เจาะรายละเอียด The New E 350 e ซีดานหรูพลังไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ EQ มีให้เลือก 3 สไตล์ เปิดราคาที่ 3,490,000 – 4,090,000 บาท

         Mercedes-Benz เปิดตัว The New E 350 e ซีดานหรูพลังไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ EQ (Electric Intelligence by Mercedes-Benz) เติมเต็มไลน์อัพรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดครบทุกเซกเมนต์ต่อจาก The S 500 e, The C 350 e และ GLE 500 e รวมรุ่นย่อยทั้งหมดแล้วกว่า 12 รุ่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำในรถยนต์พลังไฟฟ้า มีให้เลือก 3 ดีไซน์ ได้แก่ The E 350 e Avantgarde, The E 350 e Exclusive และ The E 350 e AMG Dynamic

 

         

         The New E 350 e คือซีดานระดับพรีเมี่ยมที่ผสมผสานเทคโนโลยีล่าสุดของเครื่องยนต์ไฮบริด นวัตกรรมด้านยานยนต์ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกชั้นเลิศ และภาพลักษณ์อันหรูหราของรถยนต์ตระกูล E-Class เข้าไว้ด้วยกัน ผ่านการตรวจสอบผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากประเทศเยอรมัน นอกจากนี้รถยนต์รุ่นนี้ยังมีอัตราการใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหลัก (น้ำมัน) ต่ำกว่ารถยนต์รุ่น E 350 CGI ที่ร้อยละ 31 ถึง 48 ตลอดอายุของผลิตภัณฑ์

ดีไซน์ภายนอก

         รูปลักษณ์ภายนอกของ The New E 350 e เหมือนกันกับตระกูล E-Class โดยรุ่น Avantgarde มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED High Performance สำหรับรุ่น Exclusive และ AMG Dynamic มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED, ระบบส่องสว่างอัจฉริยะ (ILS – Intelligent Light System), ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย (ALS – Active Light System), ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (cornering light), ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist Plus) โดยรุ่น AMG Dynamic จะเพิ่มเติมความพิเศษด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว, หลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า, กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ตแบบ AMG, ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน และสัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า

         เทคโนโลยี MULTIBEAM LED เป็นเทคโนโลยีระบบไฟหน้าอัจฉริยะใหม่ โดยโคมไฟหน้าแต่ละโคมจะประกอบด้วยหลอดไฟแอลอีดีประสิทธิภาพสูงจำนวน 84 หลอดที่ทำงานได้อย่างเป็นอิสระ ชุดไฟหน้าจะสามารถส่องพื้นถนนข้างหน้ารถได้โดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังมีระดับความเข้มของแสงที่สว่างและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม โดยที่ไม่รบกวนสายตาของผู้สัญจรท่านอื่นๆ ช่วยในเรื่องความปลอดภัยและเสริมความโดดเด่นให้กับตัวรถได้อย่างลงตัว

ดีไซน์ภายใน

          เช่นเดียวกับภายนอก ภายในของ The New E 350 e เหมือนกับของ E-Class ที่มีความความหรูหราและประณีตในทุกรายละเอียด พร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ทันสมัย เบาะที่นั่งตอนหลังสามารถพับลงแบบ 1/3 และ 2/3 ในรุ่น Avantgarde และ Exclusive จะมาพร้อมกับเบาะหุ้มหนัง ARTICO พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนัง nappa ส่วนรุ่น AMG Dynamic เบาะนั่งจะหุ้มหนัง nappa และจะได้พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตท้ายตัดหุ้มหนัง nappa

          รุ่น Exclusive และ AMG Dynamic จะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลข้อมูลแบบ widescreen cockpit  เพิ่มความพิเศษสำหรับรถยนต์รุ่น AMG Dynamic จะมาพร้อมกับระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up Display)

          ระบบมัลติมีเดียนั้น The E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® นอกจากนี้ ทั้ง 3 รุ่นยังมาพร้อมกับ ระบบ COMAND Online พร้อม Controller, ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย Touchpad, ระบบสั่งการด้วยเสียง (LINGUATRONIC) เฉพาะภาษาอังกฤษ, ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlay™) และ Android (Android Auto) รวมถึงการติดตั้งระบบแผนที่นำทาง พร้อมระบบไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สี

เครื่องยนต์และระบบเกียร์

          The New E 350 e ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง ความจุ 1,991 ซีซี ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,200-4,000 ต่อนาที และกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 88 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร เมื่อทำงานรวมกันแล้วให้พละกำลังถึง 286 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 สปีด (9G-TRONIC PLUS) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมแรงเหวี่ยงจากการทำงานของเครื่องยนต์ให้ต่ำลง ช่วยให้สมรรถนะการขับขี่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ผู้ผลิตเคลมว่าสามารถเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 250 กม./ชม. อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยถึง 40 – 47.62 กิโลเมตร/ลิตร ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 49-57 กรัม/กิโลเมตร และขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 33 กิโลเมตร

ความปลอดภัยและเทคโนโลยี

          The E 350 e มาพร้อมกับระบบ “Mercedes-Benz Intelligent Drive” โดยระบบดังกล่าวมีพื้นฐานมาจากแนวคิดการปกป้องก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุเข้าไว้ด้วยกันภายใต้ระบบควบคุมอัจฉริยะเพียงหนึ่งเดียวที่ทำงานสอดประสานกัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) และระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless  charging for mobile phone) โดยรุ่น Avantgarde จะมาพร้อมกับกล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ ในขณะที่รุ่น Exclusive และ AMG Dynamic จะมาพร้อมกับกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง รวมถึงระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Distance Pilot DISTRONIC) และระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) ที่ติดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในรถยนต์รุ่นนี้

ราคาจำหน่าย

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.mercedes-benz.co.th หรือ www.facebook.com/MercedesBenzThailand

Exit mobile version