ในรอบปีที่ผ่านมา Volvo EX30 รถไฟฟ้า (EV) รุ่นยอดนิยมที่เคยถูกคาดหวังว่าจะมาเปลี่ยนโฉมหน้าตลาดรถหรูในราคาที่เข้าถึงได้ กลับต้องเผชิญกับมรสุมความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ ทั้งปัญหาซอฟต์แวร์รวนและวิกฤตรีคอลล์ (Recall) แบตเตอรี่ทั่วโลก, เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นบททดสอบของแบรนด์ Volvo เท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงของ “พลังกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค” ระหว่างประเทศที่มี Lemon Law อย่างอังกฤษ กับประเทศไทยที่กำลังอยู่ในช่วงผลักดันกฎหมายนี้
1. จุดเริ่มต้นของวิกฤต: จากหน้าจอดับสู่ความเสี่ยงไฟไหม้
ปัญหาของ Volvo EX30 ในตลาดโลก (โดยเฉพาะอังกฤษซึ่งเป็นตลาดใหญ่) แบ่งออกเป็น 2 ระลอกสำคัญ:
- วิกฤตซอฟต์แวร์ (กลางปี 2024): รถล็อตแรกเจอปัญหาหน้าจอกลางดับสนิทระหว่างขับขี่ (Blackout) ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) ผิดพลาด ซึ่งเสี่ยงต่อความปลอดภัยอย่างมาก จนทำให้ Volvo ในอังกฤษต้องยอมคืนเงินเต็มจำนวน (Full Refund) ให้ลูกค้าบางราย
- วิกฤตรีคอลล์แบตเตอรี่ (มกราคม 2026): ตรวจพบความเสี่ยงในแบตเตอรี่แรงดันสูง (NMC 69 kWh) ที่ผลิตโดยบริษัทร่วมทุนของ Geely ว่าอาจเกิดความร้อนสูงเกินไป (Overheating) จนเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ นำไปสู่มาตรการให้เจ้าของรถ จำกัดการชาร์จไว้ไม่เกิน 70% เพื่อลดความเสี่ยง
2. หมัดเด็ดกฎหมายอังกฤษ: เมื่อลูกค้าคือ “พระเจ้า” ที่มีกฎหมายรองรับ
ในสหราชอาณาจักร (UK) ผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองภายใต้ Consumer Rights Act 2015 (CRA 2015) ซึ่งระบุว่าสินค้าต้องมีคุณภาพน่าพึงพอใจ เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ และตรงตามที่โฆษณา, เมื่อรถมีปัญหาร้ายแรง ลูกค้าอังกฤษจึงมีสิทธิ์โต้แย้งได้ทันที:
- สิทธิ์คืนเงินเต็มจำนวน (Short-term Right to Reject): หากเจอข้อบกพร่องภายใน 30 วันแรก สามารถคืนรถและขอเงินคืนได้ทันที
- การซ่อมที่จำกัด: ค่ายรถมีโอกาสซ่อมใหญ่ได้เพียง “ครั้งเดียว” หากไม่หาย ลูกค้ามีสิทธิ์ขอคืนเงินหรือเปลี่ยนรถใหม่
- กรณีถูกลดสเปก: การที่ Volvo สั่งให้ชาร์จได้แค่ 70% ถือเป็นการลดสเปกและระยะทางวิ่งอย่างมีนัยสำคัญ ภายใต้กฎหมายอังกฤษถือว่าสินค้าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ (Not Fit for Purpose) เจ้าของรถจึงใช้ช่องนี้ในการทำเรื่องคืนรถได้
- พลังของบริษัทไฟแนนซ์: เนื่องจากคนอังกฤษส่วนใหญ่ซื้อรถผ่านระบบเช่าซื้อ (PCP) กฎหมายจึงกำหนดให้บริษัทไฟแนนซ์ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย หากตกลงกันไม่ได้ ลูกค้าสามารถส่งเรื่องไปที่ Financial Ombudsman Service (FOS) เพื่อบังคับให้ไฟแนนซ์รับรถคืนและคืนเงินทั้งหมดได้ฟรี
3. สถานการณ์ในไทย: ความหวังใหม่กับ “Lemon Law” ที่ถูกดองมา 12 ปี
เมื่อตัดภาพมาที่ประเทศไทย มาตรการส่วนใหญ่ยังขึ้นอยู่กับความสมัครใจของค่ายรถ (Voluntary Action) เป็นหลัก
- กฎหมายปัจจุบัน: ไทยมีกฎหมายความรับผิดชอบต่อสินค้าที่ไม่ปลอดภัย (PL Law) แต่เน้นไปที่การเยียวยา “หลังเกิดเหตุเสียหายแล้ว” เช่น ไฟไหม้แล้วค่อยชดใช้ แต่ในแง่การป้องกันล่วงหน้าหรือการขอคืนเงินเมื่อพบข้อบกพร่อง เรายังไม่มีกฎหมายที่เด็ดขาดเท่าอังกฤษ
- ความคืบหน้าของ Lemon Law: ข่าวดีคือเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ครม. มีมติเห็นชอบให้รัฐสภานำ “ร่าง พ.ร.บ. ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า” (Lemon Law) กลับมาพิจารณาอีกครั้ง หลังจากถูกดองมานานกว่า 12 ปี (ตั้งแต่ปี 2557)
- การเคลื่อนไหวของ สคบ.: สำหรับกรณี EX30 ในไทย สคบ. ได้เรียก Volvo เข้ามาชี้แจงแผนเยียวยา ซึ่งปัจจุบันมีการประกาศหยุดขายรุ่นที่มีปัญหาชั่วคราว นัดหมายเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ใหม่ และจัดหารถสำรองให้ลูกค้าใช้ระหว่างรอซ่อม
4. ตารางเปรียบเทียบ: มาตรการคุ้มครองผู้บริโภค (UK vs TH)
| ประเด็นเปรียบเทียบ | สหราชอาณาจักร (อังกฤษ) | ประเทศไทย |
|---|---|---|
| กฎหมายหลักที่ใช้ | Consumer Rights Act 2015 (CRA 2015) ซึ่งระบุว่าสินค้าต้องมีคุณภาพน่าพึงพอใจและตรงตามโฆษณา | PL Law (เน้นชดเชยหลังเกิดเหตุ) และ ร่าง Lemon Law (ยังอยู่ระหว่างพิจารณาในสภา) |
| หน่วยงานกำกับดูแล | DVSA (มีระบบฐานข้อมูลรีคอลล์กลางและออกจดหมายเตือนเป็นข้อบังคับ) | สคบ. (เน้นการเรียกค่ายรถมาเจรจาไกล่เกลี่ยและให้ทำแผนเยียวยา) |
| สิทธิคืนรถ/คืนเงิน (Reject) | มีสิทธิเด็ดขาด: คืนเงินเต็มจำนวนได้ภายใน 30 วันแรก หรือหากซ่อมไม่จบใน 1 ครั้งภายใน 6 เดือน | ทำได้ยาก: ไม่มีกฎหมายรองรับโดยตรง ต้องเจรจาเป็นรายกรณีหรือฟ้องร้องเป็นคดีผู้บริโภค |
| ตัวกลางกดดันค่ายรถ | Financial Ombudsman (FOS) มีอำนาจสั่งปรับและบังคับให้ไฟแนนซ์รับรถคืนได้ฟรี | สคบ. ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย หากตกลงกันไม่ได้ ผู้บริโภคต้องเข้าสู่กระบวนการศาลเอง |
| มาตรการกรณี EX30 | รีคอลล์ 10,577 คัน จำกัดชาร์จ 70% และลูกค้าใช้สิทธิคืนรถได้เพราะถือว่าถูกลดสเปก | รีคอลล์ 1,668 คัน หยุดขายชั่วคราว นัดเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ และจัดหารถสำรองให้ใช้ |

วิเคราะห์เพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูล
- อังกฤษ: ผู้บริโภคถือไพ่เหนือกว่าเนื่องจากกฎหมาย CRA 2015 ครอบคลุมไปถึงบริษัทไฟแนนซ์ ทำให้ลูกค้าสามารถปฏิเสธรถและขอเงินคืนทั้งหมด (เงินดาวน์+ค่างวด) ได้หากสินค้าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ (Fit for Purpose)
- ไทย: ปัจจุบันมาตรการเยียวยาส่วนใหญ่ยังเป็นแบบ “สมัครใจ” จากทางค่ายรถ (Voluntary Action) และกฎหมายที่มีอยู่อย่าง PL Law มักเน้นการเยียวยาหลังจากเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว (เช่น ไฟไหม้แล้วค่อยชดใช้) ต่างจาก Lemon Law ที่มุ่งเน้นการป้องกันและการคืนสินค้าเมื่อพบข้อบกพร่อง
- กรณีการจำกัดชาร์จ 70%: ในอังกฤษถือเป็นช่องโหว่ทางกฎหมายที่ทำให้ลูกค้าใช้สิทธิคืนรถได้ทันที เพราะระยะทางวิ่ง (Range) หายไปจากที่โฆษณาไว้ แต่ในไทยสิทธินี้ยังไม่มีกฎหมายรองรับชัดเจน
5. บทสรุปและคำแนะนำสำหรับผู้ซื้อรถ EV
เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญว่า การซื้อรถ EV ในยุคปัจจุบันไม่ควรมองแค่ชื่อแบรนด์หรือสเปกในโบรชัวร์ แต่ต้องพิจารณาไปถึงซัพพลายเชนของแบตเตอรี่ ระบบตรวจสอบคุณภาพ และที่สำคัญที่สุดคือ ความโปร่งใสของบริษัทเมื่อพบปัญหา, สำหรับเจ้าของ Volvo EX30 ในไทย แนะนำให้เก็บหลักฐานทุกอย่าง ตั้งแต่วันที่รับรถ บันทึกการสื่อสารกับศูนย์ และประวัติการซ่อม เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากต้องมีการเรียกร้องความเสียหายในอนาคต
ร่างกฎหมาย Lemon Law ในไทย หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ “ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. ….” มีสาระสำคัญที่น่าสนใจและเป็นความหวังใหม่ในการคุ้มครองผู้บริโภคไทย ดังนี้

1. สถานะปัจจุบันและเป้าหมาย
- สถานะ: เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ครม. มีมติเห็นชอบให้นำร่างกฎหมายฉบับภาคประชาชนกลับมาพิจารณาในรัฐสภาอีกครั้ง หลังจากที่เคยถูกผลักดันมานานกว่า 12 ปี (ตั้งแต่ปี 2557),,
- เป้าหมาย: เพื่อกำหนดความรับผิดของผู้ขายต่อผู้ซื้อในกรณีสินค้าชำรุดบกพร่องให้ชัดเจน โดยเฉพาะสินค้าที่มีเทคโนโลยีซับซ้อนซึ่งผู้ซื้อไม่อาจพบเห็นความผิดปกติได้ในเวลาซื้อขาย,,
2. ขอบเขตการบังคับใช้
- สินค้าที่ครอบคลุม: เน้น สินค้าใหม่มือหนึ่ง ได้แก่ รถยนต์, รถจักรยานยนต์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องยนต์,,
- สินค้าที่ยกเว้น: ไม่ใช้บังคับกับ ของใช้แล้ว (มือสอง), สัตว์มีชีวิต และสินค้าเฉพาะตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ครอบคลุมสัญญาเช่าซื้อ: ให้สิทธิผู้เช่าซื้อ (ไฟแนนซ์) มีสิทธิเช่นเดียวกับผู้ซื้อในการเรียกร้องให้ผู้ขายรับผิด
3. หลักการ “สันนิษฐานความชำรุดบกพร่อง” (หัวใจสำคัญ)
- สินค้าทั่วไป: หากพบความชำรุดภายใน 6 เดือน นับแต่วันส่งมอบ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าสินค้านั้นชำรุดบกพร่องมาตั้งแต่เวลาส่งมอบ
- กรณีรถยนต์: หากชำรุดภายใน 1 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตรแรก,
- กรณีรถจักรยานยนต์: หากชำรุดภายใน 6 เดือน หรือ 5,000 กิโลเมตรแรก
- (หากอยู่ในเกณฑ์ข้างต้น ผู้บริโภคไม่ต้องเป็นผู้พิสูจน์ความเสียหายเอง แต่เป็นหน้าที่ของผู้ขายที่ต้องพิสูจน์หากจะปฏิเสธความรับผิด)
4. สิทธิ 5 ประการของผู้บริโภค (สิทธิในการเยียวยา)
เมื่อสินค้าชำรุด ผู้ซื้อมีสิทธิเลือกดำเนินการดังนี้:
- เรียกให้ซ่อมแซม: ต้องทำให้เสร็จภายใน 60 วัน (สำหรับรถยนต์ไม่เกิน 90 วัน)
- เรียกให้เปลี่ยนสินค้า: ต้องเป็นของใหม่ประเภทและชนิดเดียวกัน
- ขอลดราคา: ในกรณีที่ความเสียหายไม่ถึงขั้นต้องเลิกสัญญา
- เลิกสัญญา (คืนรถ/คืนเงิน): หากซ่อมไม่หาย หรือการซ่อมใช้เวลานานเกินกำหนด
- ยึดหน่วงการชำระค่างวด: กรณีซื้อแบบผ่อนชำระ สามารถเลื่อนการจ่ายงวดถัดไปได้จนกว่าจะได้รับสินค้าที่ซ่อมเสร็จ
5. เงื่อนไขการคืนสินค้าและคืนเงิน
- ความบกพร่องร้ายแรง: หากพบความชำรุดที่เป็นสาระสำคัญภายใน 7 วัน (สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใน 14 วัน) ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกให้เปลี่ยนสินค้าได้ทันที
- การเลิกสัญญา: ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่มีสิทธิเลิกสัญญา
- การคืนเงิน: ผู้ขายต้องคืนเงินพร้อม ดอกเบี้ย นับแต่วันที่ได้รับเงินไป แต่ผู้ขายมีสิทธิหัก ค่าเสื่อมสภาพ จากการใช้งานตามความเหมาะสมได้
6. อายุความในการฟ้องร้อง
- สินค้าทั่วไป: 1 ปี นับแต่วันที่พบความชำรุดบกพร่อง,
- รถยนต์/เครื่องใช้ไฟฟ้า: 2 ปี นับแต่วันที่พบความชำรุดบกพร่อง หรือเวลาที่ผู้ขายยอมรับจะซ่อมแซม/เปลี่ยนสินค้า
การมีกฎหมายฉบับนี้จะช่วยลดภาระในการพิสูจน์ของผู้บริโภค และบังคับให้ผู้ประกอบการต้องยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการหลังการขายให้ทัดเทียมสากล
📌 แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
- ร่าง พ.ร.บ. ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. (ฉบับ สคก. ตรวจพิจารณาแล้ว เรื่องเสร็จที่ 615/2567): เอกสารร่างกฎหมายฉบับเต็มจำนวน 10 หน้า
- บทวิเคราะห์ร่าง พ.ร.บ. (Lemon Law) โดยสำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา: ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถิติเรื่องร้องเรียนและเปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศ
- เอกสารประชาสัมพันธ์สภาองค์กรของผู้บริโภค: สรุปสิทธิผู้บริโภคและไทม์ไลน์การผลักดันกฎหมาย
- มติคณะรัฐมนตรี (12 พฤษภาคม 2569): ข้อมูลการรับรองร่างกฎหมายเข้าสู่สภา
- เอกสารรีคอลล์ทางการอังกฤษ (DVSA): หมายเลข R/2025/559 (มกราคม 2026) กรณีปัญหาแบตเตอรี่แรงดันสูงใน EX30 จำนวน 10,577 คัน
- สำนักข่าว Autocar UK & CarBuzz (กรกฎาคม 2024): รายงานการคืนเงินเต็มจำนวน (Full Refund) จากปัญหาวิกฤตซอฟต์แวร์
- รายงานข่าวในไทย (พฤษภาคม 2569): แถลงการณ์เรียกคืนรถ EX30 จำนวน 1,668 คัน และมาตรการจาก สคบ.
- ข้อมูลกฎหมาย Lemon Law: จากเพจมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และมติ ครม. 12 พฤษภาคม 2569
- บทวิเคราะห์ทางเทคนิค: จากเพจ Facebook Blink Drive เกี่ยวกับปัญหาเซลล์แบตเตอรี่และระบบ BMS
**
หมายเหตุจำกัดความรับผิดชอบ (Disclaimer):**
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้ ข้อมูลทั่วไป และเปรียบเทียบเชิงกฎหมายเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคเท่านั้น ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจากการรวบรวมรายงานข่าว สถิติ เอกสารเผยแพร่ต่อสาธารณะของหน่วยงานรัฐ และบันทึกกรณีศึกษาในต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ ณ ช่วงเวลาที่เผยแพร่ บทความนี้ไม่มีเจตนาในการลดทอนชื่อเสียง มุ่งร้าย หรือโจมตีผู้จัดจำหน่ายหรือแบรนด์สินค้าใด ๆ และมาตรการการแก้ไขของทางบริษัทอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรืออัปเดตเพิ่มเติมตามนโยบายของแต่ละประเทศ ผู้สนใจโปรดตรวจสอบข้อมูลที่เป็นทางการและเป็นปัจจุบันจากบริษัทผู้ผลิตและหน่วยงานกำกับดูแลโดยตรง














![🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI](https://scontent-sin6-3.cdninstagram.com/v/t39.30808-6/777824829_1482951810521022_337360140164175493_n.jpg?stp=dst-jpg_e35_tt6&_nc_cat=110&ccb=7-5&_nc_sid=18de74&efg=eyJlZmdfdGFnIjoiQ0FST1VTRUxfSVRFTS5iZXN0X2ltYWdlX3VybGdlbi5DMyJ9&_nc_ohc=lD7Zz0f81KMQ7kNvwFu3nxZ&_nc_oc=AdoR26UPcjbKHmMn5VjEvycPBjhvokHJhtd9_KN9NZh24NIR4_mhj7em5lgsLdL61x9gHc-BT3bNRzBijWWwzGBg&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent-sin6-3.cdninstagram.com&edm=ANo9K5cEAAAA&_nc_gid=gzt4c967DX2IPSWcT1GT1Q&_nc_tpa=Q5bMBQIw2rfZQQKRL8ojyJmDbuIppB_UmwgI5aHVmLbEOkCzPzqSb-sbWOSFc5o4mfNP1_yR35aGdbtc&oh=00_AQHwzW91GPYBWvzdYUzJLI6qVrxVOILJc1OENo8ZScNbuw&oe=6A96E38A)



