่นอน โดดเด่นด้านประหยัดเชื้อเพลิงเพราะถูกพัฒนาต่อยอดภายใต้แนวคิด “Ambitious Sedan” รุกตลาดเก๋ง 4 ประตู เปิดตัวรุ่นไฮบริดในคราบเดิมเดินเครื่องด้วยขุมพลังแบบ Fully Hybrid ลองนึกภาพตาม ๆ กันถ้ายังคิดไม่ออกให้คิดถึง Honda Accord Hybrid ขนาดจิ๋วที่ใช้งานคล่องตัวมากขึ้นแต่อาจจะอุปกรณ์ไม่ครบครันเท่านั้นเอง

ถึงใครจะมองว่า Honda City Hatchback ที่ถูกเปิดตัวมาพร้อมกับ Honda City e:HEV นั้นน่าสนใจกว่าอาจจะเป็นเพราะด้วยตัวถังหรือสีฮิตติดเทรนด์แต่สำหรับ e:HEV นั้นกลับขึ้นแท่นรับรางวัลไปอย่างใส ๆ ได้เลยด้วยออปชั่น ภายในที่ติดตั้งเทคโนโลยีใหม่กว่าและการตอบสนองที่ค่อนข้างกินขาดแต่ที่แน่ ๆ ล่ะ ก็เรื่องประหยัดน้ำมันนำจ่าฝูงมาเลยแม้แต่พื้นที่ด้านหลังที่ไม่ต้องพับเบาะก็ใส่ของได้แบบเหลือเฟือ

ถามว่าเราตัดสินจากอะไร ก็เพราะทางทีม What Car Thailand นั้นได้ถูกเชิญให้เข้าร่วมทริปทดสอบรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นที่ถูกเปิดตัวมาพร้อมกันอย่าง Honda City Hatchback และ Honda City e:HEV ด้วยระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร จากกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าสู่เส้นทางเขาใหญ่ด้วยความที่มันเป็นถนนแบบลูกเล่นเยอะเกินไปไม่ว่าจะโค้งเอย เนินหลังเต่าเอย หรือหลุมเล็กน้อยระหว่างทางบ้างซึ่งมันก็สามารถไขข้อสงสัยเกี่ยวกับความเจ๋งของเก๋ง 4 ประตูคันนี้ได้ดีเหมือนกัน

 

1 of 20
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

สเปครถยนต์

Body Style:Sedan
Description:รถเก๋ง 4 ประตู
Engine:เบนซิน 1.5 ลิตร แบบ Atkinson Cycle
Fuel Consumption:21.7 กิโลเมตรต่อลิตร
Fuel Type:เบนซิน
Make:Honda
Max Power:109 แรงม้า ที่ 3,500 – 8,000 รอบต่อนาที
Max Torque:253 นิวตันเมตร
Model:Honda City e:HEV
Price Guide:839,000 บาท
Release Date:21 ธันวาคม 2020
0-100 km/h:9.9 วินาที
Transmission:อัตโนมัติ E-CVT

สมรรถนะ

ขุมพลังของ Honda City e:HEV จะเป็นระบบเคลื่อนแบบ Full Hybrid การทำงานจะลักษณะคล้ายกับ Honda Accord  i-MMDพี่น้องร่วมตระกูลกันนั่นแหละ แต่มันจะต่างตรงที่ขนาดความจุเครื่องยนต์ที่เล็กกว่าอย่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรแบบ Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ สามารถให้กำลังได้ 98 แรงม้า ที่ 5,600 – 6,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตร ที่ 4,500 – 5,000 รอบ/นาที ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวที่มีแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ความจุ 1 kWh 4 โมดูล 48 เซลล์ เป็นตัวชาร์จส่งกำลังอีกที

ซึ่งการทำงานของมอเตอร์ 2 ตัวนั้น เขาจะแยกหน้าที่กันโดยตัวที่หนึ่งจะขับเคลื่อนหรือปั่นไฟเวลาเบรก ส่วนอีกตัวจะรับบทปั่นไฟหรือ Generator เพียงอย่างเดียว มันคือการทำงานแบบไฮบริดแบบซีรีส์นั่นเองเมื่อเครื่องยนต์และระบบการทำงานแบบมอเตอร์ไฟฟ้ารวมพลังกันแล้วสามารถให้กำลังได้สูงถึง 109 แรงม้า ที่ 3,500 – 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร ที่ 0-3,000 รอบต่อนาที การปล่อยอัตราก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 85 กรัมต่อกิโลเมตร

ทุกอย่างถูกส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ e-CVT และหนึ่งความประทับใจคือ Honda City e:HEV ทำการติดตั้งก้าน Paddle Shift ไว้ที่หลังพวงมาลัยไม่ใช่เพื่อไว้เร่งหรือลดความเร็วผ่านเกียร์แต่เป็นการอำนวยความสะดวกเพิ่มความเข้าใจง่ายให้กับผู้ขับที่เคยใช้เบนซิน ดีเซล มาก่อน เราจะเรียนให้คุณผู้อ่านทราบแบบนี้ว่า หากใช้ด้านที่มีสัญลักษณ์ “ – “ นั้นมันรีบทำการหน่วงมอเตอร์ไฟฟ้ามีลักษณะคล้ายกับการที่เราใช้ลดเกียร์ให้ต่ำลงนั่นเองแต่หากคุณใช้ด้าน “ + “ มันจะส่งกำลังให้รถไหลไปได้และสามารถปรับได้ถึง 3 โหมด

การขับขี่

เชื่อว่าหลายคนยังติดภาพที่ว่า หากเป็นอะไรที่เกี่ยวกับการใช้พลังงานไฟฟ้ามันจะแสดงอาการหนืดหนาดยืดยาดแต่จริง ๆ แล้วกับตัว Honda City e:HEV นี่สามารถลบคำสบประมาทเหล่านั้นไปได้เลยนะ แค่ใส่เกียร์ D กดคันเร่งเพื่อสู้รับกับถนนแล้วถือว่าตอบสนองได้ดีพอสมควรแอบมีช้าบ้างเล็กน้อยแต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้คือ การรวบรวมกำลังทุกอย่างพร้อมเสริฟรอเราหมดแล้วเหมือนมีแรงดึงอะไรสักอย่างมาช่วยในการดีดตัวพุ่งทะยานออกไปในส่วนนี้เอาเรื่องอยู่พอตัวเลยนะ

อัตราเร่งของ Honda City e:HEV นั้นขึ้นอยู่กับกำลังของแบตเตอรี่แทบทุกอย่าง เราจะไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าอัตราเร่งมันขึ้นมากน้อยแค่ไหนด้วยเหตุผลมันมีปริมาณไฟในแบตเตอรี่เป็นตัวบงการแต่ยังดีตรงที่ว่าเราใส่กำลังเต็มที่ไปแค่ไหนตัวรถก็ส่งกำลังกลับมาให้เราเท่านั้นเหมือนกันไม่ตุ๋นหลอกให้เราเหยียบฟรีแน่นอน

ที่ว่าช่วงล่างเฟิร์มนั้นจริงไหม ? เฟิร์มไม่เฟิร์มเราก็ตัดสินจากความเร็วที่เราทำได้ในขณะนั้นเกือบ ๆ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผลตอบรับคือ ว้าวเฉียบอย่างเดียว e:HEV นี่เขาใส่ใจจริง ๆ ดูแลกันดีตัวไม่โยกไม่โยนไม่ลอยสไลด์ตามถนนสวย ๆ ช่วงล่างเป็นมิตรกับถนนได้ดีจริงกระชับติดหนึบไม่น้อยหน้ารุ่นพี่อย่าง Honda Civic แม้แต่นิดเดียวเราพยายามกำลังมองหาข้อเสียอยู่แต่มันก็ยังนึกไม่ออกนะรู้แค่ว่าเมื่อเจอคอสะพานมันจะมีแบบอิ๊อ๊ะบ้างเล็กน้อยถือว่าดูซับแรงสะเทือนได้เพอร์เฟคบวกกับช่วงล่างของด้านหลังที่ทางวิศวกรได้ลงมือปรับจูนมาบ้างมันไม่เลยนิ่งแน่นพอตัว

อีกหนึ่งสิ่งที่เราจะไกด์ไลน์ให้ก็คือ เรื่องหลังการสตาร์ทรถมันมีความเซอร์ไพรส์อยู่อย่างนึงทุกอย่างทำงานหมดยกเว้นเครื่องยนต์ด้วยความที่ว่า หากไฟในแบตเตอรี่มีไม่เพียงพอเครื่องยนต์จะยังไม่ติดส่วนที่ส่งกำลังให้รถออกตัวได้นั้นคือมอเตอร์ไฟฟ้าเมื่อกดไปจนถึงกำลังแรงเริ่มสูงแล้วเครื่องยนต์จะเป็นเหมือนพระรองเข้ามาช่วยรับช่วงต่อในระยะยาวหรือสั้นก็ต้องสังเกตุเอาที่หน้าจอแสงผลกันไปแต่ที่กล่าวมานี้ระบบจะไม่ปล่อยให้ใช้งานจนไฟในแบตเตอรี่หมดและจะไม่ชาร์จจนเต็มเพื่อช่วยให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานโดยมีการปั่นกระแสไฟกลับไปที่แบตเตอรี่ 40-80% หรือการจอดรถแช่ทิ้งไว้ยังไงระบบก็ยังไม่ยอมให้แบตเตอรี่เหลือน้อยกว่า 20% แน่นอน ถือว่าช่วยผู้ใช้งานได้ค่อนข้างมากบางทีอาจจะไม่ต้องทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ไปจนตลอดการใช้งานเลยก็ได้

พูดถึงการทำงานของช่วงล่างไปเยอะแล้วตอนนี้เรามาโฟกัสกันที่ความประหยัดกันดีกว่า จัดการกดด้วยความเร็วเท่าที่จะทำได้พร้อมเหล่มองหน้าจอมันได้สร้างความประทับใจให้เราแล้วอยู่ที่ 21.7 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าทำได้ไม่ขี้เหร่ไม่จกตาผู้บริโภคอยู่เหมือนกัน

ดีไซน์ภายนอก

สำหรับดีไซน์การออกแบบภายนอกยังไม่หวือหวาและดึงดูดสายตามากเท่าไหร่นักเพราะ Honda City e:HEV ยังไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงเส้นสายทรวดทรงต่าง ๆ แอบเสียดายรูปลักษณ์หน้าตาไปนิดนึง

มาที่กระจังหน้าแบบ Gloss Black พร้อมโลโก้ฮอนด้าสีฟ้าแบบใหม่ กระจกมองข้างสีดำปรับพับเก็บเป็นระบบไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัว ติดสปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black เช่นกัน สัญลักษณ์ RS ที่พลาดไม่ได้ถูกติดตั้งทั้งกระจังหน้าและกระโปรงหลัง เสาอากาศแบบ Shark Fin เพิ่มความสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ไฟทุกจุดยกชุดเป็น LED และมี Daylight ไฟส่องในเวลากลางวันมาให้เช่นกัน

เพลิดเพลินต่อการขับขี่

หน้าตาภายในเช่นเดิมซึ่งมันก็ยังคงคอนเซปต์เดิม ๆ เหมือนกับที่เคยเห็นกันในรุ่น RS Sedan มาก่อนนั่นแหละ ด้วยภายใต้แนวคิด “Ambitious Beauty” คุมโทนดำเช่นเดียวกับตัวแฮทช์แบ็กกลับมาเน้นพัฒนาพื้นที่ให้มีความสะดวกและอเนกประสงค์ขึ้นแทน

ด้วยความที่ City รุ่นเดิมต้องการผลิตออกมาเพื่อตอบโจทย์คนทุกรุ่นทุกวัยอยู่แล้วลูกเล่นหรือเส้นสายภายในต่าง ๆ มันยังไม่เยอะเท่าที่ควรคิดว่าติดลบส่วนนี้อยู่เท่าที่ควรด้วยหน้าตาของมันที่ดูธรรมดาแต่เน้นใช้งานง่ายมากกว่า เริ่มที่คอนโซลหน้าตกแต่งแบบ Piano Black บริเวณระหว่างเบาะผู้ขับขี่กับด้านข้างมาพร้อมที่พักแขนขนาดใหญ่บวกกับตัว e:HEV นั้นทำการเปลี่ยนเบรกมือจากแบบคันโยกมาเป็นเบรกมือระบบไฟฟ้าแทนพร้อมด้วยระบบ Brake Hold ที่มันจะหยุดรถให้เราอัตโนมัติใช้ได้สะดวกก็ตอนติดไฟแดงอะไรงี้ก็ว่าไป ควบคุมการออกตัวรถด้วยการแตะคันเร่งเท่านั้นเองสะดวกกว่าการสับเกียร์ N หรือ D ไปมา ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องปรับอากาศตอนหลังและช่องจ่ายไฟสำรอง 2 ช่อง

ด้านระบบอินโฟเทนเมนต์หรือสาระบันเทิงนั้น Honda ทำการติดตั้งหน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว เหมือนกับตัวแฮทช์แบ็ก ลำโพง 8 ตัว และสามารถรองรับ Apple CarPlay หรือ Android Auto ได้เหมือนกัน

จอแสดงข้อมูลหรือมาตรวัดการขับขี่แบบ TFT ชนาด 7 นิ้ว ส่วนนี้ก็ยังมีความทันสมัยกว่าตัวแฮทช์แบ็กตระกูลเดียวกันอยู่บ้าง ถัดมาหน่อยเป็นพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นที่มีการควบคุมทิศทางขนาดและน้ำหนักกำลังพอรับกับมือเราและปุ่มควบคุมต่าง ๆ อย่างเครื่องเสียงและการรับ-วางสายโทรศัพท์ แถมมีระบบชะลอความเร็วติดตั้งมาแล้วที่พวงมาลัย

สำหรับเรื่องของที่นั่ง Honda City e:HEV ถูกใส่ใจด้านการออกแบบมาอย่างดีเพื่อรองรับสรีระผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ซึ่งเบาะนั่งด้านในเป็นหนังเทียมสลับกับ Suede เดินด้ายสีแดง เบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบเว้าโอบเรามากขึ้นและยังเพิ่มพื้นที่ให้ผู้โดยสารด้านหลังเช่นเดียวกัน สัมผัสถือว่านุ่มและสบายมากขึ้นกว่าเดิมนิดนึง

และไม่ลืมที่จะใส่ Honda CONNECT มาให้ซึ่งส่วนหลังที่กล่าวถึง Honda CONNECT มันสามารถเช็คประวัติเตือนให้เราเข้ารับบริการที่ศูนย์ (MY SERVICE), เช็กความพร้อม ก่อนเดินทาง (CAR STATUS) ที่สามารถบอกสถานะต่าง ๆ ของรถยนต์อย่างเช่น ระบบไฟฟ้า ระบบเบรก ให้ผู้ใช้งานรับรู้ถึงรายละเอียดความผิดปกติ และหากพบความผิดปกติ แถบสถานะรถยนต์จะเปลี่ยนเป็นสีส้ม, จอดที่ไหน ก็หาเจอ (FIND MY CAR) การจะทำงานจะคล้ายกับ Find my phone , การควบคุมความเร็วผ่านแอปพลิเคชั่น (GEO FENCE & SPEED ALERT) แจ้งเตือน เมื่อเข้าและออกนอกพื้นที่หรือขับเร็ว , สั่งการระยะไกล (REMOTE VEHICLE CONTROL) ไม่ว่าจะเป็นล็อก และปลดล็อกประตู รวมถึงฝากระโปรงหน้า และฝากระโปรงท้าย สตาร์ท-ดับเครื่องยนต์พร้อมตั้งค่าอุณหภูมิของระบบปรับอากาศ เปิดสัญญาณไฟหน้า และไฟท้าย สำหรับ The City Turbo รุ่น S จะไม่สามารถตั้งค่าอุณหภูมิของระบบปรับอากาศด้วยแอปพลิเคชันได้ , เมื่อถุงลมนิรภัยหรือระบบความปลอดภัยเริ่มทำงาน (AIRBAG DEPLOYMENT ) TCU จะส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า หรือ Honda Call Center เพื่อทำการประสานงานให้ความช่วยเหลือ และสุดท้าย WIFI ที่สามารถแชร์ได้ถึง 5 เครื่อง

สรุปความน่าใช้

ด้วยความที่ Honda City e:HEV นั้นดูสุขุมกว่าตัวแฮทช์แบ็กอยู่พอสมควรมันเหมาะกับทุกวัยไปหมด ใครที่ไม่ได้ชอบความเร็วขนาดนั้นมันพอจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับการซื้อรถสักคัน เรื่องประหยัดน้ำมันก็ทำออกมาค่อนข้างประทับใจแต่ก็จะมีจิ๊จ๊ะบ้างตรงที่ดีไซน์หลาย ๆ อย่างยังไม่ซื้อใจเรามากพอถึงจะบอกว่าทำออกมาภายใต้ชื่อ Honda City แต่ถ้ามีอะไรที่พิเศษขึ้นอีกหน่อยมันจะดีพอไปได้สวย เพราะช่วงล่างและระบบการขับเคลื่อนต่าง ๆ ซิตี้ ตัวนี้ถูกปรับจูนมาเป็นอย่างดีแล้ว ผนวกกับออปชั่นต่าง ๆ ภายในรถ ระบบความปลอดภัยที่ค่อนข้างให้มาอย่างครบครันอย่าง Honda CONNECT ที่คุณสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้เลย

                แล้วถ้าเราหยิบยกคู่ซี้ตีแข่งอย่าง Mazda 2 1.5D Sedan เข้ามาเปรียบกัน แน่นอนว่าหน้าตาชนะเลิศปราดเปรียวดูคล่องตัวแต่มาสด้าก็ยังให้เรื่องอัตราการสิ้นเปลืองหรืออัตราเร่งได้เท่าน้องใหม่อย่าง Honda City e:HEV อยู่ดี เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังติดสินใจซื้อรถสักคันอยู่ในราคาที่มันไม่เจ็บจนเกินไป

มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่

  • สีน้ำเงินออบซิเดียน (มุก)
  • สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก)
  • สีขาวแพลทินัม (มุก)
  • สีดำคริสตัล (มุก)
  • สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)
  • สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)

The Review

Honda City E:HEV

3.9 Score

การตอบสนอง ช่วงล่าง เครื่องยนต์ ถูกปรับจูนปรับแต่งมาดีจริงระบบความปลอดภัยเทคโนโลยีค่อนข้างมีครบแต่แอบมาตกม้าตายเรื่องของดีไซน์เท่านั้นเอง

PROS

  • ประหยัดน้ำมัน
  • คันเร่งตอบสนอง
  • ช่วงล่างเกาะถนนดีเยี่ยม
  • หน้าปัดแสดงข้อมูลขับขี่ไม่ล้าสมัยมากเกินไป
  • เบรกมือเป็นแบบระบบไฟฟ้าพร้อม Brake Hold

CONS

  • ภายนอกไม่ดึงดูด
  • ภายในก็ยังคงรูปแบบเดิม ๆ
  • รูปร่างทรวดทรงยังไม่ปราดเปรียวพอ

Review Breakdown

  • Driving
  • Engine & Trans
  • Fuel Consumption
  • Practicality
  • Price and Features
  • Design
  • Saftey80%

Honda City E:HEV DEALS

We collect information from many stores for best price available

Best Price

฿839000
  • ็Honda Thailand
    ฿839000 Buy Now

Related Posts

Reviews

รีวิว Mercedes-EQE 300

Reviews

รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic

รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive (รุ่นปี 2024-2025)
Reviews

รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive (รุ่นปี 2024-2025)

Kia PV5 front cornering
Reviews

รีวิว Kia PV5 Cargo

Honda Super-N (ในไทยคือรุ่น Super-One) front still
Reviews

รีวิว Honda Super-N, Super-One

Mercedes-Benz VLE 2026 driving front left
Reviews

รีวิว Mercedes-Benz VLE 2026

Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1058 shares
    Share 423 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1046 shares
    Share 418 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.