• About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact
What Car? Thailand
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact
No Result
View All Result
What Car? Thailand
No Result
View All Result
Home Feature

ทางสามแพร่งของดาวสามแฉก: เจาะลึกวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ “สหรัฐฯ-จีน” บีบ Mercedes-Benz ปรับโครงสร้างทุนครั้งใหญ่ พร้อมเปิดฉากรีเซ็ตฐานผลิตอาเซียน รับมือสงครามราคาปี 2026

What Car? Team by What Car? Team
July 19, 2026
in Feature, Insights
A A
ทางสามแพร่งของดาวสามแฉก: เจาะลึกวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ “สหรัฐฯ-จีน” บีบ Mercedes-Benz ปรับโครงสร้างทุนครั้งใหญ่ พร้อมเปิดฉากรีเซ็ตฐานผลิตอาเซียน รับมือสงครามราคาปี 2026

ทางสามแพร่งของดาวสามแฉก: เจาะลึกวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ “สหรัฐฯ-จีน” บีบ Mercedes-Benz ปรับโครงสร้างทุนครั้งใหญ่ พร้อมเปิดฉากรีเซ็ตฐานผลิตอาเซียน รับมือสงครามราคาปี 2026

Share on FacebookShare on TwitterShare on Line

บทสรุปใจความสำคัญ

Mercedes-Benz Group AG กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยานยนต์ยุคใหม่ เมื่อต้องติดอยู่ตรงกลางระหว่างการรักษายอดขายใน “จีน” (ตลาดที่ใหญ่ที่สุดแต่ยอดขายไตรมาส 2/2026 ทรุดลงถึง 30%) กับการปกป้องตลาด “สหรัฐฯ” (ตลาดที่สร้างกำไรต่อคันสูงที่สุด) จากแรงกดดันของร่างกฎหมาย Connected Vehicle Security Act of 2026 ที่จ่อแบนค่ายรถที่มีทุนจีนถือหุ้นเกิน 15% สถานการณ์นี้บีบให้บริษัทต้องเร่งกลยุทธ์ลดความเสี่ยง (De-risking) ผ่านการยุติการร่วมทุนแบรนด์ Denza กับ BYD การแสวงหาทางเลือกปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นระดับโลก ตลอดจนการปรับกระบวนทัพการผลิตในภูมิภาคอาเซียน โดยยกระดับประเทศไทยขึ้นเป็นฮับ EV/แบตเตอรี่ และเตรียมปิดฉากสายการผลิตในเวียดนามภายในปี 2030 เพื่อเปลี่ยนเป็นโมเดลนำเข้าเต็มรูปแบบ


แยกตามมิติมุมมองรอบด้าน

มิติเศรษฐกิจ การแข่งขัน และการปรับตัวเชิงยุทธศาสตร์ในตลาดจีน

สมรภูมิยานยนต์ในประเทศจีนได้เปลี่ยนผ่านจากตลาดยอดนิยมของแบรนด์หรูตะวันตก ไปสู่สมรภูมิสงครามราคาและการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติและซอฟต์แวร์อย่างสมบูรณ์ รายงานยอดขายไตรมาส 2 ปี 2026 ของ Mercedes-Benz เผยให้เห็นตัวเลขการร่วงลงถึง 30% (ลดลงเหลือต่ำกว่า 100,000 คันเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ) ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบลูกโซ่มาจากวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้กลุ่มชนชั้นกลางระดับบนและมหาเศรษฐีใหม่ชะลอการจับจ่ายสินทรัพย์ถาวรขนาดใหญ่

นอกจากนี้ แบรนด์รถยนต์หรูดั้งเดิมยังพ่ายแพ้ต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในจีนอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนจากการที่ค่ายเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่าง Xiaomi สามารถทำยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าแซงหน้ายอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งหมดของ Mercedes-Benz ในจีนได้สำเร็จในไตรมาสล่าสุด การถอนตัวจากการถือหุ้น 10% สุดท้ายในแบรนด์ Denza ให้แก่ BYD จึงเป็นยุทธศาสตร์การตัดเนื้อร้ายที่ทำกำไรต่ำ เพื่อนำทรัพยากรกลับมาโฟกัสที่แบรนด์หลักของตนเอง

มิติกฎหมายภูมิรัฐศาสตร์และการวิเคราะห์ทางเลือกโครงสร้างผู้ถือหุ้น (Corporate Finance & Governance)

ความท้าทายที่กดดันเสถียรภาพของบริษัทมากที่สุดในขณะนี้คือ ร่างกฎหมาย Connected Vehicle Security Act of 2026 (หรือ Motor Vehicle Modernization Act of 2026) ในสภาคองเกรสสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าจำกัดสิทธิ์ค่ายรถยนต์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สาย หากมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นจากประเทศที่เป็นปฏิปักษ์ทางภูมิรัฐศาสตร์เกินกว่า 15% ปัจจุบันกลุ่มทุนจีนอย่าง BAIC (รัฐวิสาหกิจจีน) ถือหุ้นอยู่ 9.98% และ Li Shufu (ผู้ก่อตั้ง Geely) ถือหุ้นอยู่ 9.69% รวมเป็น 19.67% ซึ่งเกินเพดานกฎหมายอยู่ 4.67%

หากการวิ่งเต้นล็อบบี้เพื่อขอขยายเพดานเป็น 25% ล้มเหลว นี่คือ 5 แนวทางในการปรับโครงสร้างทางการเงินและการบริหารจัดการที่ Mercedes-Benz และพันธมิตรจีนสามารถนำมาใช้เปรียบเทียบเพื่อหาทางออก:

ทางเลือกการปรับโครงสร้างทุนกลไกการดำเนินงานข้อดี / โอกาสสำเร็จข้อเสีย / ความเสี่ยงเชิงความสัมพันธ์
1. การลดสัดส่วนหุ้นโดยสมัครใจ (Divestment)Geely และ BAIC ยอมเทขายหุ้นส่วนเกินรวมกันอย่างน้อย 4.68% ผ่านตลาดทุนเปิดหรือแบบ Block Tradeแก้ไขปัญหาตัวเลขสัดส่วนหุ้นให้ต่ำกว่า 15% ได้ตรงเป้าหมายทางกฎหมายของสหรัฐฯ มากที่สุดอาจสร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลปักกิ่ง และการเทขายบิ๊กล็อตอาจส่งผลกระทบด้านลบต่อราคาหุ้นในตลาด
2. การซื้อหุ้นคืนเฉพาะเจาะจง (Targeted Buyback)Mercedes-Benz Group AG ใช้กระแสเงินสดของบริษัทเข้าซื้อหุ้นคืนจากทุนจีนโดยตรงแล้วนำไปลดทุนช่วยพยุงราคาหุ้นของบริษัท ไม่เกิดภาวะตื่นตระหนกในตลาดทุน และลดสัดส่วนหุ้นจีนลงอย่างเป็นทางการสูญเสียสภาพคล่องทางการเงินและเงินทุนสำรองที่จำเป็นต้องใช้ในการวิจัยและพัฒนาแพลตฟอร์ม EV
3. ปรับสิทธิ์ออกเสียงและจัดตั้ง Blind Trustแปลงหุ้นสามัญส่วนเกินเป็นหุ้นบุริมสิทธิที่ไม่มีสิทธิ์โหวต (Non-Voting) หรือโอนสิทธิ์การบริหารให้ทรัสต์ชาติตะวันตกดูแลกลุ่มทุนจีนยังคงได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและเงินปันผลครบถ้วน โดยไม่มีการสูญเสียมูลค่าสินทรัพย์สภาคองเกรสและกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ อาจมองว่าเป็นเพียงการหลบเลี่ยงทางนิตินัย และอาจไม่นับสิทธิ์ภายใต้กฎหมายใหม่
4. แยกโครงสร้างธุรกิจฝั่งสหรัฐฯ (Ring-Fencing)ทำการ Spin-off หรือปรับโครงสร้างทุนของ Mercedes-Benz USA (MBUSA) ให้กลุ่มทุนตะวันตกถือหุ้นใหญ่แยกต่างหากตัดความเชื่อมโยงของโครงสร้างผู้ถือหุ้นจีนออกจากนิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจในแผ่นดินอเมริกาได้อย่างเด็ดขาดเพิ่มความซับซ้อนในระบบบัญชีและการกำกับดูแลกิจการ และลดความยืดหยุ่นในการใช้ซัพพลายเชนร่วมกันทั่วโลก
5. การเจรจาแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ (Asset Swap)ซื้อหุ้นบริษัทแม่คืน แลกกับการเพิ่มสัดส่วนให้ทุนจีนในบริษัทร่วมทุนภายในประเทศจีน (เช่น Beijing Benz) แทนเป็นยุทธศาสตร์ถอยร่นแบบพันธมิตร รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับปักกิ่งและเปิดทางให้ทำธุรกิจในจีนได้ราบรื่นกลุ่มทุนจีนอาจมองว่าเป็นการลดบทบาทและอิทธิพลของตนเองในเวทีการเมืองและอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกลง

มิติสังคม แรงงาน และการโยกย้ายกำลังการผลิตในภูมิภาคอาเซียน

ในขณะที่แผ่นดินใหญ่และสหรัฐฯ กำลังเกิดการปะทะกันทางนโยบาย Mercedes-Benz ได้เริ่มแผนกระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานมายังภูมิภาคอาเซียนอย่างมีนัยสำคัญ ทว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับไทยและเวียดนามกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง:

  • ประเทศไทย (ฮับการผลิตและการลงทุน): ได้รับการยกระดับให้เป็นศูนย์กลางการประกอบรถยนต์พรีเมียมและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ผ่านการต่อสัญญาระยะยาว 10 ปีกับโรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ (TAAP) ควบคู่ไปกับการจัดตั้ง 1 ใน 7 โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสมรรถนะสูงของ Mercedes-Benz ทั่วโลก การเคลื่อนไหวนี้ส่งผลบวกต่อการจ้างงานแรงงานทักษะสูงในไทย และเพิ่มความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานการส่งออกไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนภายใต้กรอบภาษี AFTA 0%
  • ประเทศเวียดนาม (การปิดฉากสายการผลิตสู่โมเดลนำเข้า): โรงงานประกอบรถยนต์ Mercedes-Benz Vietnam (MBV) ณ เขตโกวาป เมืองโฮจิมินห์ กำลังนับถอยหลังสู่การปิดตัวในปี 2030 เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมายผังเมืองและการหมดสัญญาเช่าที่ดินระยะยาว รัฐบาลเวียดนามยื่นคำขาดให้รื้อถอนและย้ายออก ส่งผลให้บริษัทปรับกลยุทธ์โดยเตรียมขายหุ้น 70% ในนิติบุคคลเดิมให้แก่ Tasco Auto ทุนยานยนต์ท้องถิ่น เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่โมเดลธุรกิจการเป็นผู้นำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป (CBU) จากยุโรปและไทยอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรับอานิสงส์จากข้อตกลง EVFTA (ภาษีนำเข้าจากยุโรปเหลือ 0% ในปี 2030) ทำให้แรงงานในภาคการประกอบของเวียดนามเผชิญความเสี่ยงในการเลิกจ้างหรือต้องปรับทักษะไปสู่ภาคบริการและการจัดจำหน่ายแทน

มุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

  • ฝ่ายบริหารของ Mercedes-Benz: มุ่งเน้นการรักษาความสมดุล (Balancing Act) ไม่สามารถทิ้งตลาดจีนที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำด้านปริมาณได้ แต่ก็ขัดขืนกรอบความมั่นคงของสหรัฐฯ ไม่ได้ การเดินเกมจึงต้องระมัดระวังสูงสุดเพื่อไม่ให้เกิดการตอบโต้จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
  • กลุ่มทุนจีน (Geely & BAIC): เผชิญแรงกดดันในการรักษาเงินลงทุนและการเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลก ย่อมต้องการคงสัดส่วนหุ้นไว้เพื่อปันผลและพันธมิตรยุทธศาสตร์ แต่หากถูกบีบก็พร้อมที่จะกดดันกลับผ่านสิทธิ์การเข้าถึงตลาดในประเทศจีน
  • สภาคองเกรสสหรัฐฯ: มองประเด็นนี้ผ่านแว่นตาความมั่นคงแห่งชาติ (National Security) โดยไม่สนผลกระทบทางธุรกิจของเอกชน รถยนต์อัจฉริยะถูกมองเป็นเครื่องมือในการสอดแนมและเก็บข้อมูลพิกัด (Geolocation) ดังนั้นทุนจีนต้องต่ำกว่าเกณฑ์ควบคุมอย่างเด็ดขาด
  • ภาคแรงงานและซัพพลายเออร์ในอาเซียน: ช่างเทคนิคและโรงงานชิ้นส่วนในไทยได้รับความมั่นคงทางอาชีพเพิ่มขึ้นจากสัญญาระยะยาว 10 ปี ตรงกันข้ามกับแรงงานภาคการผลิตในเวียดนามที่ต้องเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างภายในสิ้นทศวรรษนี้

ประเทศไทยได้ประโยชน์อะไรกับเรื่องนี้?

บทสรุปของกองบรรณาธิการ:

ในขณะที่สมรภูมิระหว่างมหาอำนาจ สดๆ ร้อนๆ ในปี 2026 บีบคั้นให้ Mercedes-Benz ต้องปรับโครงสร้างทุนระดับโลกอย่างยากลำบาก แต่ในระดับภูมิภาค ประเทศไทยสามารถคว้าผลประโยชน์ชิ้นใหญ่ไว้ได้ การขยับยุทธศาสตร์ของค่ายดาวสามแฉกในครั้งนี้ ช่วยค้ำประกันและตอกย้ำตำแหน่ง “ดีทรอยต์แห่งเอเชีย (Detroit of Asia)” ของไทย ให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่เวอร์ชันยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะได้อย่างมั่นคงและเหนือกว่าคู่แข่งในอาเซียน

วิเคราะห์สามารถแยกแยะผลประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับออกเป็น 4 มิติหลัก

1. มิติความมั่นคงทางการลงทุนระยะยาว (Long-term Investment Stability)

การที่ Mercedes-Benz ตัดสินใจต่อสัญญาการประกอบรถยนต์ยาวออกไปอีก 10 ปีเต็ม กับโรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ (TAAP) ถือเป็นการส่งสัญญาณความเชื่อมั่นขั้นสูงสุดต่อเสถียรภาพของประเทศไทย ยุทธศาสตร์นี้ช่วยการันตีว่าเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง จะยังคงหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษหน้า ช่วยลดความเสี่ยงจากการย้ายฐานทุนหนีไปประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าแรงถูกกว่า

2. มิติการยกระดับเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทาน EV (Technology & Supply Chain Upgrade)

ผลประโยชน์ที่สำคัญที่สุดในเชิงยุทธศาสตร์คือ การที่ไทยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 7 ฐานการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสมรรถนะสูงของ Mercedes-Benz จากทั่วโลก สิ่งนี้ไม่ใช่แค่การตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ทั่วไป แต่เป็นการดึงเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) เข้ามาในประเทศ ซึ่งจะช่วยดึงดูดให้ซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (เช่น ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ และระบบจัดการพลังงาน) ต้องเข้ามาลงทุนในไทยตามไปด้วย เป็นการยกระดับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจากยุคเครื่องยนต์สันดาป (ICE) เข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอนาคตอย่างแท้จริง

3. มิติโอกาสการเป็นศูนย์กลางการส่งออกของภูมิภาค (Regional Export Hub)

มิตินี้เชื่อมโยงโดยตรงกับการลดบทบาทโรงงานในเวียดนาม เมื่อโรงงานประกอบของ Mercedes-Benz ในเวียดนามต้องนับถอยหลังสู่การปิดตัวในปี 2030 และเปลี่ยนโมเดลธุรกิจเป็นผู้นำเข้า 100% ประเทศไทยจะทำหน้าที่เป็น “โรงงานหลักของอาเซียน” ในการผลิตและส่งออกรถยนต์หรูรุ่นแฟลกชิป (เช่น S-Class และ C-Class) รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ส่งออกไปขายยังเวียดนามและประเทศสมาชิกอาเซียน โดยอาศัยสิทธิประโยชน์จากกรอบภาษีเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ที่อัตราภาษีนำเข้าเป็น 0% ทำให้รถยนต์ที่ประกอบจากไทยได้เปรียบด้านราคาและขีดความสามารถทางการแข่งขันสูงกว่าการนำเข้าจากยุโรปโดยตรง

4. มิติการพัฒนาทักษะแรงงานชั้นสูง (High-Skilled Labor Development)

การผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนและการประกอบรถยนต์ไฟฟ้าตระกูลสเปกสูง (เช่น การเปิดตัว New Mercedes-Benz CLA 250+ electric ที่ประกอบในประเทศ) ทำให้เกิดกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) จากวิศวกรเยอรมนีมาสู่บุคลากรไทย แรงงานและวิศวกรชาวไทยจะได้พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติ (Automation) เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงของแบตเตอรี่ และระบบซอฟต์แวร์ยานยนต์อัจฉริยะ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ทรัพยากรมนุษย์ของไทยในระยะยาว


[ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและยืนยันแล้ว]:

  1. การถือหุ้นของทุนจีนใน Mercedes-Benz: สัดส่วนหุ้นรวม 19.67% (BAIC 9.98% และ กลุ่ม Geely 9.69%) เป็นข้อมูลโครงสร้างผู้ถือหุ้นอย่างเป็นทางการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แฟรงก์เฟิร์ต
  2. ตัวเลขผลประกอบการไตรมาส 2/2026 ในจีน: ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลหดตัวลง 30% เมื่อเทียบกับปีต่อปี (YoY) ตามประกาศผลประกอบการและข้อมูลของสมาคม CPCA
  3. การครอบครองแบรนด์ Denza ของ BYD: ยืนยันเอกสารทางกฎหมายว่า BYD เข้าถือหุ้น 100% ในแบรนด์ Denza เรียบร้อยแล้ว หลังจาก Mercedes-Benz ถอนสัดส่วน 10% สุดท้ายออกไป
  4. ร่างกฎหมายของสหรัฐฯ: มีการเสนอร่างกฎหมาย Connected Vehicle Security Act of 2026 เข้าสู่การพิจารณาของสภาคองเกรสจริง โดยสมาชิกรัฐสภาทั้งสองพรรค (Bipartisan) นำโดย ส.ว. Bernie Moreno และ ส.ว. Elissa Slotkin
  5. เงื่อนไขโรงงานในเวียดนาม: สัญญาเช่าที่ดินของโรงงานโกวาป (Go Vap) จะสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 เมษายน 2030 และได้รับการยืนยันการเจรจาซื้อขายหุ้นร่วมทุนโดยบริษัท Tasco Auto จริง

[ข้อมูลที่ต้องตรวจสอบและติดตามเพิ่มเติม]:

  1. ตัวเลขและขอบเขตของผลกระทบต่อราคารถยนต์ไฟฟ้านำเข้าในเวียดนาม: แม้ว่าข้อตกลง EVFTA จะลดภาษีเหลือ 0% ภายในปี 2030 แต่ต้องติดตามว่ารัฐบาลเวียดนามจะมีการตรากฎหมายภาษีสรรพสามิตภายในประเทศ (Special Consumption Tax) ใหม่เพื่อปกป้องแบรนด์ท้องถิ่นอย่าง VinFast หรือไม่ ซึ่งอาจทำให้ราคารถนำเข้าไม่ได้ลดลงอย่างที่คาดการณ์
  2. ความคืบหน้าในการตั้งโรงงานแบตเตอรี่ในไทย: จำเป็นต้องติดตามกำลังการผลิตจริง (Capacity) ในหน่วยกิกะวัตต์-ชั่วโมง (GWh) และสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content) ว่าเป็นไปตามเกณฑ์สิทธิประโยชน์ภาษีของ BOI มากน้อยเพียงใด

[คำเตือนเรื่องข่าวลือและความเสี่ยงทางธุรกิจ]:

  1. กระแสข่าวเรื่อง “Mercedes-Benz จะประกาศถอนตัวออกจากสหรัฐฯ”: ข้อมูลนี้เป็นเพียง “ฉากทัศน์ความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุด (Worst-Case Scenario)” ในการวิเคราะห์ประเมินผลกระทบ ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีแผนหรือแถลงการณ์ใดๆ เกี่ยวกับการทิ้งตลาดสหรัฐฯ การวิ่งเต้นล็อบบี้ในสภาคองเกรสเพื่อขอปรับเกณฑ์เพดานหุ้นเป็น 25% แสดงให้เห็นว่าบริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาตลาดนี้ไว้
  2. การคาดการณ์เรื่องมาตรการตอบโต้ของรัฐบาลจีน: ทฤษฎีผลกระทบลูกโซ่ที่ว่า “หากสหรัฐฯ บังคับให้ทุนจีนขายหุ้น Mercedes-Benz รัฐบาลปักกิ่งจะสั่งแบนการขายรถยนต์เยอรมันในประเทศทันที” ยังคงเป็นเพียง “การคาดการณ์เชิงภูมิรัฐศาสตร์” รัฐบาลจีนอาจเลือกใช้มาตรการที่นุ่มนวลกว่า เช่น การจำกัดการเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ แทนที่จะสั่งแบนทั้งหมด ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการจ้างงานของแรงงานจีนในบริษัทร่วมทุนอย่าง Beijing Benz เช่นกัน

รายงานฉบับนี้เรียบเรียงและตรวจสอบความถูกต้องเชิงข้อมูลตามหลักวารสารศาสตร์สากล ปราศจากอคติ และยึดมั่นในข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ ณ วันที่ 19 กรกฎาคม 2026

Tags: Mercedes Benz

Related Posts

Feature

JCB Hydromax: เจาะลึกภารกิจท้าชนและทำลายสถิติไฮโดรเจน 653 กม./ชม.

August 17, 2026
Old System New EU Rules
Feature

EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

August 14, 2026
Geely ขายหุ้น Volvo: สรุปสัดส่วนถือหุ้นล่าสุด สิทธิ์บริหาร และการแชร์เทคโนโลยี EV
Insights

Geely ขายหุ้น Volvo: สรุปสัดส่วนถือหุ้นล่าสุด สิทธิ์บริหาร และการแชร์เทคโนโลยี EV

August 8, 2026
Volvo แถลงการณ์และความคืบหน้าการดำเนินการเกี่ยวกับโมดูลแบตเตอรี่ Volvo EX30 ในประเทศไทย
Feature

Volvo แถลงการณ์และความคืบหน้าการดำเนินการเกี่ยวกับโมดูลแบตเตอรี่ Volvo EX30 ในประเทศไทย พร้อมพาสื่อชมขั้นต้องการทำงาน

July 22, 2026
ประวัติศาสตร์กำเนิด NCAP มาตรฐานความปลอดภัยรถยนต์ระดับโลก
Feature

ประวัติศาสตร์กำเนิด NCAP มาตรฐานความปลอดภัยรถยนต์ระดับโลก

July 9, 2026
Insights

สถานการณ์ยอดขายรถกระบะ: วิกฤตหดตัวต่ำสุดในรอบ 24 ปี จากที่เคยเป็น “Product Champion”

June 23, 2026
Leave Comment
  • BMW 530e M Sport 2022 (LCI) รุ่น MinorChange แรงพร้อมแซงในแบบรถหรู ด้วยกำลัง 292 แรงม้า

    1058 shares
    Share 423 Tweet 265
  • ครั้งแรกกับ Mercedes-Benz C220d 2022 AMG Dynamic เรียบหรูสไตล์ Benz แต่เสริมหล่อด้วยความสปอร์ต

    1046 shares
    Share 418 Tweet 262
  • [First Drive] Honda City SV รุ่นรองท็อป ขับดี พลังเกินตัว เพิ่มออปชั่นหน่อยจะดีมาก

    4587 shares
    Share 1834 Tweet 1147
  • NEW MG VS HEV แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X ราคาเริ่มต้น 859,000 – 919,000 บาท

    1038 shares
    Share 415 Tweet 260
  • Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  

    1037 shares
    Share 415 Tweet 259


What Car? Thailand

What Car? ก่อตั้งในอังกฤษปี 1973 เป็นสื่อยานยนต์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้ซื้อรถยนต์มากว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำเพื่อการซื้อรถอย่างคุ้มค่า พร้อมการันตีด้วยรางวัลระดับโลกอย่าง What Car? Car of the Year Awards

 

Follow us

Categories

  • Advice
  • Awards
  • Cars
  • Comparison
  • Feature
  • First Drive
  • Insights
  • New Car
  • News
  • PR
  • Reviews
  • Road Test
  • Road Trips
  • Tip Technic
  • Uncategorized
  • Your Cars

Instagram

  • 🏎️💨 JCB Hydromax ทะลุ 653 กม./ชม.! สร้างสถิติโลกยานยนต์ไฮโดรเจนใหม่บนลานเกลือโบนเนอวิลล์

JCB บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาด ด้วยการส่งรถแข่ง JCB Hydromax ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเผาไหม้ภายใน ทำลายสถิติความเร็วบนทางบก (Land Speed Record) ด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 406.320 ไมล์/ชม. (653.908 กม./ชม.) ณ ลานเกลือโบนเนอวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา 🇺🇸✨

ไฮไลต์สำคัญของ JCB Hydromax:

⚙️ พละกำลังสุดขั้ว: ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮโดรเจนขนาด 4.8 ลิตร คู่ ผสานกำลังได้สูงถึง 1,597 แรงม้า (HP) (ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์รถขุดเจาะอุตสาหกรรม)

🏎️ นักขับระดับตำนาน: ขับโดย แอนดี กรีน (Andy Green) ผู้ครองสถิติความเร็วบนทางบกสูงสุดตลอดกาล ร่วมสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของตนเอง

🛠️ พันธมิตรระดับโลก: ตัวถังยาว 32 ฟุต พัฒนาร่วมกับ Prodrive และ Ricardo พร้อมยางสั่งทำพิเศษจาก Goodyear ที่รองรับความเร็วเกิน 600 กม./ชม.

🌱 มลพิษเป็นศูนย์: พิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน (ICE) สามารถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ JCB ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับเครื่องจักรกลหนัก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emission ในอนาคต! 🌍⚡
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/NIYeYc
#JCB #JCBHydromax #HydrogenEngine #LandSpeedRecord
  • Mercedes-EQE 300 https://s.whatcar.co.th/ioeHGu
  • ◤ตู้เซฟเคลื่อนที่หัวใจดีเซล พกความหรูระดับคฤหาสน์และช่วงล่างหนึบสลัดภาพตู้ย้วย
.
◤สลัดภาพจำตู้ขนส่งพาณิชย์เดิมๆ ทิ้งไปเพราะนี่คือ Mercedes-Benz V300d Exclusive นิยามใหม่แห่งรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมไซส์ Extra Long ลืมเครื่องยนต์เบนซินกินน้ำมันไปได้เลย เพราะคันนี้ยัดขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร 237 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร พกพาช่วงล่างถุงลม AirMatic ที่ให้ฟีลลิงหนึบแน่นสไตล์ยุโรป มอบสมรรถนะการเดินทางไกลระดับบิสซิเนสคลาส พร้อมยกระดับบารมีนายกให้โดดเด่นตระการตาบนท้องถนนเมืองไทย
.
อ่านเพิ่มเติม https://s.whatcar.co.th/r2Q16p
#MercedesBenz #V300d #Exclusive
  • รีวิว Mercedes-Benz EQS 450+ AMG Dynamic https://s.whatcar.co.th/EjPcPH
  • 🚗⚡ เปิดตัว MINI Aceman SE รุ่นพิเศษ 3 คอลเลกชันใหม่ในไทย! จำกัดเพียง 130 คันเท่านั้น
.
มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ **MINI Aceman SE (EV 100%)** รุ่นพิเศษสะท้อนตัวตนคนเมือง ภายใต้แนวคิด *‘Shade of Urban Living’* เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยในจำนวนจำกัด:
.
🔹 Multitone Collection (ราคา 1,799,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายดีไซน์โดดเด่นด้วยสี *Indigo Sunset Blue* และหลังคา *Multitone Roof* ไล่เฉดสีแบบพ่น wet-on-wet ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร พร้อมเบาะนวด Active Seat
.
🔹 Shadow Collection (ราคา 1,999,000 บาท | จำกัด 50 คัน)
สายเข้มสุดเรียบหรูมาในโทนสีดำล้วน *Midnight Black* พร้อมหลังคา Panorama Roof, ล้อ JCW Slide Spoke 18 นิ้ว และออปชันช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม
.
🔹 JCW Collection (ราคา 2,099,000 บาท | จำกัด 30 คัน)
สายสปอร์ตเต็มขั้น ตัวถังมีให้เลือก 3 สี (*Legend Grey, Nanuq White, Melting Silver*) พร้อมล้อทูโทน 19 นิ้ว ชุดแต่งสปอร์ต JCW และ Head-up Display
.
--------
.
⚙️ สเปกและสมรรถนะสำคัญ:
• มอเตอร์ไฟฟ้า: 218 HP (แรงม้า) / ขับเคลื่อนล้อหน้า
• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:** 7.1 วินาที
• แบตเตอรี่: ความจุ 54.2 kWh
• ระยะทางขับขี่: สูงสุด 405 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• การชาร์จ DC (10-80%): ใช้เวลาเพียง 31 นาที (รองรับสูงสุด 95 kW)
.
📅 สัมผัสคันจริงและจับจองได้ที่:
งาน MINI Expo 2026 วันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือโชว์รูม MINI ทั่วประเทศ
อ่านเพิ่มเตืม [ https://s.whatcar.co.th/wxf6gc ]
#MINIAcemanSE #MINIThailand #รถยนต์ไฟฟ้า #MINI
  • Mercedes C-Class ปรับโฉมใหม่แล้ว! 👀
🔥 กำลังสูงสุด 349 แรงม้า
👋 ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซล
✅ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและสเตชั่นแวกอน
🤖 ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI
💷 ราคาเริ่มต้นที่ 46,995 ปอนด์ (ประมาณ 2,103,200 บาท)
  • 🏎️ Spyker หวนคืนวงการซูเปอร์คาร์! พร้อมชุบชีวิต C8 Preliator XXV และเดินหน้าโปรเจกต์ SUV ในตำนาน**
.
◤ หากย้อนไปยุครายการ ทไวไลท์โชว์ คนไทยคงจำภาพ Spyker แบรนด์รถสปอร์ตทำมือสุดหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านการนำเข้าของ ‘คุณตั๋ม - วิชชุดา ลีนุตพงษ์’ ผู้บริหารหญิงเก่งที่สร้างกระแสฮือฮาในวงการด้วยการคัสตอมห้องโดยสารร่วมกับ Louis Vuitton
.
◤ ล่าสุด Spyker พร้อมกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังผ่านมรสุมล้มละลาย โดยได้แรงสนับสนุนจากมหาเศรษฐีคริปโตฯ ชาวยูเครน และประเดิมยุคใหม่ด้วย C8 Preliator XXV Coupé
--------
ไฮไลต์สำคัญของ C8 Preliator XXV:
.
◤ พละกำลังจัดเต็ม: เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 800 HP (แรงม้า) แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 349 กม./ชม.
.
◤ วิศวกรรมระดับท็อป: ใช้แชสซีส์สเปซเฟรมอะลูมิเนียมที่ประกอบขึ้นในเมืองคอเวนทรี ประเทศอังกฤษ ศูนย์กลางวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
.
◤ ดีไซน์กลิ่นอายการบิน: ล้อลายใบพัด ไฟท้ายทรงท่อจุดระเบิดเครื่องบินเจ็ท พร้อมฟังก์ชัน
  • แนะนำการเลือกซื้อ Honda Super-One 🚗😆
#Honda #SuperOne #SuperN #WhatCarThailand
  • EU บังคับใช้กฎระเบียบยานพาหนะหมดอายุ (ELV) ปรับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน คำถามคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน?

อ่านเพิ่มเติมhttps://s.whatcar.co.th/7t5kOA
#ElectricCar #ELVEU #WhatCarThailand

Newsletter

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

 
  • About
  • Advertise
  • Terms & Conditions
  • Privacy & Policy
  • Team
  • Contact

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Reviews
    • First Drive
    • Road Test
    • Road Trips
    • Comparison
  • New Car
  • Awards
  • Column
    • Editor’s Talk
    • Insights
    • Your Cars
    • Feature
    • Advice
    • Tip Technic
  • News
    • PR
    • CSR
  • About
  • Contact

© 2026 What Car? Thailand - Designed by Coinfinity Power.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.