Audi Q7 45 TDI ใหญ่โต หรูหรา พร้อมการขับขี่ระดับพรีเมี่ยม

Overview Of Car

อสยูวีใหญ่สุดภูมิฐาน โดดเด่นด้วยขนาดและพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง รองรับคนกับสัมภาระได้มากมาย ภายใต้หน้าตาธรรมดาๆ ยังแอบซ่อนความจี๊ดจ๊าดด้วยขุมพลังดีเซล V6 3.0 ลิตร 249 แรงม้า ที่ทำให้ความใหญ่ไม่ใช่ปัญหาถ้าอยากจะซิ่ง ราคา 4,799,000 บาท

         Audi Q7 เป็นเอสยูวีที่ประสบความสำเร็จมากในระดับโลก มันได้รับคำชมมามากมายจากสำนักต่างๆ และที่สำคัญยังครองตำแหน่ง Best Luxury SUV ประจำปี 2019 จาก What Car? UK นี่คือขาประจำของรายการนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สำหรับเวอร์ชั่นที่มีขายในบ้านเราประกอบด้วย 3 รุ่นย่อย คือ 40 TFSI quattro, 45 TFSI quattro S line และ 45 TDI quattro S line ดีเซลเพียงหนึ่งเดียวที่เราจะมาทำความรู้จักกันในวันนี้ ด้วยความที่มีรางวัลการันตี เราจึงตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้สัมผัสเอสยูวีหรูรุ่นใหญ่ที่สุดของค่าย 4 ห่วง แต่ใช่ว่าเราจะมีคะแนนพิศวาสให้นะ ของแบบนี้ต้องมีดีซ่อนอยู่สิ จริงมั้ย?

            Q7 ที่เห็นอยู่นี้เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 คู่แข่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน BMW X5, Mercedes-Benz GLE, Volvo XC90 ขนาดตัวสูสีกับคู่แข่ง น้ำหนักตัวเกือบๆ 2 ตัน ตามมาตรฐานแล้วเอสยูวีหรูพวกนี้ต้องมาพร้อมกับภายในที่กว้างขวางและสะดวกสบาย ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และขุมพลังเครื่องยนต์ที่ต้องแรงพอเพื่อไม่ให้การขับขี่รู้สึกอืดอาดจนเกินไป ซึ่ง Q7 45 TDI ของเราผ่านมาตรฐานเหล่านี้ทั้งหมด แถมยังเพิ่มความน่าสนใจด้วยแพ็คเกจตกแต่ง S line เพิ่มความสปอร์ต

สเปครถยนต์

Body Style:SUV
Description:Large SUV – 5 ประตู 5 ที่นั่ง
Engine:ดีเซล V6 3.0 ลิตร เทอร์โบ
Fuel Consumption:12 กม./ลิตร (ประมาณ)
Fuel Type:ดีเซล
Make:Audi
Max Power:249 แรงม้า ที่ 2,910 – 4,500 รอบต่อนาที
Max Torque:600 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 3,000 รอบต่อนาที
Model:Audi Q7 45 TDI quattro S line
Price Guide:4,799,000 บาท
Release Date:สิงหาคม 2017
0-100 km/h:7.3 วินาที
Transmission:อัตโนมัติ Tiptronic 8 สปีด

หล่อเรียบ เฉียบคมตามสไตล์ Audi

            ภายนอกของ Q7 45 TDI S line ดูหล่อแบบรุ่นใหญ่ไม่หวือหวาเตะตาวัยรุ่น ไฟหน้าเป็น LED Projector พร้อมไฟ DRL ดีไซน์เฉียบคมตามแนวทางของ Audi กระจังหน้าโครเมี่ยมหกเหลี่ยมขนาดใหญ่พร้อมตราโลโก้ 4 ห่วงเด่นชัด แพ็คเกจ S line มาพร้อมกับล้ออัลลอย 20 นิ้ว หุ้มยาง 285/45 R20 พร้อมแถบตกแต่งสีเงินที่ชายล่างประตู ราวหลังคา สปอยเลอร์หลังคา ไฟท้ายเป็น LED พร้อมท่อไอเสียคู่ทรงสปอร์ต ดีไซน์โดยรวมแม้จะตกแต่งด้วยแพ็คเกจ S line แต่เราก็มองว่ามันยังดูเรียบร้อยไปหน่อย ประมาณว่าชายหนุ่มรุ่นใหญ่ที่แต่งตัวธรรมดาๆ แต่แอบซ่อนอะไรบางอย่างที่ต้องลองทำความรู้จักกันถึงจะเข้าใจ

            ภายในของ Q7 มาในแนวทางอนุรักษ์นิยม แดชบอร์ดดีไซน์เรียบง่ายด้วยการวางเป็นเส้นแนวนอน จัดวางปุ่มเครื่องปรับอากาศอย่างเป็นระเบียบใช้งานง่าย หน้าจอระบบสาระบันเทิงป๊อปอัพและจะเลื่อนขึ้นมาเมื่อสตาร์ทเครื่อง (สามารถสั่งให้เลื่อนเก็บลงไปได้ถ้าไม่ต้องการ) หน้าปัดยังเป็นแบบเข็มอนาล็อก อาจดูไม่ทันสมัยแต่ได้อารมณ์สปอร์ต กึ่งกลางเป็นจอสี LCD แสดงข้อมูลการขับขี่ครบครัน

            คอนโซลกลางมีขนาดใหญ่เป็นที่ตั้งของคันเกียร์ ปุ่ม Auto Brake Hold, เบรกมือไฟฟ้า, และแผงควบคุมระบบสาระบันเทิง MMI  พร้อมช่องวางของและช่องวางแก้วน้ำ หัวเกียร์ขนาดใหญ่เป็นที่รองฝ่ามือไปในตัว พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านดีไซน์สปอร์ตพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง แพดเดิลชิฟท์อยู่ด้านหลัง ครูสคอนโทรลเป็นก้านปรับอยู่ที่คอพวงมาลัย (ยังไม่เป็น Adaptive Cruise Conrtrol)

            แม้ภายใน Q7 ของเราจะมาในโทนสีเทาดูจืดชืด แต่มันก็ยังเป็นเลิศในด้านคุณภาพการผลิตและวัสดุที่ใช้ ทุกอย่างอยู่บนมาตรฐานระดับสูง ดานบนของแดชบอร์ดและแผงประตูเป็นวัสดุซอฟท์ทัชให้ความรู้สึกพรีเมี่ยมหรูหรา ประกอบกับปุ่มสวิตช์ต่างๆ ดูแข็งแรงแน่นหนาตามสไตล์เยอรมัน ความจืดชืดจะหายไปเมื่อถึงเวลากลางคืนด้วยแสงไฟ Ambient light ที่มีให้เลือกปรับสีได้เยอพอสมควร

            หน้าจอระบบสาระบันเทิงขนาด 7 นิ้ว ดูเล็กไปนิดกับรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ราคาทะลุ 4 ล้าน แต่คุณภาพของมันก็ดีพอที่จะทำให้เราประทับใจได้ ความละเอียด หน้าตาเมนู การใช้งาน ฟังก์ชั่นต่างๆ การเชื่อมต่อ ทุกอย่างดีงามหมด แต่ยังไม่มีระบบนำทางมาให้ จอนี้แสดงภาพจากกล้องมองหลังแต่ยังไม่เป็นระบบกล้องรอบทิศทาง 360 องศา มีเพียงเซ็นเซอร์เตือนรอบคัน Q7 ของเรายังมาพร้อมเครื่องเสียง Bose ที่มีระบบเสียง 3 มิติ มีพาวเวอร์แอมป์และซับวูฟเฟอร์ซ่อนอยู่ใต้พื้นห้องเก็บสัมภาระ ดังนั้นหมดห่วงเรื่องความลั่นและคุณภาพเสียง

            เบาะคู่หน้าของ Q7 หนานุ่ม นั่งสบาย เป็นเบาะธรรมดาไม่ใช่ทรงสปอร์ต ปรับไฟฟ้าเต็มระบบ พร้อมตัวดันหลังและฟังก์ชั่นจดจำตำแหน่งการปรับ การขึ้นลงรถสะดวกสบายเพราะรถไม่ได้สูงมากจนต้องปีนขึ้น เสาหน้ามีความลาดประมาณเดียวกับรถเก๋ง มันไม่หนามากนักจึงไม่เป็นอุปสรรคในการมองหัวมุมถนน แน่นอนว่าตำแหน่งนั่งขับนั้นอยู่สูงส่งผลให้ทัศนวิสัยด้านหน้านั้นดีมาก กระจกข้างขนาดใหญ่มองง่าย มุมมองผ่านไหล่ไปกระจกหลังก็ไม่มีสิ่งใดมาบดบัง พื้นที่บริเวณเบาะหน้ากว้างขวางสุดๆ คนตัวสูงเกิน 180 ซม. ยังนั่งได้เหลือๆ

            เบาะหลังเรียบเป็นแผ่นกระดานแต่ยังมีความนุ่มที่พอดี นั่งทางไกลแล้วไม่เมื่อย พนักพิงปรับเอนได้ด้วยการดึงคนโยกข้างเบาะ แต่ตัวฐานเบาะไม่สามารถปรับเลื่อนหน้า-หลังได้ พื้นที่เบาะหลังเรียกได้ว่าเป็นที่หนึ่งในคลาสเพราะกว้างขวางสุดๆ ที่ว่างช่วงศีรษะและช่วงขามีเหลือมากมาย แม้ว่าคุณจะตัวสูงเกิน 180 ซม. ก็ยังไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อขึ้นมานั่ง แถมนั่งได้ 3 คนแบบไม่เบียดกันด้วย ประตูบานหลังขนาดใหญ่ยังช่วยให้การขึ้น-ลงรถเป็นเรื่องง่าย อุโมงค์เพลากลางไม่สูงมาก คนนั่งเบาะกลางจึงไม่ต้องทรมาน มีแอร์ตอนหลังช่วยปรับความเย็นสบายทั่วทั้งห้อง

            จากความกว้างขวางของเบาะหลัง เราขอแนะนำห้องเก็บสัมภาระที่ใหญ่โตเป็นลำดับต้นๆ ของคลาส มองด้วยสายตาก็รู้ว่าใหญ่จริงด้วยความจุมากถึง 890 ลิตร พื้นห้องราบเสมอกันชนท้าย เบาะหลังพับแยกแบบ 40/20/40 แถมพับแล้วยังราบเป็นพื้นเดียวกัน เพิ่มที่ความจุเป็น 2075 ลิตร หมดปัญหาเรื่องการบรรทุกของชิ้นใหญ่และยังจัดสรรพื้นที่ได้ลงตัวมากกว่า สมบูรณ์แบบด้วยประตูท้ายไฟฟ้าเปิด/ปิดด้วยรีโมท หรือสอดเท้าไปใต้กันชนก็ย่อมได้

การขับขี่

            Q7 45 TDI ที่เราทดสอบประจำการด้วยเครื่องยนต์ดีเซล V6 คอมมอนเรล 3.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 249 แรงม้า ที่ 2,910 – 4,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 3,000 รอบต่อนาที ดูจากสเปกแล้วไม่เลวเลยทีเดียว เครื่องยนต์บล็อกนี้จับคู่กับชุดเกียร์อัตโนมัติทอร์คคอนเวอร์เตอร์ Tiptronic 8 สปีด เป็นเกียร์ไฟฟ้าไม่มีร่องเกียร์ P แต่ใช้การกดปุ่มที่หัวเกียร์แทน มาพร้อมโหมดแมนวลเลือกควบคุมเกียร์ด้วยตัวเอง

            เราเริ่มขับ Q7 ลำยักษ์ในเขตเมือง ด้วยความสูงใหญ่ของตัวรถทำให้การกะเลี้ยวมุมแคบต้องเผื่อๆ ไว้หน่อย แต่ตำแหน่งนั่งขับที่สูงก็ทำให้มองเห็นรอบคันได้ชัดเจน ไม่ได้รู้สึกขับยากจนเกินไป การขับขี่ความเร็วต่ำนั้นรถมอบความนุ่มนวลเทียบเท่ารถเก๋งซีดาน เครื่องยนต์เงียบและแทบไม่สั่นสะเทือนเลย นิสัยของรถคือนิ่งๆ อัตราเร่งมาแบบนุ่มๆ แต่ต่อเนื่อง เครื่องยนต์ทำงานรอบต่ำและให้กำลังแรงบิดดีพอสำหรับการเร่งแซงระยะสั้นๆ พวงมาลัยมีน้ำหนักเหมาะสม ระยะฟรีน้อย หน้าจึงรถตอบสนองต่อการหักเลี้ยวได้ไว เห็นตัวใหญ่ๆ แต่ก็ยังขับได้คล่องแคล่ว ขณะที่ระบบกันสะเทือนก็ดูดซับได้ดี ช่วยให้ตัวรถลอยนิ่งเมื่อวิ่งผ่านอุปสรรคบนผิวทาง

            หลังจากลองขับในเมืองไปแล้วก็ถึงเวลาต้องเอา Q7 45 TDI ออกไปยืดเส้นยืดสายบนทางหลวงระหว่างจังหวัด โหมดขับขี่ของรถมีทั้งหมด 5 โหมด คือ offroad, comfort, auto, dynamic และ individual เราเลือกขับ comfort ก่อน ลองกดคันเร่งคิ๊กดาวน์จากความเร็ว 60 กม./ชม. พบว่า Q7 ดึงให้หลังติดเบาะ พร้อมกับเสียงคำรามนุ่มต่ำ และความเร็วดีดที่ขึ้นอย่างนุ่มๆ ต่อเนื่องไปจนถึง 110 กม./ชม. กระบวนการนี้ต้องเหยียบคันเร่งลึกพอประมาณ แรงดึงที่ได้เพียงพอกับการเร่งแซงแบบไม่ต้องเผื่อระยะ อัตราเร่งที่ได้มาแบบต่อเนื่องเป็นช่วงกว้างหลังจากที่เทอร์โบติดบูสต์ ซึ่งความดุแบบนี้สามารถไล่บี้รถซิ่งคันเล็กได้สบายๆ

            เกียร์ Tiptronic ทำหน้าที่อย่างนุ่มนวลทุกจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ ที่ความเร็วต่ำจังหวะชิฟท์เกียร์มียึกยักบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สร้างความน่ารำคาญอะไร การขับในโหมดเกียร์แมนวลให้อารมณ์ขึ้นมาอีกระดับ เราสาสามารถลากรอบเครื่องได้ จังหวะชิฟท์เกียร์จากแป้นแพดเดิลชิฟท์ก็ไวกดปุ๊ปเปลี่ยนปั๊ป การใช้โหมดเกียร์แมนวลความนุ่มนวลจะหายไปบ้างเล็กน้อย เราได้ลองโหมด sport สั้นๆ ซึ่ง Q7 มีการตอบสนองที่กระฉับกระเฉงขึ้น คันเร่งไวขึ้น เครื่องยนต์ทำงานรอบสูงและลากรอบนานขึ้น เกียร์เร็วขึ้น ให้อารมณ์การขับขี่ที่สนุกกว่าปกติพอสมควร

            ที่ความเร็วเดินทาง Q7 ไม่มีอาการโคลงเคลงให้เห็น รถเคลื่อนที่ด้วยความนิ่งสงบพร้อมการความรู้สึกหนึบแน่นไปกับพื้นถนน การซับแรงสะเทือนยังทำได้ดีอยู่ การเข้าโค้งที่ความเร็วสูงให้ความแน่น มั่นคง อาการโยนมีไม่มาก ต้องขอบคุณระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro ที่ให้รถมีการยึดเกาะทีน่าประทับใจทั้งทางตรงและในโค้ง ที่จริงช่วงล่างของ Q7 45 TDI เป็นสปริงเหล็กกับโช้คอัพธรรมดาไม่ได้เสริมลูกเล่นพิเศษอะไรแต่มันกลับมอบคุณภาพการขับขี่จริงที่ยอดเยี่ยม คุณสามารถใช้ความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจ ขณะที่ผู้โดยสารก็นั่งนานๆ ได้โดยไม่เหนื่อย

            พวงมาลัยจากเดิมที่เบาหวิวตอนขับในเมือง พอใช้ความเร็วสูงพวงมาลัยจะปรับความหนืดขึ้นให้เหมาะสมกัน มีความแม่นยำและยังควบคุมง่ายโดยเฉพาะตอนเข้าโค้งที่ไม่ต้องเกร็งมือมากรถก็แล่นฉิวไปแบบเนียนๆ

            แป้นเบรกมีระยะฟรีน้อย มีแรงจับผ้าเบรกสัมพันธ์กับความลึกในการเหยียบทำให้กะจังหวะการเบรกได้ง่าย ไม่ต้องสร้างความคุ้นชินกันมากก็สามารถใช้เบรกได้อย่างนุ่มนวล ด้วยสเปกเบรกที่ให้มามันเอาอยู่ทุกช่วงความเร็ว

            การป้องกันเสียงรบกวนทำได้ดีตามมาตรฐานรถยนต์แบรนด์พรีเมี่ยม ตราบใดที่ขับไม่เกิน 120 กม./ชม. คุณจะไม่ได้ยินเสียงลมเล็ดลอดเข้ามาตามขอบกระจก เสียงยางเริ่มตั้งแต่ก่อน 100 กม./ชม. เสียงช่วงล่างออกแนวตึบๆ แน่นๆ แบบผู้ดี ด้านความประหยัดตัวเลขบนหน้าปัดของเราอยู่ที่ราว 12 กม./ลิตร จากการขับขี่ทั้งในเมือง เจอรถติด และขับออกนอกเมืองให้ได้ลองกดแบบเน้นๆ ตัวเลขที่ได้นี้ที่ถือว่าน่าพอใจกับรถขนาดใหญ่แบบนี้ ถ้าขับเน้นประหยัดน่าจะได้เห็นตัวเลข 15 กม./ลิตร

            สิ่งที่เราคิดว่า Audi น่าจะให้มามากกว่านี้คือพวกออปชั่นด้านความปลอดภัย ไม่รู้ว่าด้วยการเป็นรถนำเข้าทั้งคันจากยุโรปจึงต้องทำราคาให้แข่งขันได้หรือเปล่า ออปชั่นเด่นๆ ที่คู่แข่งในพิกัดเดียวกันมีอย่าง ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน, เตือนจุดอับสายตา, เบรกอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ, Adaptive Cruise Control ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ จึงไม่มีมาเลย ถ้าคุณซีเรียสเรื่องออปชั่นกับราคาค่าตัวระดับ 4 ล้านอัพ Q7 45 TDI คันนี้อาจยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด

สรุปความน่าใช้

            Audi Q7 45 TDI เป็นเอสยูวีคันใหญ่ที่ภายนอกดูธรรมดาๆ แต่แท้จริงแล้วเร้าใจในสไตล์เยอรมัน รูปลักษณ์อาจไม่ถูกใจกลุ่มผู้ซื้ออายุน้อยที่ชอบความปราดเปรียวโฉบเฉี่ยวล้ำสมัย แต่นี่ก็เป็นรถที่ดูอบอุ่นสำหรับคนที่มีครอบครัว มีเด็กๆ ที่ชอบท่องเที่ยวเดินทางในวันหยุดเนื่องด้วยความกว้างขวางของห้องโดยสารที่ไม่ว่าใครมานั่งก็จะรู้สึกสบายไปตลอดวัน แถมยังขนของได้อีกตั้งเยอะ ขณะที่การขับขี่เอาเข้าจริงก็จี๊ดจ๊าดอยู่พอตัว รถใหญ่แต่ไม่ได้น่าเบื่อ ไม่อืดอาด หากจู่ๆ คุณเกิดอารมณ์อยากซิ่งขึ้นมาแต่ลืมไปว่าเป็นรถคันใหญ่ Q7 สามารถดึงฟีลลิ่งรถซิ่งไซส์เล็กกลับมาให้คุณชื่นใจได้พอหอมปากหอมคอ

            ข้อสังเกตเดียวน่าจะเป็นเรื่องของออปชั่นที่ยังด้อยกว่าคู่แข่งราคาใกล้เคียงกัน ถ้าคุณอยากได้ความครบมากกว่านี้ลองมองไปที่ Q7 45TFSI quattro S Line ราคาแพงกว่ารุ่น 45 TDI แค่ 200,000 บาท แต่สิ่งที่ได้มานั้นน่าสน คุณจะได้ระบบช่วงล่างถุงลม เครื่องยนต์เบนซินที่แรงกว่า และออปชั่นหรูๆ อีกเล็กน้อย เอาเป็นว่า Audi ก็ยังคือ Audi ที่จุดเด่นของค่ายนี้คือเรื่องไดนามิกการขับขี่ ถ้าคุณชอบขับรถเป็นที่หนึ่ง ออปชั่นเป็นเรื่องรองลงมา และต้องการร5ครอบครัวที่กว้างขวาง จุของได้เยอะ Q7 45 TDI S line พร้อมต้อนรับคุณแล้ว

The Review

Audi Q7 45 TDI quattro S line

4 Score

Audi Q7 45 TDI quattro S line เป็นเอสยูวีขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์ครอบครัวที่เน้นการใช้งานจริง ต้องบรรทุกคนและสิ่งของเดินทางไกลบ่อยๆ การขับขี่ดี นุ่มนวล การควบคุมดีงาม เครื่องยนต์ให้กำลังเพียงพอ ขับทางไกลไม่เหนื่อย แต่ขับในเมืองอาจไม่เหมาะนัก อุปกรณ์เมื่อเทียบกับคู่แข่งร่วมคลาสถือว่ายังเป็นรอง

PROS

  • ใหญ่โต หรูหรา พื้นที่ภายในกว้างวาง ใช้งานจริงได้ดีเยี่ยม
  • ห้องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่
  • เครื่องยนต์ดีเซลให้การตอบสนองทันใจ ไม่อืด
  • การขับขี่นุ่มนวล
  • การบังคับควบคุมดี

CONS

  • รูปลักษณ์ภายนอกดูธรรมดาไปหน่อย ไม่ค่อยมีจุดหวือหวา
  • อุปกรณ์ความปลอดภัยเป็นรองคู่แข่งร่วมคลาส
  • ออปชั่นหรูหรายังมีน้อยไปนิด
  • ภายในสไตล์อนุรักษ์นิยม หน้าปัดแบบเข็ม

Review Breakdown

  • Driving
  • Engine&Trans
  • Fuel Consumption
  • Practicality
  • Price and Features
  • Design
  • Saftey

Audi Q7 45 TDI quattro S line DEALS

We collect information from many stores for best price available

Best Price

฿4799000
Exit mobile version