• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews Road Test

BMW X3 xDrive30e M Sport รถยนต์ไร้มลพิษสไตล์ PHEV ไฮบริดตัวแรงดีไซน์ใหม่

What Car? Team by What Car? Team
August 10, 2022
in Road Test
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

BMW X3 เป็นรถยนต์ SAV ขนาดกลางของ BMW ซึ่งในวันนี้มีรุ่นย่อยใหม่ BMW X3 xDrive30e M Sport เข้ามาเสริมทัพ ซึ่งมีขนาดกลางที่เป็นความต้องการของตลาด และราคายังอยู่ในเกณฑ์ที่คุ้มค่า รวมไปถึงอยู่กระแสการใช้งานรถยนต์ไร้มลพิษอีกด้วย

ในรุ่นนี้เป็น PHEV โดยปัจจุบัน BMW ก็ต้องการให้รถยนต์ในทุกแพลตฟอร์มเป็นพลังงานสะอาดทั้งหมด

           BMW X3 xDrive30e M Sport ที่รหัสรุ่นมีตัวอักษร ‘e’ ต่อท้าย นั้นหมายความว่ามันเป็น Plug-in Hybrid  ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร Twin Power Turbo ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Synchronous Electric Motor ให้กำลังสูงสุด 252 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร พร้อมฟังก์ชั่น Electric Boost ” XtraBoost ” ให้กำลังสูงสุดเพิ่มเป็น 292 แรงม้า ทำงานคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic ขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive

      นอกจากนี้มีแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดความจุ 12.0 kWh สามารถขับเคลื่อนได้ไกล 60 กิโลเมตร/การชาร์จ 1 ครั้ง และสามารถทำความเร็วสูงสุดในโหมดไฟฟ้าได้ 140 km/h

        โดยคันที่เรามาทดสอบครั้งนี้เป็นสีใหม่ Brooklyn Grey metallic ซึ่งอยู่ในไลน์อัพของ X3 โดยวีจะออกเหลือบมุกเล็กน้อยไม่ใช่สีเทาด้าน มาพร้อมกับชุดแต่ง M Aerodynamics

        BMW X3 xDrive30e M Sport โดดเด่นมากในกระจังหน้า kidney grille สีดำขนาดใหญ่ชัดเจน ทำให้ดูเข้มและดุดัน บริเวณกระจังหน้ามีกล้องหน้าที่ทำงานกับกล้อง Surround View รอบคัน รวมไปถึงเซนเซอร์หน้า 6 จุด และถึงเซนเซอร์รอบคัน

       ถ้าจะบอกว่ารูปลักษณ์ภายนอกไม่มีความแตกต่างกันเลยก็คงจะไม่ถูกสักเท่าไร บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย สั่งออพชันเพิ่มเติมมาให้เพื่อสร้างความแตกต่าง ทั้งไฟหน้า Adaptive LED พร้อมระบบ High-beam assistant หรือระบบปรับไฟสูงอัตโนมัตินั้นเอง รวมไปถึงล้ออัลลอยเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 นิ้ว ที่ความกว้างล้อหน้าและล้อหลังต่างขนาดกัน และชุดคาลิปเปอร์เบรก M Sport ซึ่งส่วนต่างๆนี้เราจะบอกรายละเอียดในลำดับถัดไป

       บริเวณไฟหน้าแต่งเป็น BMW Individual Lights Shadow Line ซึ่งเป็นการลงโคมไฟหน้าด้วยสีดำ โดยไฟทั้งหมดเป็น LED เต็มระบบ โดยการที่เป็น Adaptive LED ไม่ใช่แค่ปรับไฟสูงอัตโนมัติแต่รวมไปถึงส่องเข้าโค้งอัตโนมัติและสามารถดับไฟเฉพาะจุดได้ ซึ่งไฟหน้า BMW Adaptive LED มีความสว่างที่สูงมากๆ ทำให้การขับขี่ในถนนที่มืดมิดเป็นเรื่องที่ง่ายดาย และด้วยความที่เป็น M sport จึงมีชุดแต่ง m รอบคันมาให้ด้วยซึ่งที่ด้านหน้าเราก็จะเห็นเป็นชุดแต่งสีดำ เข้ม ดุดัน ดึงความสปอร์ตออกมาเต็มที่

       ถัดมาที่ด้านข้างเป็นล้ออัลลอย M ขนาด 20 นิ้ว ลาย double-spoke สีทูโทนและยังคงสีฟ้ารอบ ๆ โลโก้เช่นเดิม ยางด้านหน้าขนาด 245/45 R20 ด้านหลัง 275/40 R20 นั้นหมายความว่าล้อหลังทำงานมากกว้าล้อหน้า เป็นยาง run flat สามารถวิ่งได้ในขณะที่ยางไร้ลมยาง มีคาลิปเปอร์เบรกสีน้ำเงินมาให้ด้วย

       ถัดขึ้นมาที่ด้านซ้ายของรถจะเป็นช่องชาร์จแบตเตอรี่ไฟฟ้าเพราะว่าในรุ่นนี้เป็นรุ่นไฮบริดโดยใช้พอร์ท AC Type 2 รับกระแสไฟฟ้าได้สูงสุด 3.6 kW ชาร์จแบตเตอร์รี่จนเต็มจาก 0-100% ได้ภายใน 4 ชั่วโมง

      ในรุ่นนี้มาพร้อมกับฟังก์ชัน Comfort asset เป็นระบบปลดล็อคประตูอัจฉริยะซึ่งมือประตูก็เป็นสีเดียวกับตัวรถ ในระบบ Comfort asset เพียงแตะเบาๆ ก็ล็อกและปลดล็อกได้ทันที หากเรามีกุญแจอยู่ที่ตัวเราใช้มือสัมผัสประตูก็สามารถเปิดได้โดยทันที และถ้าหากต้องการจะล็อครถให้ใช้นิ้วแตะไปที่มือจับประตูก็จะสามารถล็อคได้ แต่หากแตะค้างไว้กระจกข้างก็จะพับอัตโนมัติ ซึ่งกระจกมองข้างจะเป็นสีเดียวกับตัวรถ มีระบบเตือนมุมอับสายตาขณะถอยหลังและ bild sport ในส่วนของหลังคามีราวรถมีราวหลังคาสีดำเงารวมไปถึงหลังคากระจกพาโนราม่าที่สามารถเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า

     ในส่วนของด้านท้ายรถจะเป็นไฟท้าย led ดีไซน์ใหม่ที่เป็นทรงสามมิติที่ให้ในเรื่องของความปลอดภัยเพราะว่าสว่างชัดเจนทำให้สามารถมองเห็นได้จากที่ไกลๆ โลโก้ของ BMW มีสีฟ้าอยู่ด้านนอกเหมือนโลโก้ด้านหน้าที่แสดงว่ารถคันนี้เป็นรถยนต์ไฮบริด รวมไปถึงยังมีโลโก้ที่แสดงรุ่นเป็นโครเมียม มีเสาอากาศครีบฉลาม ไฟเบรกดวงที่ 3 และบริเวณด้านล่างมีดิฟฟิวเซอร์ที่ช่วยตัดลมมาให้พร้อมท่อไอเสียคู่ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งสองท่อไม่ใช่ท่อหลอก

 

     ประตูท้ายรถสามารถเปิดได้ด้วยไฟฟ้าหรือใช้ระบบเปิดฝาท้ายอัตโนมัติก็ได้เพียงใช้เท้าเตะผ่านประตูทำให้เราสะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้นเวลาที่เราขนสัมภาระ

 

1 of 93
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

25.

26.

27.

28.

29.

30.

31.

32.

33.

34.

35.

36.

37.

38.

39.

40.

41.

42.

43.

44.

45.

46.

47.

48.

49.

50.

51.

52.

53.

54.

55.

56.

57.

58.

59.

60.

61.

62.

63.

64.

65.

66.

67.

68.

69.

70.

71.

72.

73.

74.

75.

76.

77.

78.

79.

80.

81.

82.

83.

84.

85.

86.

87.

88.

89.

90.

91.

92.

93.

สเปคเครื่องยนต์

Body StyleSUV
Descriptionรถ SUV 5 ประตู
Engineเครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร Twin Power Turbo ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Synchronous Electric Motor
Fuel Consumption20 กม./ลิตร
Fuel Typeเบนซิน
MakeBMW X
Max Power292 แรงม้า
Max Torque420 นิวตันเมตร
ModelBMW X3 xDrive30e M Sport
Price Guide3,799,000 บาท
Release Date8 สิงหาคม 2565
0-100 km/h8.0 วินาที
Transmission เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic

การขับขี่

       

         ในการขับขี่สิ่งที่สัมผัสได้อันดับแรกเลยคือเรื่องของเกียร์ เพราะว่าในรุ่นนี้ได้เกียร์แบบ sport steptronic ซึ่งก็จะต่างจากรุ่นดีเซลที่กลายเป็นแค่ steptronic โดยเกียร์ในรุ่นนี้ให้ความรู้สึกฉับไวและมีความลื่นไหลมากขึ้น ถือว่าเป็นเกียร์ออโต้ที่ปรับเปลี่ยนได้เร็วมีความสมูททำให้เวลาเปลี่ยนเกียร์ไม่รู้สึกสะดุด เรายิ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซินด้วยเราเราจะยิ่งรู้สึกถึงความสบายมากกว่าเครื่องยนต์ดีเซลเครื่องยนต์ดีเซลมันจะมีความกระด้างอยู่บ้าง

                ในคันแค่นี้แต่มีถึง 292 แรงม้า และ 400 แรงบิด ถือว่าแรงพอควร เราจะมาดูในเรื่องของอัตราเร่งกันบ้างอัตราเร่งของคันนี้จาก 0- 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่ที่ 6.1 วินาทีเมื่อเราออกตัวไปมันอาจจะไม่ได้รู้สึกว่าพุ่งออกมาอย่างเร็วแรงแต่พอมันลอยตัวขับไปเรื่อยเรื่อยแล้วมันก็อยู่ในความเร็วที่ถือว่าใช้ได้ มันมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อีกทั้งสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ถึง 60 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง และวิ่งได้ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม. เลยทีเดียว แต่พอวิ่งจริงๆ มันอยู่ที่ 40 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง อาจะมีบวกลบเพิ่มนิดหน่อย ซึ่งมันเพียงพอต่อการใช้างานในเมืองหรือในระยะทางสั้นๆ   ซึ่งถ้าหากคุณชาร์จไฟทุกวันเพื่อใช้งานในทุกๆวันถือว่าเป็นฟังก์ชันที่คุ้มค่า เพราะคุณสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนล้วนได้ในระยะทางขนาดนี้ก็ถือว่าสามารถประหยัดน้ำมันไปได้เยอะทีเดียวในในโหมดอีวี หรือจะเป็นโหมดไฮบริดก็ยังประหยัดอยู่ดีโดยมันประหยัดได้ถึง 35.7 ซึ่งอ้างอิงผล Eco sticker ก็ถือว่าประหยัดเลยทีเดียว

        โหมดการขับขี่มีโหมด sport hybrid electric  ระหว่างทางเราก็ได้ใช้ไฮบริด แน่นอนว่าโหมดนี้เหมาะกับการใช้ในเมืองอยู่แล้ว ขับในเมืองได้ชิวๆ มีให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ลื่นไหลเพราะว่าเค้ามี sport steptronic มาให้ทำให้ไม่รู้สึกสะดุด ในการขับขี่ 90 ถึง 100 กิโลเมตร ก็ยังให้ความสมูทจะขับเรื่อย ๆ สบายๆ ก็ได้ก็ให้ความรู้สึกชิวแต่ถ้าต้องการต้องการเร่งเหยียบไปพละกำลังเค้าก็จะมาทันทีเพื่อให้คุณเร่งแซงได้ ช่วงล่างเขาาสามารถทำให้คุณสามารถขับได้ทั้งเรื่อยๆและแบบสายซิ่งแต่ถ้าคุณวิ่งแบบซิ่งเลยก็อาจจะรู้สึกถึงการโยกของตัวรถสักนิด

       ในโหมด electric  คุณต้องมีพลังงานเต็มก่อนถึงจะใช้ได้ ถ้าพลังงานหมดก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะว่าเครื่องยนต์เบนซินทวินเทอร์โบ 2.0 ลิตร มันก็ยังทำงานได้ดีเพราะพลังของเครื่องยนต์มันก็ตั้ง 292 แรงม้า  สามารถใช้งานได้ทั้งในเมืองและต่างจังหวัดเพราะด้วยความที่เป็นไฮบริดก็อาจจะเน้นใช้งานในเมืองมากกว่าสักหน่อยแต่ถามว่าเดินทางไปได้ไหมก็เดินทางไกลได้ด้วยพลังงานที่เขาให้มามันก็เยอะเหมือนกัน

        ช่วงล่างของ BMW X3 xDrive30e ไม่แข็ง ไม่ย้วย ให้ความรู้สึกนุ่มนวลแต่ก็ไม่ได้นุ่มไปซะทีเดียว อีกทั้งมีความแน่นความเฟิร์มอยู่ด้วย และยังให้ paddle shift มาอีก บอกได้เลย่วาขับขี่สะดวกอย่างสุดๆ ถ้าเราวิ่งมาเร็วๆกำลังสรุกเราก็เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยได้เลย ไม่ต้องไปจับที่คอนโซลกลางแล้ว นอกจากนี้ยังมีเสียงรบกวนเข้ามาน้อยอีกด้วย

       เปลี่ยนมาใช้โหมดสปอร์ตกันบ้างแน่นอนว่าการเปลี่ยนมาใช้โหมดนี้จะเปลี่ยนเป็นสีแดงเพื่อแสดงถึงความเร็วแรงความสปอร์ตสิ่งที่รู้สึกคือ การตอบสนองของเครื่องยนต์มากขึ้นก็จะได้ยินเสียงเครื่องที่มันรุนแรงขึ้นเหมาะกับความเป็นสปอร์ตสปอร์ตแต่ก็ไม่สปอร์ตขนาดนั้นเพราะว่ารถคันนี้มันเหมาะกับการใช้งานแบบสบายๆมากกว่าการเหยียบซิ่งขับ ในโหมดสปอร์ตถ้าเราต้องการความเร็วแรงสามารถใช้เอ็กซ์ตร้าบูธได้ซึ่งเราก็จะรู้สึกถึงหลังติดเบาะ มีเอ็กซ์ตร้าบูธมาให้ด้วยซึ่งเอ็กซ์ตร้าบูก็จะทำให้เครื่องยนต์แรงขึ้น ถ้าโหมดสปอร์ตก็สามารถปรับเป็น xtra boost ได้ ก็คือการเอามอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วย ในการเร่งแซง

      อีกหนึ่งจุดเด่นของตัวรถนั้นคือ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive ซึ่งช่วยควบคุมตัวรถให้มีการยึดเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม แม้เจอฝนตกหนัก ถนนเปียกลื่น  ทัศนวิสัยของ BMW X3 xDrive30e ทำได้ดีเยี่ยมตามสไตล์รถยนต์ SUV กระจกบังลมด้านหน้าขนาดใหญ่ กระจกมองข้างที่วางตำแหน่งมาแบบใส่ใจรายละเอียด ทำให้รถคันนี้มีจุดอับสายตาที่น้อยมาก

ความปลอดภัย

  • ถุงลมนิรภัยสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับตนขับผู้โดยสารตอนหน้าและหลัง(ยกเว้นผู้โดยสารตอนหลังกลาง)
  • ระบบ Teleservices
  • ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน (Intelligent Emergency Call)
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC)
  • ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน(DTC)
  • ระบบห้องกันล้อล็อคขณะเบรก (ABS)
  • เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน (Crash Sensor)
  • ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง (Side Impact Protection)
  • ระบบ Active Protection
  • ระบบเตือนสถานะของยาง (Runflat Indicator)
  • ระบบสร้างเสียงจำลองเตือนผู้ใช้ถนนรอบข้าง
  • ระบบปกป้องคนเดินถนนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
  • กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Surround View Camera)

สุนทรียภาพขณะเดินทาง

       การตกแต่งเป็นตามสไตล์ของ BMW ที่เน้นความหรูหราและดูพรีเมียม แต่ยังคงความสปอร์ตไว้เพื่อให้เข้ากับรุ่น ภายในตกแต่งดีไซน์ M ด้วยวัสดุ Carbon Fibre ช่วยเสริมความสปอร์ต ซึ่งจะใช้โทนสีดำทั้งหมด

      หน้าจอมัลติมีเดียระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ทำงานด้วยระบบปฎิบัติการ BMW OS7 บอกข้อมูลการขับขี่และข้อมูลความบันเทิงครบครัน ที่สามารถควบคุมได้ด้วยปุ่ม I drive ที่อยู่บริเวณคอนโซลกลาง อีกทั้งยังสามารถสั่งการด้วยการเขียนได้อกีด้วยถือว่าสามารถควบคุมได้หลากหลายแบบเลยทีเดียว มีระบบเชื่อมต่อ Smartphone ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay, Android Auto และมี BMW ConnectedDrive คือบริการและแอพพลิเคชันที่ทำให้คุณได้เข้าถึงข้อมูล ระบบความบันเทิง และผู้ช่วยได้อย่างครบวงจรจากภายในรถยนต์ BMW อีกทั้งระบบเครื่องเสียงเป็นชุดเครื่องเสียง Harman Kardon คุณภาพสูง ซึ่งต่างจาก xDrive20d ที่ใช้เป็น HiFi loudspeaker

      เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องโดยสารเราจะพบกับความหรูหราและความพรีเมียมที่ทาง BMW ให้มา ซึ่งความหรูหราและความสบายแรกที่เราได้สัมผัสก็คือเบาะนั่งตอนหน้าดีไซน์สปอร์ต ปรับไฟฟ้า 6 ตำแหน่ง พร้อมระบบจดจำตำแหน่งของคบขับ และสามารถปรับความกระชับให้กับร่างกายได้  ในส่วนของเข็มขัดนิรภัยทุกตำแหน่ง ใช้ลวดลายแบบ  ภายในห้องโดยสารยังมีไฟ Ambient Light ที่ปรับสีได้ตามโหมดการขับขี่

      แดชบอร์ดบุด้วยหนัง Sensatec สีดำ ใช้วัสดุนุ่มที่ด้านบนส่วนด้านล่างเป็นวัสดุแข็ง และมีการตกแต่งด้วย kevla เล็กน้อย  ถัดลงมาก็จะเป็นในส่วนของเรื่องระบบปรับอากาศและระบบเครื่องเสียงต่างๆ ซึ่งระบบอากาศอัตโนมัติเป็นแบบแยกปรับอิสระซ้ายขวา ในส่วนของคอนโซนกลางจะมีที่บังสายตาและเมื่อเปิดออกก็จะเป็นที่เก็บของได้เล็กๆน้อย ๆ และวางแก้วน้ำได้ 2 แก้ว มีช่อง usb รวมไปถึง Power outlet อีกหนึ่งช่อง แต่สิ่งที่เราไม่เห็นในช่องนี้เลยคือ wireless charger ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดายเพราะก็ถือว่าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกอีกอย่างหนึ่งที่รถหลายๆ คันมี

      ถัดมาที่คอนโซนเกียร์ฝั่งด้านซ้ายจะเป็นปุ่ม I drive ที่ใช้ควบคุมหน้าจอระบบสาระบันเทิงด้านบนส่วนด้านขวาจะเป็นคันเกียร์ ไฟฟ้าซึ่งปุ่ม Start Stop ก็จะอยู่บริเวณนี้รวมไปถึงโหมดการขับขี่ต่างๆ และการดูกล้องรอบคันหรือกล้องหลังด้วย

       ถัดมาที่พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นดีไซน์ M และแน่นอนว่าโลโก้จะต้องมีสีฟ้าล้อมรอบอยู่ข้างนอก ด้านขวาจะเป็นการเพิ่มเสียงรถเสียงหรือรับสายวางสายโทรศัพท์และด้านซ้ายจะเป็นในเรื่อง Cruise Control และจำกัดความเร็ว ปรับระดับได้สี่ทิศทางด้วยระบบแมนนวล อีกทั้งยังมี paddle shift ที่สามารถเพิ่มเกียร์ลดเกียร์ได้จากพวงมาลัยโดยที่เราไม่ต้องไปขยับเกียร์ตรงคอนโซลกลางเลย

       มีการอัพเดทให้เป็น BMW Live Cockpit Professional อย่างเต็มรูปแบบซึ่งหน้าจอจะเปลี่ยนเป็นสีต่างๆตามโหมดการขับขี่ พร้อมระบบ BMW Head-Up Display เรียบร้อยแล้ว มาตรวัดแบบนี้อาจจะต้องปรับตัวกันในตอนใหม่ๆ แต่พอเริ่มคุ้นเคยก็จะพบว่ามันสามารถแสดงข้อมูลต่างๆ ได้ดี โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในรถยนต์ PHEV ที่มีหลายโหมดการขับขี่

        ที่วางแขนสามารถเก็บของได้แล้วข้างในก็มีช่องUSB-C ให้อีกหนึ่งช่อง  มีที่บังแดดให้ทั้งฝั่งคนขับและผู้โดยสารข้างหน้ารวมไปถึงมีกระจกให้พร้อมด้วยไฟสองสว่าง กระจกมองหลังสามารถปรับลดแสงอัตโนมัติ ไฟในห้องโดยสารก็เป็นแบบ LED และยังมีปุ่ม SOS ที่สามารถใช้ในการขอความช่วยเหลือได้ ถ้าต้องการให้ห้องโดยสารโปร่งโล่งสบายก็สามารถเปิดหลังคาพาโนรามิกซันรูฟที่สามารถเปิดปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมม่านบังแดดที่หลังคา

       ห้องโดยสารด้านหลังถือว่ากว้างขวาง ไม่อึดอัด leg room และ head room ยังเหลือเฟือ ผู้โดยสารตัวสูงนั่งได้สบาย มีเบาะนั่งหุ้มหนังสีน้ำตาลที่สามารถปรับพนักเบาะเบาะได้อีกด้วย มาพร้อมกับที่พักแขนบริเวณตรงกลางพร้อมที่วางแก้วน้ำ  2 แกว ตัวเบาะสามารถแยกพับได้เป็น 40/20/40  เมื่อพับลงแล้วจะไม่ราบ 100% จะนูนขึ้นมานิดหน่อยเพราะว่าข้างใต้มีแบตเตอรี่อยู่  หลังคากระจกจะยาวมาถึงตอนหลัง

      แผงข้างประตูเป็นลาย Kevla มาพร้อมสัญลักษณ์ X โดยวัสดุก็จะเป็นทั้ง soft touch และวัสดุแข็ง เป็นโทนสีน้ำตาลตัดดำซึ่งก็จะเข้ากับบริเวณอื่นๆของรถ ทำให้ดูเข้ากัน และก็มีลำโพง อีกทั้งมาพร้อมกับม่านบังแดด  

      ช่องแอร์ 2 ช่อง แบบอัตโนมัติแยกปรับอสิระและสามารถปรับอุณหภูมิได้ นอกจากนี้มีช่องเสียบ USB-C 2 ช่อง

      ประตูท้ายห้องเก็บสัมภาระความจุอยู่ที่ 450 ลิตร และสามารถเพิ่มได้สูงสุด 1,500 ลิตร ด้วยการพับเบาะนั่งแถว 2 ลง เมื่อเปิดประตูเราจะเจอส่วนนี้นูนขึ้นมาซึ่งเราคิดว่าถ้ามันเป้นสีเดียวกันทั้งหมดจะสวยกว่านี้ และเปิดด้านใต้ขึ้นก็จะเจอที่อแดปเตอร์ขาร์จแบตที่ BMW แถมมาให้และมีที่บังสายตาซึ่งสามารถถอดออกได้

สรุปความน่าใช้

      BMW X3 xDrive30e M Sport มีราคาค่าตัวที่ 3,799,000 บาท  ซึ่งมีระบบความปลอดภัยที่ครบครัน อีกทั้งมีการขับขี่ที่น่าตกใจมาหเพราะมีกำลังถึง 290 แรงม้า และแรงบิดที่มากับมอเตอร์ไฟฟ้า 420 นิวตันเมตร และยังมีระบบ Xtra Boost มาเสริมให้อีกด้วย เมื่อเทียบกับ BMW X3 ที่เป็นเครื่องยนต์ดีเซลที่ว่าประหยัดแล้ว แต่พอเจอรุ่นนี้ประหยัดยิ่งกว่าเพราะมีโหมดการทำงานรวมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคือโหมดการขับขี่แบบไฮบริด ความรู้สึกจะเหมือนการที่ขับเคลื่อนเครื่องยนต์เบนซินแบบธรรมดาที่มีจังหวะปล่อยไหล มีเรื่องของเปลี่ยนพลังงานในระหว่างการขับขี่ที่รวดเร็ว และมาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic        ในราคา 3,799,000 บาท มาพร้อมแพ็คเกจ BMW BSI ซึ่งเป็นแพ็คเกจที่จะทำให้คุณหมดกังวลเรื่องระบบบช่วงล่างต่างๆ และถ้าเรามาพูดถึงคู่แข่งของเขามีอะไรบ้าง ในไลน์ของเขา ไม่ว่าจะเป็น BMW 530e หรือ BMW iX3 ซึ่งเป็นตัวไฟฟ้าล้วน สำหรับไลฟ์สไตล์ของเราที่ไม่ได้มีเวลาไปหาที่ชาร์จมากมายหรือการคำนวณระยะทางในการใช้รถไฟฟ้าเท่าไหร่นัก BMW 520d ตอบโจทย์เรามากที่สุดเพราะสามารถขับโหมดไฮบริดที่วิ่งแล้วมันมากกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร

       โดยรวมแล้วในความคิดของเรา 520d คือรุ่นที่คุ้มค่าและน่าจับจอง อีกครั้งความรู้สึกในการขับขี่ก็ยังไม่ทิ้งความรู้สึกแบบสปอร์ตเพราะว่าตัวนี้มีช่วงล่างเป็น Adaptive Suspension ซึ่งมันสามารถปรับความหนืดได้ หากปรับโหมด Comfort ก็นุ่มนวล ส่วนโหมดสปอร์ตก็แข็งหน่อยและพวงมาลัยไฟฟ้ายังให้ความรู้สึกตึงมือมากกว่าโหมดอื่น และในรุ่นนี้ยังสามารถวิ่งไฟฟ้าล้วนได้อีกด้วย 

      นอกจากนี้เขายังมีข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือในเรื่องการปรับเบาะที่สามารถปรับดันหลังส่วนล่างได้หรือปรับปีกเบาะให้โอบกระชับได้ อีกทั้งห้องโดยสารอย่างกว้างขวาง แต่ถึงจะมีข้อดีมากมายเท่าไหร่ก็ยังมีข้อเสียติดมาบ้างคือในรุ่นนี้ไม่มี Adaptive Cruise control มาให้ ซึ่งคนที่ขับรถทางไกลอาจจะรู้สึกว่าควรมีมาให้ในรถระดับราคาเท่านี้ อีกอย่างการชาร์จไฟที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าล้วน EV ที่ยังน้อยไปซึ่งขับจริงได้ 40 กิโลเมตร โดยบวกลบกันแล้วไม่เกินนี้หรืออาจจะมากกว่านี้ตามพฤติกรรมการขับขี่ แต่ถ้าให้มามากกว่านี้ก็น่าจะคุ้มค่ามากขึ้นไปอีก ถึงแม้ช่วงล่างจะเป็นแบบ Adaptive Suspension หรือว่าปรับได้ตามโหมดการขับซึ่งใครที่คิดว่ารุ่นนี้เป็น M Sport ที่ช่วงล่างจะมาอย่างรวดเร็วและแรงโดยคนที่ชอบขับรถซิ่ง ในคันนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์ แต่ถ้าขับขี่ในระดับไม่เกิน 140 กิโลเมตร คันนี้ถือว่าดีนุ่มนวลและหนึบใช้ได้ อีกอย่างหนึ่งคือไม่มี wireless charger ซึ่งควรใส่มาให้ในรถระดับราคานี้

The Review

BMW X3 xDrive30e M Sport

4.7 Score

BMW X3 เป็นรถยนต์ SAV ขนาดกลางของ BMW ซึ่งในวันนี้มีรุ่นย่อยใหม่ BMW X3 xDrive30e M Sport เข้ามาเสริมทัพ ซึ่งมีขนาดกลางที่เป็นความต้องการของตลาด และราคายังอยู่ในเกณฑ์ที่คุ้มค่า รวมไปถึงอยู่กระแสการใช้งานรถยนต์ไร้มลพิษอีกด้วย

PROS

  • ประหยัดน้ำมัน
  • เป็นปลั๊กอินไฮบริด
  • เบาะปรับกระชับร่างกายได้
  • มีพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่
  • เกียร์แบบ sport steptronic
  • ห้องโดยสารมีพื้นที่กว้างขวาง
  • ความปลอดภัยให้มาครบครัน
  • มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
  • แถมที่ชาร์จแบตเตอรี่รถ

CONS

  • ไม่มี Adaptive cruise control
  • ควรมีระยะทางไฟฟล้าล้วนมากกว่านี้
  • ช่วงล่างไม่ได้สปอร์ตเต็มที่
  • ไม่มี wireless charger

Review Breakdown

  • Driving
  • Engine&Trans
  • Fuel Consumption
  • Practicality
  • Price and Features
  • Design
  • Saftey

BMW X3 xDrive30e M Sport DEALS

We collect information from many stores for best price available

Best Price

฿3799000
  • BMW
    ฿3799000
Tags: bmw

Related Posts

Reviews

รีวิว Mercedes-EQE 300

Reviews

รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic

รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive (รุ่นปี 2024-2025)
Reviews

รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive (รุ่นปี 2024-2025)

Kia PV5 front cornering
Reviews

รีวิว Kia PV5 Cargo

Honda Super-N (ในไทยคือรุ่น Super-One) front still
Reviews

รีวิว Honda Super-N, Super-One

Mercedes-Benz VLE 2026 driving front left
Reviews

รีวิว Mercedes-Benz VLE 2026

Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1058 shares
    Share 423 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1046 shares
    Share 418 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.