The GLC รถยนต์ SUV ที่ดีที่สุดตอบโจทย์ในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ภายใน รวมไปถึงดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ภายใน รวมไปถึงดีไซน์ SUV อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมที่จะตอบสนองการใช้ชีวิตของคุณได้อย่างลงตัวในทุกๆ วัน และยังมีการออกแบบภายในที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย และคอยรักษาความปลอดภัยให้คุณได้อย่างดีที่สุด
GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic ล้ำและแรงไปอีกขั้น ด้วยการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และยังสามารถพาคุณทะยานไปได้ไกลกว่าที่เคย ด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ รวมไปถึงไฟหน้า MULTIBEAM LED อันโดดเด่น ที่ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
รูปลักษณ์อันแข็งแกร่งพร้อมการใช้งานที่ตอบโจทย์
ไม่มีอะไรจะน่าตื่นตาตื่นใจไปกว่ารูปลักษณ์อันแข็งแกร่งที่มอบความรู้สึกสุนทรีย์ในเวลาเดียวกัน และนอกเหนือจากนี้ GLC ใน AMG Line ยังมีดีไซน์ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตมากขึ้น ด้วยมิติตัวถัง 1,890 x 4,655 x 1,644 มิลลิเมตร (กว้าง xยาว xสูง ตามลำดับ) และมาพร้อมกระจังหน้าแบบ diamond radiator grille สีเงิน พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และการตกแต่งภายนอกแบบ AMG Bodystyling ปลอกท่อไอเสียที่ผสานเป็นหนึ่งกับดีไซน์ และการออกแบบล้อแบบอัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 20 นิ้ว ที่ตกแต่งด้วยสีดำ ซึ่งทำให้รู้สึกถึงพละกำลัง อีกทั้งมีบันไดข้างแบบสเตนเลสดีไซน์สปอร์ตและดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน
สำหรับชุดไฟนั้นสามารถตอบโจทย์ได้ทุกการใช้งาน ซึ่งมีไฟท้าย LED ที่ส่องสว่างไม่เหมือนใคร และไฟหน้า MULTIBEAM LED ที่มี่ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist) รวมไปถึงระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย และยังเพิ่มความสว่างด้วยระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง พร้อมระบบไฟสูงแบบ ULTRA RANGE Highbeam ระยะส่องสว่าง 650 เมตร ไฟสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน แบบ LED day time running lights ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ไฟท้าย และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
ทั้งยังสะดวกสบายด้วยกระจกมองข้างปรับระดับและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้าและ หลังคาพาโนรามิคซันรููฟที่เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า และยังมีระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือ (HANDS-FREE ACCESS)
ภายในที่หรูหรา
ภายในของ GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic สะท้อนถึงความประณีตและใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใครที่ผสมผสานการออกแบบสไตล์คลาสสิกและสุดยอดเทคโนโลยีให้เข้ากันได้อย่างลงตัว เน้นการออกแบบให้สามารถใช้งานได้อย่างง่ายด้วยหน้าจอแบบ MBUX ที่ส้ำสมัยในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วยระบบควบคุมที่หลากหลายจึงทำให้คุณและรถสามารถประสานการทำงานให้เข้ากันได้อย่างลงตัว พร้อมระบบสั่งการแบบสัมผัสและ Touch pad แบบใหม่ที่ให้คุณสามารถควบคุมได้สะดวกและรวดเร็ว
มาพร้อมความหรูหราด้วยด้านบนของคอนโซลหน้าและด้านบนของแผงประตูและเบาะนั่งทรงสปอร์ตที่หุ้มหนังแบบ ARTICO ในส่วนผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ ด้านหลังปรับพับได้แบบ 1/3 และ ⅔ อีกทั้งยังเพิ่มความพิเศษด้วยไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารปรับได้ 64 เฉดสี (Ambient Lighting) นอกจากนี้ยังสะดวกสบายด้วยระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2 โซน และชุดคันเร่ง แป้นเบรกแบบสปอร์ต พร้อมปุ่มยางกันลื่น
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ sports steering wheel ตกแต่งด้วยหนังแบบ nappa พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control มาพร้อมมาตรวัดความเร็ว และวัดรอบเครื่องยนต์แบบ All-Digital Instrument Display ขนาด 12.3 นิ้ว
เพิ่มการเดินทางอย่างเป็นส่วนตัวด้วยม่านบังแดดประตูหลังซ้าย-ขวา และยังสามารถสร้างความหรูหราจากสายตาคนภายนอกได้ด้วยแผ่นปิดพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายตัวรถ
ความสุนทรียภาพด้านความบันเทิง
GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic พลิกโฉมการสั่งการรถยนต์ในแบบเดิมๆ ไปกับ MBUX หรือ Mercedes-Benz User Experience ที่ให้คุณสั่งการรถยนต์ได้อย่างง่ายดาย และสะดวกสบายผ่านการสัมผัสและการพูด ผ่านหน้าจอแสดงผลขนาดถึง 10.25 นิ้ว โดยระบบจะเรียนรู้และพัฒนาเพื่อตอบสนองคุณให้ดีที่สุดในทุกๆ วัน และยกระดับการสื่อสารและความบันเทิงด้วยระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester
สมรรถนะและระบบส่งกำลังที่สุดยอด
เติมเต็มทุกอารมณ์ ขับเคลื่อนสมรรถนะการขับขี่ ด้วยเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ก้าวสู่โลกสีเขียวแห่งอนาคตด้วยยานยนต์กำลังสูงอันเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยระบบ Plug-in Hybrid ใน GLC 300 e 4MATIC เป็นการผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 211 แรงม้า และจากมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า โดยกำลังสูงสุดจากการผสานการทำงานนี้ (System output) อยู่ที่ 320 แรงม้า เมื่อเบรกหรือชะลอความเร็วมอเตอร์จะทำหน้าที่ในการดึงพลังงานจลน์ที่เกิดขึ้นเข้าสู่แบตเตอรี่ เพื่อสำรองไว้ใช้ได้ต่อไป ซึ่งจะช่วยให้การขับขี่ของคุณประหยัดสูงสุด และขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ไปได้ไกลมากยิ่งขึ้น พร้อมความเร็วในที่อัตราเร่งจาก 0-100 กม. /ชม. อยู่ที่ 5.4 วินาที และความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 230 กิโลเมตร ด้วยระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และตกแต่งแป้นเกียร์์ด้วย Galvanized (Steering-wheel Gearshift Paddles) คลายกังกลด้วยระบบกันสะเทือนแบบคอมฟอร์ทที่จะทำให้ทุกการขับขี่สะดวกสบายที่สุด
นอกจากนี้มาพร้อมระบบปรับรูปแบบการขับขี่ DYNAMIC SELECT เปลี่ยนจากปรับโหมดขับขี่ผ่านพวงมาลัยมาเป็นปรับโหมดการขับขี่ผ่านหน้าจอแสดงผลที่สามารถตอบสนองการขับขี่ได้ในแบบฉบับที่คุณแบบที่เป็นคุณ ทั้งโหมด Individual, Sport, Comfort , Electric, Battery Level โดยที่ระบบจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์ในส่วนต่างๆ อาทิเช่น ระบบส่งกำลัง ระบบบังคับเลี้ยวหรือโปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ เป็นต้น
เทคโนโลยีขั้นสุดด้วย “Hey Mercedes”
ระบบสั่งการด้วยเสียง “Hey Mercedes” อีกขั้นของความทันสมัย อีกระดับของความสะดวกสบายด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งสามารถประมวลผลประโยคที่ใกล้เคียงกับคำสั่งทั่วไปได้ เพียงพูดว่า “Hey Mercedes” และตามด้วยคำสั่งเช่น “I’m cold” ระบบจะทำการปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม พร้อมทั้งจดจำและเรียนรู้การสั่งงานของคุณได้เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างคุณกับรถได้อย่างไร้ที่ติ
- ระบบตั้งค่ารถยนต์ (Pre-installation for Vehicle Set-Up) พร้อมให้คุณควบคุมรถยนต์ได้ทุกที่ทุกเวลากับแอปพลิเคชัน Mercedes me ที่สามารถให้คุณปรับแต่ง รวมไปถึงสั่งการต่างๆ ได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นการส่งแผนที่จุดหมายทางปลายทาง หรือการล็อก-ปลดล็อกประตูจากระยะไกล เป็นต้น
- ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเปิดระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารด้วยโทรศัพท์มือถือ (Remote Engine Start for Pre-Entry Climate Control) แม้ภายนอกจะมีสภาพอากาศเป็นอย่างไร แต่ภายในคือความเย็นสบายอย่างเปี่ยมล้นด้วย Pre-Entry Climate Control ฟังก์ชันที่ให้คุณปรับอากาศภายในรถก่อนที่คุณจะถึงตัวรถ รวมไปถึงการตั้งค่าเวลาการทำงานและอุณหภูมิได้ตามที่คุณต้องการ และถ้าหากคุณปรับอากาศในขณะที่ชาร์จรถยนต์ ระบบจะคงอุณหภูมิที่ตั้งค่าไว้ในขณะที่คุณสตาร์ทรถยนต์อีกด้วย
Mercedes me connect
Mercedes-Benz emergency call system บริการที่จะคอยช่วยเหลือคุณจากสถานการณ์ฉุกเฉินหรือในขณะที่คุณได้รับอุบัติเหตุ รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ จะทำการติดต่อไปยัง Emergency Customer Contact Center ศูนย์บริการฉุกเฉินที่จะช่วยประสานงานด้านความปลอดภัยเพื่อช่วยเหลือให้คุณได้รับความปลอดภัยสูงสุด
ระบบวิเคราะห์สภาพรถยนต์ Telediagnostics นอกเหนือจากความพึงพอใจในมาตรฐานของยนตรกรรม จากเมอร์เซเดส-เบนซ์แล้ว คุณยังสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการซ่อมบำรุงด้วยมาตรฐานระดับโลกกับบริการ Remote Retrieval of Vehicle Status ที่จะคอยรายงานสถานะของรถยนต์ไปยัง Mercedes me และด้วยบริการ telediagnostics ที่จะคอยส่งข้อมูลและสถานะของรถยนต์ไปยังศูนย์บริการที่คุณเลือกเมื่อตรวจพบความเสียหายเพื่อให้คุณได้รับการซ่อมบำรุงที่รวดเร็วและแม่นยำที่สุด
ระบบแผนที่นำทาง Navigation system นำทางคุณสู่ทุกจุดหมายด้วยระบบนำทางซึ่งอัปเดตข้อมูล เส้นทางแบบออนไลน์ แม้ในเส้นทางของคนท้องถิ่นอย่างรวดเร็ว แม่นยำและสามารถป้อนข้อมูลที่ต้องการได้ผ่าน Touchpad
ราคาและรุ่น
Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic ราคา 3,830,000 บาท โดยมีสีภายนอกให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีมาตรฐาน Polar white, และสีมาตรฐานเมทาลิกอย่าง Obsidian black และ Graphite grey
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Link
รับข้อเสนอพิเศษจาก Mercedes-Benz GLC ได้ที่ Link