ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปีจะมีวันสำคัญเพื่อคนรักสัตว์เลี้ยงทั้งหลาย 2 งาน ด้วยกัน ได้แก่ วันแมวโลก (International Cat Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 8 สิงหาคม และวันสุนัขโลก (International Dog Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 26 สิงหาคมของทุกปี
หากคุณมีแพลนพาเพื่อนสี่ขาตัวโปรดของคุณเดินทางไปเที่ยวทะเลหรือเปลี่ยนบรรยากาศใหม่ๆ เชฟโรเลตขอแนะนำเคล็ดลับในการเดินทางสำหรับคุณ และเพื่อนคู่หูตัวเล็กของคุณ (หรือเจ้าตัวใหญ่) ให้มีความราบรื่น ปลอดภัยและมีความสุข สนุกสนานตลอดการเดินทาง
1. เตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง
ก่อนเริ่มเดินทาง เราควรเตรียมความพร้อม เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเดินทาง ดังนี้
- ตรวจสอบวัคซีนให้พร้อม: ตรวจสอบให้แน่ใจว่า เพื่อนสี่ขาของคุณได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว และเช็คว่าควรฉีดวัคซีนอะไรเพิ่มเติมตามจุดหมายที่จะไป เพื่อป้องกันโรคต่างๆ เช่น โรคร้ายจากเห็บ (Lyme Disease) นอกจากนี้ ควรบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของโรงพยาบาลสัตว์ แผนกฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงไว้ด้วย
- ป้องกันการพลัดหลง: สัตว์เลี้ยงอาจจะพลัดหลงกับคุณได้ (แต่หวังว่าจะไม่เกิดขึ้น) ดังนั้น ควรพกภาพถ่ายปัจจุบันของสัตว์เลี้ยงไว้กับตัว เป็นความคิดที่ดีที่ควรให้สัตว์เลี้ยงสวมปลอกคอ พร้อมป้ายที่มีเบอร์โทรศัพท์มือถือของคุณติดไว้ ไม่ควรปล่อยให้สัตว์เลี้ยงของคุณออกจากรถโดยไม่มีปลอกคอ ป้ายชื่อ หรือสายจูง
2. การเดินทางพร้อมกับสุนัขตัวโปรด
สุนัข ซึ่งถือเป็น “เพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์” แต่ไม่ใช่ทุกตัวที่จะสามารถเดินทางโดยรถยนต์เป็นเพื่อนคุณได้ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือควรฝึกสุนัขให้พร้อม ก่อนที่จะเดินทางจริง
- ความปลอดภัยในห้องโดยสาร: ควรควบคุมสุนัขด้วยสายจูงสุนัขระหว่างการเดินทางด้วยรถยนต์ เพื่อความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยงและตัวคุณ ตัวเลือกสำหรับการเดินทางของสุนัขคือควรใช้สายรัดอกสุนัขแบบยึดติด กระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยง หรือที่กั้นสัตว์เลี้ยงสำหรับรถยนต์ ไม่ควรพาเขามานั่งที่เบาะหน้าเพราะพวกเขาอาจได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้หากถุงลมนิรภัยทำงาน ควรจัดให้เขาอยู่ในบริเวณห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ โดยใช้ถาดรองพื้นรถยนต์ เพื่อป้องกันพรมปูพื้นรถยนต์เสียหาย
- ห้ามทิ้งไว้ในรถเด็ดขาด: ไม่ควรปล่อยสัตว์เลี้ยงไว้ในรถยนต์เพียงลำพังในวันที่อากาศแจ่มใสหรือมีแดดออกแม้จะเปิดหน้าต่างเมื่อจอดรถ ภายในห้องโดยสารก็ร้อนได้ในเวลาอันรวดเร็ว และอาจทำให้เกิดโรคลมแดด (Heatstroke) ได้
- ลดความเครียดระหว่างทาง: สำหรับสุนัขที่มีอาการกระวนกระวายหรือชอบเห่า ลองให้ของเล่นหรือขนมขบเคี้ยว เพราะการเคี้ยวหรือเลียสามารถทำให้สุนัขรู้สึกผ่อนคลายและมีอะไรทำ
- วางแผนเส้นทาง Pet-Friendly: ควรทำการบ้านเกี่ยวกับร้านอาหาร โรงแรม และสวนสาธารณะที่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปได้ในเส้นทางการเดินทางของคุณ เพื่อที่คุณและเพื่อนร่วมเดินทางสี่ขาจะได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่
What Car? Advice: เมื่อคุณเดินทางถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ควรจูงสุนัขของคุณเดินสักพักหนึ่ง เพื่อให้เขาได้ยืดเส้นยืดสาย และรู้สึกผ่อนคลาย แม้สุนัขของคุณจะได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดี ก็อาจจะมีอาการกระสับกระส่ายได้ หากต้องไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย
3. การเดินทางพร้อมกับแมวตัวโปรด
เตรียมความพร้อม ก่อนเริ่มออกเดินทางพร้อมกับแมว ดังนี้
- พื้นที่ปลอดภัย: ควรใช้กระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยงหรือที่กั้นสัตว์เลี้ยงภายในรถ เพราะสัตว์เลี้ยงอาจได้รับบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเป็นอันตรายต่อผู้โดยสารคนอื่น
- สร้างความคุ้นเคย: ควรให้แมวทำความคุ้นเคยกับรถก่อน ด้วยการปล่อยให้เขาใช้หัวถูภายในรถ เพื่อให้กลิ่นของตัวเองติดอยู่ในรถ นอกจากนี้ คุณอาจจะลองวางสิ่งของที่เขาคุ้นเคย อย่างเช่น เบาะที่นอน ผ้าห่ม หรือผ้าเช็ดตัวไว้ในรถ
- Item สำคัญที่ต้องพก: อย่าลืมแพ็คกระบะทรายสำหรับการขับถ่ายขนาดเล็ก ชามใส่อาหาร และชามน้ำ รวมถึงชุดปฐมพยาบาลของแมวใส่ไว้ในรถ และอย่าลืมนำเสาลับเล็บสําหรับแมวไปด้วย เพราะสามารถช่วยให้แมวผ่อนคลายได้ และช่วยไม่ขีดข่วนเบาะโดยสารเล่น
- ป้องกันภาวะขาดน้ำ (Dehydration): เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำ โดยเฉพาะการเดินทางในช่วงหน้าร้อน ลองเตรียมชามน้ำแช่แข็งเอาไว้ให้แมวเลียเพื่อลดความร้อน นอกจากนี้ ชามน้ำแช่แข็งยังสะดวกกว่าและไม่เลอะเทอะเท่าชามใส่น้ำเปล่า
บทสรุป (Summary)
การพาพวกเขาร่วมเดินทางไกลไม่ใช่แค่การจับใส่รถแล้วออกเดินทาง แต่คือการบริหารจัดการความปลอดภัยและสภาพจิตใจของสัตว์เลี้ยง สุนัขต้องการการควบคุมพื้นที่ (Restraint) และการระบายพลังงานผ่านการแวะพัก ในขณะที่แมวต้องการการควบคุมสิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคย (Environment Control) และการป้องกันภาวะขาดน้ำ หัวใจสำคัญที่สุดคือ “ความปลอดภัยในห้องโดยสาร” ซึ่งอุปกรณ์กั้นหรือสายรัดนิรภัยคือสิ่งจำเป็นที่ห้ามละเลยเด็ดขาด
- พื้นที่และการจัดวางในรถ (Practicality & Space)
- สุนัข: เหมาะกับบริเวณห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ (โดยเฉพาะรถ SUV หรือ Hatchback) ควรติดตั้งถาดรองพื้นเพื่อกันเปื้อน หรือใช้สายรัดอกนิรภัยยึดติดกับเบาะหลัง
- แมว: ต้องอยู่ในกระเป๋าเดินทางหรือ Box สำหรับแมวโดยเฉพาะ ไม่ควรปล่อยให้ออกมาเดินเพ่นพ่านเพราะอาจมุดเข้าใต้แป้นเบรกจนเกิดอุบัติเหตุ
- 🏆 ผู้ชนะด้านความยืดหยุ่นของพื้นที่: สุนัข (จัดสรรพื้นที่ได้ง่ายกว่าในรถยนต์ขนาดใหญ่)
- การจัดการความเครียดและการขับขี่ (Ride & Stress Management)
- สุนัข: คลายเครียดด้วยการเคี้ยวขนม ของเล่น หรือการจอดแวะพักเดินยืดเส้นยืดสายตามจุดพักรถ
- แมว: คลายเครียดด้วยการคุ้นชินกับกลิ่นเดิม (ใช้หัวถูสร้างอาณาเขต) และต้องพกเสาลับเล็บเพื่อป้องกันการข่วนทำลายเบาะรถยนต์
- 🏆 ผู้ชนะด้านการปรับตัวง่ายระหว่างเดินทาง: สุนัข (ชอบการเดินทางและตื่นเต้นกับสิ่งแวดล้อมใหม่ได้ดีกว่าแมว)
- การดูแลสุขภาพและสภาวะร่างกาย (Health & Feeding)
- สุนัข: เน้นการระวังเรื่องโรคลมแดด (Heatstroke) ห้ามทิ้งไว้ในรถเพียงลำพังเด็ดขาดแม้จะเปิดกระจก
- แมว: เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำในหน้าร้อนได้ง่าย แนะนำเทคนิค “ชามน้ำแช่แข็ง” เพื่อให้เลียคลายร้อนและป้องกันน้ำหกเลอะเทอะในรถ
- 🏆 ผู้ชนะด้านทริคการจัดการง่ายในรถ: แมว (ทริคชามน้ำแช่แข็งช่วยลดความยุ่งยากและการทำความสะอาดในห้องโดยสารได้ดีกว่า)












![📌 รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
📌 สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไป เพราะนี่คือ Mercedes-Benz V 300 d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส
📌 สนนราคาค่าตัวในประเทศไทยที่ 5,820,000 บาท พร้อมยกระดับบารมีประธานบริษัทให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมือง
อ่านต่อ [https://s.whatcar.co.th/r2Q16p]
#whatcarthailand #MercedesBenz #V300dExclusive #MPV 📌 รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
📌 สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไป เพราะนี่คือ Mercedes-Benz V 300 d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส
📌 สนนราคาค่าตัวในประเทศไทยที่ 5,820,000 บาท พร้อมยกระดับบารมีประธานบริษัทให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมือง
อ่านต่อ [https://s.whatcar.co.th/r2Q16p]
#whatcarthailand #MercedesBenz #V300dExclusive #MPV](https://scontent-sin2-1.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/772280514_1477124561103747_2233245962568407907_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=102&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiRkVFRC5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=Pzo8sltjCCMQ7kNvwGu-n2H&_nc_oc=Adqa1l86zpK7uRpuDlyhSzVs9ujPhxQtX7Q6rRm5FBxQduOFTr4dX21RKfo8uEFwmI__sU2TTWfGafnhdaCzqKWM&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin2-1.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=L1mV4wdSnzVMLApXeIB7vQ&_nc_tpa=Q5bMBQJMgWT_CsxpJwbmiw95MZvLRwimR5hf1KEnPUYLnnzJ3TIuYc5qeJ5w8gwn00Glh4tQtlx9t543&oh=00_AQF0VNcrlHNlbP5QnfQGfp833XzS-wS_K4s3YMSYRXtCpA&oe=6A87E38B)





