• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Reviews First Drive

ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

What Car? Team by What Car? Team
August 2, 2022
in First Drive
A A
Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

Overview Of Car

New Mercedes-Benz C 220d AMG Dynamic (W206) การตกแต่งที่แสดงถึงเอกลักษณ์ชัดเจนของ AMG Line ทำให้ภายนอกของตัวรถมอบความรู้สึกสปอร์ตที่ไม่เหมือนใครใน C-Class AMG Line สื่อถึงการออกแบบที่ทรงพลังอย่างชัดเจน คุณสมบัติทางเทคนิคยังช่วยให้คุณขับสนุกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตปราดเปรียวพร้อมระบบบังคับเลี้ยวโดยตรง

New Mercedes-Benz C 220d AMG Dynamic ปรับเปลี่ยนภายนอกที่ได้เพิ่มเติมความเป็นผู้ใหญ่เข้ามาและภายในให้ดูกว้างขวางโอ่อ่ามากขึ้น รวมไปถึงชวงล่างแบบ Sports suspension

          New Mercedes-Benz C 220d AMG Dynamic  มาพร้อมชุดแต่ง AMG Dynamic ที่มากับรูปแบบเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดูโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว และอีกสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างรุ่นธรรมดากับ AMG Dynamic ก็คือระบบช่วงล่างที่มีความเป็นสปร์ตมากยิ่งขึ้น ขับสนุกมากยิ่งขึ้น และฟังก์ชั่นการใช้งานที่มีมากกว่ารุ่นธรรมดานั้นคือรุ่น AVANTGARDE ซึ่งมีราคาอยู่ 2,590,000 บาท และรุ่นที่เรานำมารีวิวกันในวันนี้คือรุ่น AMG Packet โดยราคาอยู่ที่ 2,990,000 บาท ทั้งสองรุ่นราคาจะห่างกันอยู่ที่ 400,000 บาท ในเรื่องของการขับขี่จะสนุกหรือว่าจะให้ความสบายกว่ารุ่นหน้านี้อย่างไรเดี่ยวเราจะมารีวิวกัน

      ส่วนมิติตัวถังที่มีความแต่งต่างกันอย่างชัดเจน แน่นว่าภายนอกนั้นใหญ่กว่าทั้งหมดรวมไปถึงภายในแต่ห่างกันเพียงนิดเดียวไม่ได้ใหญ่กว่ากันขนาดนั้น จะมีในเรื่องของการออกแบบและตกแต่งที่เป็นทั้งภายนอกและภายในที่ให้ในเรื่องของความสปอร์ตและหรูหรามากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้

       คู่แข่งของรุ่นนี้คือ  BMW 320d  ซึ่งมีค่าตัวของอยู่ที่ 2,549,000 บาท ห่างกันถึง 444,100 บาท เลยทีเดียว  เราจะมาดูกันว่าความสบายและคุ้มค่า C 220d AMG จะดีกว่าคู่แข่งหรือไม่

        Mercedes-Benz C-Class รหัสตัวถัง W206 ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาเป็นเจเนอเรชันที่ 6 แล้ว โดยระยะแรกมีให้เลือกเฉพาะรุ่น C 220 d ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ Mild-hybrid แบบ 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร ซึ่งตามตัวเลขก็ถือว่าใช้ได้เหมือนกัน ในรุ่นนี้พ่วงระบบมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 48V EQ Boost พละกำลัง 20 แรงม้า 200 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC ขับเคลื่อนล้อหลัง สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 245 กม./ชม.

        เมื่อเปรียบเทียบกับ w205 รุ่นก่อนหน้า พบว่าเครื่องยนต์มีแรงม้าเพิ่มขึ้น 10 แรงม้า และแรงบิดเพิ่มขึ้น 40 นิวตันเมตร ทั้งนี้ด้วยน้ำหนักตัวรถที่มากกว่าทำให้อัตราเร่งของ w206 ที่ถูกเคลมไว้โดย Mercedes-Benz ช้าลงกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย

         นอกจากนี้มีช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ Four-Link Axle และช่วงล่างหลังแบบอิสระ Multi-Link Axle อีกทั้ง AMG Dynamic จะเป็นช่วงล่างที่เรียกว่า sport suspension ซึ่งช่วงล่างแบบนี้จะเน้นความเฟิร์มเป็นหลักทำให้ขับสนุกได้มากยิ่งขึ้น มีระบบปรับความหนืดของโช๊คอัพ Agility Control ในรุ่นนี้เป็นเพียงเบนซินเท่านั้นยังไม่เป็นปลั๊กอินไฮบริด หากใครที่รอปลั๊กอินไฮบริดต้องรอปลายปีนี้

         มาเริ่มกันที่ภายนอก เราจะเห็นได้ว่า AMG Dynamic จะมีรูปร่างที่โค้งมน ดูเรียบง่ายแต่ผสมผสานความหรูหราและความสปอร์ตเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ ในรุ่นนี้มีการตกแต่งที่เรียกว่า AMG Body styling ซึ่งเป็นการแต่งแบบรอบคันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยชุดแต่งจะเน้นโครเมียมเป็นหลักเพื่อทำให้ดูหรูหรา ซึ่งกระจังแบบ Mercedes -Benz pattern ซึ่งในบริเวณกระจังหน้ามีการออกแบบใหม่เป็น star pattern grill ที่จะเป็นโลโก้ Mercedes-Benz เล็กๆหลายอันต่อกันทำให้รถดูหรูหราอีกทั้งมาพร้อมตราสัญลักษณ์ดาวของเมอร์เซเดส -เบนซ์ขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง ซึ่งการออกแบบแบบนี้ทำให้ลดอายุของกลุ่มลูกค้าได้พอสมควร บริเวณด้านหน้ามากับเซ็นเซอร์อีก 6 จุด แต่ไม่มีกล้องหน้ามาให้และมีระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟมาให้ อีกทั้งไฟหน้าแบบ High Performance LED พร้อมระบบปรับไฟสูงและไฟหน้าอัตโนมัติ แต่ยังไม่มี Aaptive LED มาพร้อมไฟ Day time running แบบใหม่ที่คล้ายกับตัว A-Class หรือ CLS  ฝากระโปรงด้านหน้าเป็นแบบ power dome ซึ่งเป็นสไตล์ใหม่ของ Mercedes -Benz ยุคใหม่ซึ่งจะเพิ่มมิติให้กับตัวรถมากยิ่งขึ้น

        ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ multi- spoke ขนาด 19 นิ้ว มีลักษณะเป็นซี่ๆ แต่ทางเราชอบแบบเก่าที่เป็น 5 ก้านมากกว่าเพราะดูทำความสะอาดง่ายกว่าและดูสปอร์ตมากกว่านี้  โดยยางหน้าเป็นยาง Radial แบบมีชั้นโฟมตัดเสียงช่วยลดเสียงรบกวนที่จะเข้าไปในตัวรถได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีขนาดยางหน้า 225/45 R 19 เบรกจะเป็นคาลิปเปอร์สีเทาที่มีโลโก้ Mercedes -Benz ติดมาด้วย จานเบรกคู่หน้าขนาดใหญ่พร้อมรู้ระบายความร้อน

        ถัดมาด้านข้างเราจะเห็นว่ารถไม่ได้สูงมากเพราะเน้นความเป็นสปอร์ต ความเป็นครอบครัว ในส่วนของกระจกข้างเป็นสีเดียวกับตัวรถโดยจะมีไฟเลี้ยว LED อยู่ที่ด้านข้าง อีกทั้งสามารถปรับระดับและพับเก็บได้ด้วยระบบไฟฟ้าและรวมไปถึงยังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติได้ในฝั่งขวามือ อีกทั้งมีไฟ welcome light ใต้กระกระจกมองข้างเป็นรูปตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์  ต่อไปเป็นมือจับเปิดประตูซึ่งเป็นโครเมียม รวมไปถึงเส้นสายขอบประตูด้วย ซึ่งในรุ่นนี้จะเน้นโครมเมียมเป็นหลักเพื่อให้ดูพรีเมียมมากขึ้น ถัดมาเราก็จะเห็นการโค้งลงของหลังคามันทำให้ดูเพรียวและสวยงาม ซึ่งเราขอบอกเลยว่าหลังคาที่ให้มาใหญ่พอสมควรเลย ถือว่าดีกว่าตัว BMW 320d เพราะ 320d ไม่มีหลังคาพาโนรามิคมาให้
        มือจับประตูมานพ้อมกับกุญแจรถแบบใหม่ที่มีระบบ keyless go มาให้แล้ว สามรถใช้ได้ทั้ง 4 ประตู ซึ่งทำให้การล็อกหรือปลดล็อกสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ หากต้องการล็อกรถให้สัมผัสบริเวณที่เปิดประตูรถตรงส่วนไหนก็ได้ ซึ่งจะมีไฟกะพริบ 3 ครั้ง ถือว่าปิดสนิทแต่ถ้าต้องการปลดล็อกให้สอดมือเข้าไปแล้วรอสักครู่แต่ในกรณีที่ปิดประตูไม่สนิทจะใช้ keyless ที่บานนั้นไม่ได้ แต่ที่บานอื่นจะสามารถใช้ได้แต่จะไม่มีไฟกะพริบ 3 ครั้ง แสดงให้เห็น ซึ่งเราจะสังเกตได้ว่าปิดสนิทหรือไหมจากไฟที่กะพริบ 3 ครั้ง

         เรามาดูล้อกันอีกครั้งเพราะล้อหลังซีรี่ส์ยางจะต่างจากด้านหน้า ลายยังคงเป็นลายเดียวกันแต่ขนาดจะอยู่ที่ 255/35 R19 ก็จะต่างกันเล็กน้อย โดยยางหลังเป็นยาง Radial แบบมีชั้นโฟมตัดเสียงเช่นกัน ที่ซีรี่ส์ยางกันเพราะว่าเป็นเรื่องของสมรรถนะของรถที่ต้องการให้รถมีการขับขี่ให้ดีมากขึ้น

       ถัดมาที่ด้านหลังกันบ้างซึ่งก็จะมีความคล้าย S-Class อยู่บ้าง โดยด้านหลังมีไฟเบรกดวงที่ 3 ซึ่งซ้อนอยู่ในกระจกด้านหลังจะเป็นลักษณะแนวยาวทำให้ต่างจากรุ่น W205 มีโลโก้รุ่นเป็นโครเมียม C220d และโลโก้ Mercedes -Benz แต่ไม่มีเครื่องหมายที่บ่งบอกว่าเป็น AMG ในส่วนไฟท้ายที่ดีไซน์เหมือน S-Class เป็นไฟท้ายแบบ Full LED โดยจะแยกเป็น 2 ส่วน เหมือน W205 ส่วนหนึ่งอยู่ที่ตัวรถอีกส่วนอยู่ที่ฝากระโปรงรถ ซึ่งจะทำงานต่อเนื่องกัน จะมีไฟถอยหลังให้อีกฝั่งหนึ่งและและไฟตัดหมอกให้อีกฝั่งหนึ่ง ในรุ่นนี้ไม่มีกล้องหน้าแต่มีกล้องหลังมาให้แทน  ด้านท้ายก็เป็นชุดแต่ง AMG Body styling เหมือนกันซึ่งที่มาพร้อมกันชนและ Diffuser อีกทั้งยังมีท่อคู่ซ้ายขวาทำให้ดูเท่และมีความเป็นสปอร์ตโดยท่อจะเป็นลักษณะแบนๆก็ดูทันสมัยขึ้น นอกจากนี้ยังมีเส้นโครเมียมที่ลากยาวตามความกว้างของท้ยรถซึ่งจะไปตัดพอดีกับปอกท่อ

      ประตูท้ายรถเป็นระบบไฟฟ้าซึ่งจะกดเปิดที่ปุ่มท้ายรถหรือที่กุญแจก็ได้ และสามารถใช้เท้าในการเปิด-ปิดประตูรถได้เพราะมีระบบ handfree Access เพียงแค่พกกุญแจรถอยู่ก็สามารถเปิดรถได้โดยไม่ต้องใช้มือ ซึ่งท้ายรถมีขนาด 455 ลิตร สามารถเก็บของได้เยอะถ้าต้องการเก็บมากขึ้นก็สามารถพับเบาะได้แบบ 60/40  โดยจะมีฟังก์ชั่นพับเบาะหลังราบซึ่งจะเป็นปุ่มแบบใหม่แล้วโดยมีทั้ง 2 ฝั่ง สำหรับอุปกรณ์ให้มาจะมีหัวลากอยู่ด้านใต้และยังมีอุปกรณ์ปะยางแบบฉุกเฉิน TIREFIT ติดมาให้อีกด้วย

 

1 of 83
- +

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

24.

25.

26.

27.

28.

29.

30.

31.

32.

33.

34.

35.

36.

37.

38.

39.

40.

41.

42.

43.

44.

45.

46.

47.

48.

49.

50.

51.

52.

53.

54.

55.

56.

57.

58.

59.

60.

61.

62.

63.

64.

65.

66.

67.

68.

69.

70.

71.

72.

73.

74.

75.

76.

77.

78.

79.

80.

81.

82.

83.

 Mercedes-Benz C220d 2022 Avantgarde  

      ในรุ่น Avantgarde จะมาพร้อมแพ็คเกจ Avantgarde ซึ่งเห็นความแตกต่างได้ชัด โดยกระหน้าจะเป็นซี่ๆ ตัดด้วยสีดำธรรมดาและมีเส้นโครเมียมที่ด้านนอกพร้อมโลโก้ Mercedes -Benz ขนาดใหญ่ที่ตรงกลาง ซึ่งก็จะดูธรรมดาต่างจากรุ่น AMG แต่ทั้งนี้ก็ยังดูลงตัว สมส่วน แต่ในความคิดของเรารู้สึกว่า AMG สวยกว่า และส่วนที่ต่างกันก็คือสเกิร์ตเพราะ AMG จะเป็นเส้นโครเมียมยาวตามความกว้างหน้ารถ แต่ Avantgarde จะสั้นก่า อีกทั้งกันชนหน้ายังยังต่างกัน นอกนั้นระบบไฟต่างๆหรือรูปลักษณ์ข้างนอกหมือนกันหมด

      ถัดมาที่ล้อแม็กก็ต่างกันซึ่ง Avantgarde ใช้แม็ก 18 นิ้ว ลายของแม็กยังคงเป็นซี่ๆ เหมือนกันแต่สวยสู้ AMG ไม่ได้ ขนาดล้อและยางหน้าอยู่ที่ 225/45 R18 และยางหลังอยู่ที่ 245/45 R18 ในส่วนของหลังคาก็ไม่ใช่พาโนรามิกซันรูฟเป็นหลังคาธรรมดาเท่านั้น และพวกขอบคิ้วประตูเป็นโครเมียมก็จะเหมือนกับใน AMG 

     ด้านท้ายก็เหมือนกันหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นไเบรกดวงที่ 3 หรือดีไซน์ของไฟท้าย มีโลโก้บ่งบอกรุ่นที่เป็นโครเมียม แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือกันชนด้านท้ายที่มีการดีไซน์แตกต่างกัน อีกจุดหนึ่งก็คือกันชนล่างไม่มี Diffuser และท่อจะเป้นสแตนเลสรูปวงรีซึ่งไม่เหมือนกันกับ AMG ที่เป็นลักษณะสี่เหลี่ยม

สเปคเครื่องยนต์

Mercedes-Benz C220d AMG DynamicMercedes-Benz C220d Avantgarde
Body Style   SedanSedan
Descriptionรถเก๋ง 4 ประตูรถเก๋ง 4 ประตู
Engineดีเซล แถวเรียง/ 4 สูบ /
4 วาล์วต่อสูบ Turbocharged Intercooler
ขนาด 2.0 ลิตร 1,993 ซีซี
ดีเซล แถวเรียง/ 4 สูบ /
4 วาล์วต่อสูบ Turbocharged Intercooler
ขนาด 2.0 ลิตร 1,993 ซีซี
Fuel Consumption 17.33 กม./ลิตร16.83 ก.ม./ลิตร
Fuel Typeดีเซลดีเซล
MakeMercedes-Benz C220d 2022Mercedes-Benz C220d 2022
Max Power200 แรงม้า200 แรงม้า
Max Torque440 นิวตัน-เมตร440 นิวตัน
ModelMercedes-Benz C220d 2022 AMG DynamicMercedes-Benz C220d 2022 Avantgarde
Price Guide2,990,000 บาท2,590,000 บาท
Release Date2 สิงหาคม 25652 สิงหาคม 2565
0-100 km/h6.9 วินาที6.9 วินาที
Transmission เกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONICเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC

การขับขี่

          เมื่อเราได้เข้าไปนั่งในตำแหน่งผู้ขับขี่และได้ลองขับซักระยะหนึ่งทำให้เห็นว่าบริเวณเสาเอไม่ได้บางสายตามากจนเกินไปตัวกระจกมองข้างก็สามารถมองได้ชัดเจน ในตำแหน่งที่นั่งเราปรับตามสรีระของเราและพวงมาลัยก็กระชับมือ ถือว่าลงตัวนั่งสบาย
         เมื่อสักครู่เราได้ลองขับในเมืองโดยใช้โหมดอีโค ในรุ่นนี้มีมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาทำหน้าที่ช่วยในการออกตัวรถและสตาร์ทรถ เมื่อเรากดสตาร์ทรถจะเงียบเครื่องยนต์จะไม่ทำงานเพราะว่ามอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานก่อน ในจังหวะออกตัวที่เราค่อยๆเหยียบคันเร่งมอเตอร์ก็จะช่วยออกตัวให้แล้วขับไปสักพักเครื่องยนต์ถึงจะเริ่มทำงาน มอเตอร์ไฟฟ้าตัวนี้มีกำลังเพิ่มขึ้นจากเครื่องยนต์ 20 แรงม้า และ 200 นิวตันเมตร เลยทีเดียว

           ในโหมดอีโคคันเร่งก็ตอบสนองค่อนข้างไวพอสมควรแต่ตามสไตล์รถยนต์ดีเซลที่เมื่อออกตัวในช่วงเหยียบคันเร่งออกตัวต้องลงน้ำหนักเท้าที่คันเร่งเยอะหน่อยและต้องรอการออกตัวสักนิด มันจะไม่พุ่งยังอืดๆ หนักๆ  หากใครเคยขับรุ่นก่อนคือ W205 ที่เป็นเครื่องยนต์ดีเซลก็จะทราบกันดี แต่ในรุ่นนี้มีมอเตอร์ไฟฟ้ามาให้ทำให้รู้สึกเนียนขึ้นเวลาที่ออกตัว

        ต่อไปเป็นโหมด Comfort ในช่วงความเร็วสูง ๆ ที่ 80-120 กม./ชม. เมื่อเหยียบแล้วรอบถือว่ามาเร็ว ทำให้หลังติดเบาะด้วยเพราะมันมากับ 440 นิวตันเมตร และมีมอเตอร์ไฟฟ้า EQ Boost เข้ามาช่วยแต่ก็ต้องรอรอบอยู่ซักเล็กน้อย ช่วงล่างธรรมดาปกติ ส่วนพวงมาลัยก็ให้ความรู้สึกเบามือขับง่ายเหมือนโหมดอีโคซึ่งเหมาะสำหรับคุณผู้หญิงที่ใช้รถเองหรือผู้ชายก็ถือว่าดีเลย หากใช้งานในเมืองน่าจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์แต่ถ้าขับในความเร็วสูงอาจไม่ดีเท่าไหร่เพราะพวงมาลัยจะไม่นิ่งอาจทำให้หน้ารถส่ายไปมาได้ในโหมด Comfort นี่ก็สามารถขับได้เรื่อยๆ สบายๆ ไม่เครียด 

        เราจะไปลองโหมด Sport  กันต่อซึ่งในรุ่น AMG Dynamic  มีดีที่โหมดสปอร์ต สัมผัสแรกเลยคือรอบเครื่องมาและเสียงก็มาในทันทีทำให้รู้สึกถึงอารมณ์สปอร์ต คันเร่งจะไวขึ้น พวงมาลัยมีความตึงมือมากขึ้น มีช่วงฟรีให้แต่ก็ไม่ได้เบาจนเกินไป ถ้าใครที่ชอบขับมันๆ สนุกๆ โหมดนี้ต้องห้ามพลาด เมื่อขับในโหมดนี้รู้สึกมั่นใจในความเร็วสูงๆ หรือช่วงจังหวะเร่งแซงรอบก็จะมาไวกว่าปกติ ซึ่งช่วงแซงระยะสั้นๆ ที่ 120 กม. ขึ้นไปมาได้ไวพอสมควร  ในความเร็ว 0-100 กม.ได้ถูกเคลมไว้ที่ 7.3 วินาที

        และโหมดสดท้ายคือโหมด Individual ที่เราสามารถปรับเซตได้ตามเฉพาะบุคคลไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยและอัตราเร่ง ส่วนเสียงจากภายนอกในรุ่นใหม่นี้ดีกว่ารุ่นก่อนแต่มันก็ไม่เยอะมาก เพราะก็ยังได้ยินเสียงรถเข้ามาบ้าง เสียงลมมีเข้ามาบ้างเพราะในช่วงที่ขับ 110 – 120 ก็ได้ยินแต่น้อยกว่ารุ่นก่อนแน่นอนในส่วนของยางบดถนนเงียบขึ้นเพราะเป็นยางเรเดียลแบบมีโฟมซับเสียงทั้งสี่ล้อเลยทำให้เสียงบนถนนมันนุ่มและเงียบขึ้น

          เกียร์เป็นเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC ทำให้สมูทมากและมี Paddle Shift มาให้ เมื่อลองปลี่ยนไปใช้ Paddle Shift ก็สามารถตอบสนองได้เป็นอย่างดีและใช้งานได้ง่าย ระบบเบรกคันนี้เป็นดิสก์เบรกสี่ล้อขนาดใหญ่ เพราะว่าเป็น AMG line ซึ่งจะให้ความมั่นใจ ค่อนข้างนุ่มนวล เบรกไมไ่ด้ตื้นมากและไม่ได้แข็งจนเกินไปเพราะรถรุ่นนี้ออกแบบมาให้มีความเป็นรถครอบครัวอาจจะไม่ได้เบรกติดเท้าเหมือนรถสายซิ่ง

        เรารู้สึกว่าพวงมาลัยปรับเป็นโหมดสปอร์ตไว้ดีที่สุดเพราะมันจะให้ความตึงทอ เรื่องความหน่วงและวงเลี้ยงของพวงมาลัยก็จะพอดี อีกทั้งช่วงล่างเองก็ไม่ได้แข็งจนเกินไปด้วย ซึ่งใครที่คาดหวังว่าในรุ่นนี้จะมาแบบหนักๆ ก็คงต้องมองผ่าน แต่หากชอบกลางๆ ขับได้เรื่อยๆ ไม่เหนื่อยและกระโชกโฮกฮากมากก็เป็นรุ่นนี้เท่านั้น แต่ถ้าใครชอบขับรถเร็วแรงเน้นสมรรถนะก็ต้องไปที่ฝั่งตรงข้ามคือ BMW 320d

        ในเรื่องของความปลอดภัยก็ให้มาอย่างครบครัน ได้แก่

  • ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า
  • ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ป้องกันศีรษะ 4 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • ถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าสำหรับผู่ขับขี่
  • เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด (5 ที่นั่ง)
  • โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program)
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System)
  • ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill และ – Start Assist
  • ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (Adaptive Brake Light)
  • ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist)
  • ระบบรักษาระดับความเร็ว (Cruise control) และระบบจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC)
  • ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST service interval indicator)
  • ระบบเตือนแรงดันลมยาง (Tyre pressure loss warning system)
  • ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST)
  • ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist with PARKTRONIC)
  • กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยจอด (Reversing camera)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist)
  • ระบบแจ้งเตือนยานพาหนะขณะเปิดประตูรถ (Exit Warning Function)
  • ระบบแจ้งเตือนสถานะเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

สุนทรียภาพการขับขี่

           มาต่อกันที่แผงประตูด้านในฝั่งคนขับ เรื่องที่แตกต่างจากเดิมคือดีไซน์ที่ใหม่ทั้งหมด แผงประตูเป็นแบบหุ้มหนังซึ่งเป็นวัสดุบุนุ่มสลับกัลโครเมียมและมีพื้นผิวแบบ Gloss Black  ความแตกต่างจากรุ่นก่อนก็คือตัวปรับระดับที่นั่งผู้ขับขี่ที่มีความละเอียดมากขึ้น รวมทั้งเปลี่ยนเป็นแบบระบบสัมผัสไม่ใช่แบบออกแรงดัน นอกจากนี้ยังมีหน่วยบันทึกความจำสำหรับตำแหน่งคนขับ 3 ความจำ กระจกปรับออโต้ได้ทั้ง 4 บาน ส่วนที่ปรับกระจกมองข้างเป็นแบบสัมผัส อีกทั้งรุ่นที่ประกอบในไทยจะใช้ลำโพงของ Burmester® 

        ภายในมีการปรับเปลี่ยนและดีไซน์ใหม่ที่เน้นความเรียบง่าย ซึ่งดีไซน์ก้จะคล้ายๆกับ S-Class  สำหรับพวงมาลัยเป็นมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตหุ้มหนัง Nappe มาพร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control โดยจะเป็นทรง D-Shape design หรือพวงมาลัยท้ายตัด เมื่อจับแล้วกระชับมือให้ฟิลลิ่งในการขับที่ดีมาก อีกทั้งยังมี Paddle shift มาให้อีกด้วย เกียร์และไฟเลี้ยวจะอยู่ด้านซ้ายโดยจะเป็นวัสดุแบบใหม่ทำให้ดูทันสมัยมากกว่าตัวเก่า ส่วนที่ปัดน้ำฝนก็เป็นแบบอัตโนมัติและหน่วงเวลา

       มีหน้าจอฝั่งคนขับเป็นหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ Digital ขนาด 12.3 นิ้ว อีกทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นต่างๆตามที่ผู้ขับขี่ต้องการ เช่น แผนที่นำทาง ที่ทำให้เราไม่ต้องละสายตาไปจากหน้ารถเลย นอกจากนี้ก็สามารถเปลี่ยนธีมหน้าจอตามสไลต์ความชอบได้อีกด้วย 

       แอร์จะเป็นดีไซน์ใหม่สีงเงินสวยงามเข้ากับภายในห้องโดยสาร โดยเป็นระบบควบคุมอัตโนมัติ Thermatic แบบ 2 โซน สามารถเปิดได้จากหน้าจอสัมผัสตรงกลางได้เลย มาพร้อมกับไฟ ambient light ในช่องแอร์แบบเต็มระบบ ซึ่งไฟ ambient light ใน The New C-Class รุ่นนี้มีความละเอียดมากกว่ารุ่นเดิมและสีเข้มกว่ารุ่นเดิมค่อนข้างมาก อีกทั้งยังมีสีให้เลือกกว่า 64 เฉดสี

        ไฮไลท์ของเราจะอยู่ที่จอกลางขนาด 11. 9 นิ้ว ที่มีฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS และ Android (Apple CarPlay™ & Android Auto) มาพร้อมระบบขอความช่วยเหลืออัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และมีระบบความลปอดภัยที่เรียกว่า Active Breaking Assist หรือการเตือนก่อนการชน ซึ่งมีความละเอียดมากขนาดที่สามารถดูฑฤติกรรมการขับขี่ได้ว่าเป็นอย่างไร  ฟังก์ชั่นเพิ่มเติมสำหรับการใช้งาน MBUX มีอุปกรณ์สื่อสารด้วยสัญญาณ LTE สำหรับการบริการ Mercedes me conect และมีระบบมัลติมีเดียแบบ MBUX รวมไปถึงระบบมัลติมีเดียแบบ MBUX entertainment (Sound personalization) มาพร้อมระบบแผนที่นำทางแบบ Hard-disc navigation พร้อมแผนที่แบบ 3 มิติ โดยสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดแบบ 2 มิติ หรือ 3 มิติ ก็ได้ และยังมีระบบแผนที่นำทาง พร้อมสภาพการจราจร Live Traffic Information มาให้อีกด้วย)

          ถัดลงมาจะเป็นปุ่มกันบ้าง ซึ่งปุ่มไดนามิกคือการเลือกโหมดการขับขี่ในรุ่นี้มีให้เลือกถึง 4 โหมด ได้แก่ Eco Comfort Sport และ Individual และในรุ่นใหม่มีระบบจอดรถอัตโนมัติที่เป็นปุ่มเพื่อให้เรากดได้ทันที  นอกจากนี้ยังมี Fingerprint scanner ที่เมื่อเราตั้งค่าระบบไว้รถจะจดจำลักษณะการเปิดจอฝั่งคนขับ จอกลาง หรือเบาะต่างๆ ระบบจะจำไว้ทั้งหมดเลย  

          บริเวเณแดชบอร์ดด้านหน้าตกแต่งด้วยสีดำทั้งหมดมีการเพิ่มโครเมียมเพื่อให้ตัดกันแต่กลับยิ่งเพิ่มความหรูหรา โดยมีการตกแต่งด้วยลายไม้แบบ Black open-pore aluminium lines wood trim  ซึ่งคอนโซลกลางจะตกแต่งด้วยลายเปียโนแบล็คที่เป็นสีดำเงา High Gloss Black สร้างบรรยากาศให้ดูสุขุมและภูมิฐาน โดยถัดมาตรงกลางเมื่อเปิดขึ้นมีทีเสียบ USB Type C และสามารถชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายอีกด้วย สามารถวางแก้วน้ำได้ 2 ใบ และสามารถเก็บของได้พอสมควร ในส่วนของที่วางแขนสามารถเก็บของได้นิดหน่อยและที่เสียบ USB Type C

        ไปดูกันที่ด้านบนกันบ้าง มีหลังคาด้านบนเป็นพาโนรามิคซันรูฟขนาดใหญ่มาให้ด้วย สามารถเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า มีการทำงานเหมือน S-Class หากต้องการเปิดปิดก็สามารถทัชสกรีนในบริเวณเพียงแค่นี้ก็สามารถเปิดหลังคาได้แล้ว ซึ่งจะเปิดได้ในบริเวณตอนหน้าเท่านั้น ส่วนด้านหลังเปิดไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีม่านอยู่ด้านในสามารถปิดได้ 

      บริเวณกระจกมองหลังก็มีปุ่มเปิด-ปิดไฟต่างๆ มาพร้อมกับปุ่ม SOS นอกจากนี้กระจกมองหลังสามารถปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติได้อีกด้วย ในส่วนของการเปิดกระจกซันรูฟสามารถทัชสกรีนเพียงแค่นี้ก็สามารถเปิดหลังคาได้แล้ว ที่บังแดดมาพร้อมกระจกและไฟทั้งฝั่งคนขับและผู้โดยสาร

       เบาะจะเป็นดีไซน์ใหม่เป็นเบาะนั่งแบบ Sports seats โดยจะเป็นเบาะหนัง ARTICO สีดำ ซึ่งเบาะนั่งคู่หน้าสมารถปรับระดับได้ด้วยไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำสำหรับตำแหน่งที่นั่ง 3 ความจำ อีกทั้งยังสามารถจำตำแหน่วงพวงมาลัยและกระจกมองข้างได้อีกด้วย นอกจากนี้เบานะนั่งคู่ด้านหน้ามาพร้อมระบบดันหลัง 4 ทิศทาง แบบ Lumbar support ในตำแหน่งคนขับถือว่านั่งสบายเลยทีเดียว คนที่สูง 175-180 ไม่มีปัญหาในการขับขี่ อีกทั้งยังมีปีกเบาะมารองกระชับแขนอีกด้วย

สรุปความน่าใช้

               หลังจากที่เราได้ลองขับมาซักระยะในทุกโหมดการขับขี่ ถ้าใครคิดว่าขับแล้วจะให้ความรู้สึกโหดฮาร์ดคอไม่ใช่อย่างที่คุณคิดแน่นอน แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ BMW 320d รุ่น AMG Dynamic ขับสบายกว่า ในรุ่นนี้เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการความกระด้างของรถ สามารถขับสบายสบายและพวงมาลัยไวๆ สำหรับความเร็วความแรงอาจจะไม่เท่า BMW 320 d แต่ในรุ่น AMG Dynamic สิ่งที่ให้มาคือความนุ่มนวล ความแรงรวมทั้งความประหยัด นอกจากนี้ยังมีตัวมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีพละกำลังถึง 48 วัตน์ มาให้อีกด้วยซึ่งเรียกว่า EQ boost

         หลังจากที่เราได้ลองขับทั้งในเมืองและนอกเมือง เฉลี่ยการประหยัดน้ำมันอยู่ที่ 14 – 15 กิโลเมตร ในส่วนนี้อยู่ที่พฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล แต่ในการทดสอบของเราเราขับแบบปกติ มีเร่งแซง มีช้ามีชะลอ รวมไปถึงมีรถติดด้วย ซึ่งเราได้ลองใช้ทุกโหมดสลับกันไปตามสถานการณ์การขับขี่ อีกจุดหนึ่งที่น่าสังเกตของรุ่นนี้ก็คือช่วงล่างถ้าเปรียบเทียบกับตัว Avantgarde ค่อนข้างที่จะคล้ายคลึงกันพอสมควร สิ่งที่ต่างกันเพียงแค่ขนาดของตัวรถและล้อกับยางนั้งเอง ใครที่ชอบดูนุ่มไปได้เรื่อยๆ เร่งแซงได้บางจังหวะก็ต้องรุ่นนี้

      จุดที่น่าสังเกตอีกคือเรื่องของพวงมาลัย ในโหมด Comfort พวงมาลัยมีน้ำหนักเบามาก สำหรับเราเราคิดว่าดีสำหรับสุภาพสตรีที่ใช้รถเองแต่ถ้าสำหรับเราที่ได้ลองขับเราชอบโหมดสปอร์ตมากกว่า พวงมาลัยจะมีน้ำหนักมากขึ้นและรู้สึกรับกับมือของเรามากกว่า ซึ่งในช่วงนี้เข้าโค้ง เร่งแซงหรือในจังหวะที่กระชั้นชิดมีความมั่นใจมากกว่า ช่วงล่างก็ไม่ได้โยนตัวอะไรมาก เครื่องยนต์แรงขึ้นเกียร์เข้าสมูทขึ้น รวมไปภึงภายในที่กว้างขึ้นแต่ถ้าเทียบกับรุ่น Avantgarde นั้น 90% เหมือนกันหมด เพียงแต่ว่าจุดหลักใหญ่ๆ มันก็จะมีเรื่องของหลังคาพาโนรามิกซันรูฟและเรื่องของฟังชั่นและออฟชั่นการใช้งานต่างๆ เพียงเล็กน้อยแต่ว่ามีราคาห่างกันถึง 400,000 บาท เลยทีดียว ซึ่งในรุ่น AMG Dynamic มีราคาอยู่ที่ 2,990,000 บาทซึ่งเมื่อเทียบกับรุ่นเดิมดีกว่าทุกมิติแต่ถ้าเทียบกับรุ่น Avantgarde ถูกกว่า  ในส่วนของข้อดีรุ่น C220 AMG Dynamic ภายในคือจัดเต็มทั้งในเรื่องของจอกลางขนาดใหญ่ มีจอมาตรวัดขนาดใหญ่มาให้ รวมถึง option ที่สามารถสั่งการด้วยเสียง หรือเนวิเกเตอร์ที่มีการคำนวณตำแหน่งแบบเรียลไทม์ ในเรื่องของความเร็วความแรงก็ถือว่าตอบโจทย์เพราะว่าเป็นเครื่องยนต์ดีเซล มีแรงบิดค่อนข้างเยอะและยังเสริมกำลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า EQ Boost อีกทั้งพวงมาลัยยังสามารถปรับได้ตามความต้องการว่าอยากขับในโหมดไหน เราสามารถปรับช่วงล่างคนละโหมดกับพวงมาลัยได้ด้วย ในเรื่องความประหยัดในรุ่นนี้ที่ใช้น้ำมันดีเซลถือว่าประหยัดพอสมควร ส่วนอีกจุดหนึ่งที่เราคิดว่าเป็นข้อด้อยก็คือ option ยังให้มาไม่ครบเท่าที่ควรไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกล้องมองรอบคันหรือ Adaptive cruise control ในราคาเกือบ 3,000,000 บาทอาจจะดูหนักหน่วงไปซักเล็กน้อยสำหรับรถระดับนี้


เปรียบเทียบภายนอก

New Mercedes-Benz C 220d AMG Dynamic

New Mercedes-Benz C 220d Avantgarde

เปรียบเทียบภายใน

New Mercedes-Benz C 220d AMG Dynamic

New Mercedes-Benz C 220d Avantgarde

The Review

Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic

4.7 Score

Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic ปรับเปลี่ยนภายนอกที่ได้เพิ่มเติมความเป็นผู้ใหญ่เข้ามาและภายในให้ดูกว้างขวางโอ่อ่ามากขึ้น รวมไปถึงชวงล่างแบบ Sports suspension

Review Breakdown

  • Driving
  • Engine&Trans
  • Fuel Consumption
  • Practicality
  • Price and Features
  • Design
  • Saftey

Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic DEALS

We collect information from many stores for best price available

Best Price

฿2990000
  • Mercedes-benz
    ฿2990000 Buy Now
Tags: Mercedes Benz

Related Posts

First Drive

รีวิว รถยนต์ All-New Honda Accord รุ่น EL (ลองขับ)

December 25, 2023
First Drive

Audi A8 รถยนต์หรูที่ได้รับการปรับแต่งและมาพร้อมเทคโนโลยี

July 7, 2022
First Drive

ทดลองขับ Porsche Taycan GTS Sport Turismo รถยนต์ไฟฟ้าที่คุณจะสามารถขับได้ทุกวัน

June 29, 2022
First Drive

Mercedes-Benz EQB รถ SUV ไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่มาพร้อมระยะทางที่มากกว่า 402.3 กิโลเมตร

June 29, 2022
First Drive

Lexus NX รถหรูพรีเมียมผสมผสานขุมพลัง Plug-in Hybrid เข้ากับ SUV ขนาดใหญ่รุ่นใหม่

June 28, 2022
First Drive

[First Drive] Porsche Macan

March 31, 2022
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1057 shares
    Share 423 Tweet 264
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1045 shares
    Share 418 Tweet 261
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4586 shares
    Share 1834 Tweet 1146
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1036 shares
    Share 414 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand
  • 📌 รีวิว Mercedes-Benz V 300 d Exclusive ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
📌 สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไป เพราะนี่คือ Mercedes-Benz V 300 d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส
📌 สนนราคาค่าตัวในประเทศไทยที่ 5,820,000 บาท พร้อมยกระดับบารมีประธานบริษัทให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมือง
อ่านต่อ [https://s.whatcar.co.th/r2Q16p]
#whatcarthailand #MercedesBenz #V300dExclusive #MPV

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.