จีเอ็ม ประเทศไทยสนับสนุนวันสิ่งแวดล้อมโลกเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนด้วยการจัดกิจกรรมมากมายที่ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรและปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยผู้บริหารและพนักงานจีเอ็ม ประเทศไทยมากกว่า 350 คนร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้และปล่อยปลาคืนสู่ธรรมชาติ

         กิจกรรมเหล่านี้สอดคล้องกับเป้าหมายและค่านิยมของจีเอ็มที่มุ่งดูแลและพัฒนาชุมชนที่บริษัทฯ อาศัยและดำเนินธุรกิจทั่วโลก จีเอ็มยังมีความมุ่งมั่นลดผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินงานที่มีต่อสุขภาพมนุษย์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดด้วยการดำเนินกลยุทธ์ที่มีความยั่งยืนทั้งภายในและภายนอกองค์กร

CSR Mangroves 11 June 3

         “เจนเนอรัล มอเตอร์ส เรามุ่งมั่นดูแลสิ่งแวดล้อมเสมอมา ปีนี้นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่จีเอ็ม ประเทศไทยดำเนินโครงการฟื้นฟูป่าชายเลน ซึ่งเราปลูกต้นโกงกางไปแล้วกว่า 1,500 ต้นที่จะให้ประโยชน์เชิงนิเวศแก่สิ่งแวดล้อมอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ในปีนี้เราต้องการดำเนินกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นจึงจัดกิจกรรม ปั่น ไป ปลูก ปั่นจักรยานปลูกต้นชมพูพันธุ์ทิพย์อีก 100 ต้น กิจกรรมเหล่านี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของจีเอ็มที่ต้องการสร้างสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์และยั่งยืน” คุณอำนาจ แสงจันทร์ รองประธานฝ่ายผลิต จีเอ็ม ประเทศไทย กล่าว

         ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จีเอ็ม ประเทศไทย ได้รับรางวัลด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม พลังงาน และความปลอดภัย จีเอ็ม ประเทศไทย เป็นบริษัทรถยนต์แห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 50001 แสดงถึงความมุ่งมั่นของจีเอ็มในการยกระดับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกระบวนการผลิต

CSR Mangroves 11 June 2

         จีเอ็ม ประเทศไทย ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 สะท้อนถึงกระบวนการจัดการสิ่งแวดล้อมของจีเอ็มที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมนี้ นอกจากนี้ยังได้รับรองมาตรฐาน เอ็นเนอร์จี้ สตาร์ (ENERGY STAR) จากหน่วยงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา และได้รับรองสถานะ การเป็นศูนย์การผลิตปลอดการฝังกลบด้วยกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบต่อกระบวนการรีไซเคิลหรือการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่

         ด้วยแนวคิด “ชีวิตฉันผูกพันกับธรรมชาติ” (Connecting People to Nature) ประจำวันสิ่งแวดล้อมโลกในปีนี้ จีเอ็ม ประเทศไทยได้แรงบันดาลใจในการมอบประโยชน์กลับคืนสู่ธรรมชาติและตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมจึงจัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนวันสิ่งแวดล้อมโลก 2 วันเต็ม เริ่มจากกิจกรรม “ปั่น ไป ปลูก” ซึ่งพนักงานจีเอ็มร่วมปั่นจักรยานเป็นระยะทาง 12 กม. และปลูกต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ 100 ต้น ที่อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ในจังหวัดระยอง ในวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา

         และเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พนักงานจีเอ็ม ประเทศไทยยังร่วมทำกิจกรรม “เยือนชายเลน ปลูกป่า ปล่อยปลา” ด้วยการปลูกต้นโกงกาง 1,000 ต้นและปล่อยปลาท้องถิ่นสู่ธรรมชาติที่ตำบลปากน้ำประแสร์จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความมุ่งมั่นฟื้นฟูป่าชายเลนที่มีความสำคัญกับระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม โครงการเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่จีเอ็ม ประเทศไทยได้รับยกย่องจาก Wildlife Habitat Council

CSR Mangroves 11 June 1

         ต้นโกงกางมีความสำคัญต่อระบบนิเวศชายฝั่งของประเทศไทย ช่วยสร้างประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเศรษฐกิจอย่างมาก ป่าชายเลนช่วยป้องกันปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและการทำลายถิ่นฐานธรรมชาติ พร้อมส่งเสริมระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์สำหรับสัตว์ป่า สร้างทรัพยากรและความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับประชาชนที่อาศัยริมชายฝั่งอย่างยั่งยืน

         ศูนย์การผลิตเจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทยในจังหวัดระยองคว้ารางวัลด้านความปลอดภัยระดับโลกของจีเอ็มจากความโดดเด่นในการดำเนินการเชิงรุกเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากจีเอ็ม โกลเบิล แมนูแฟคเจอริ่ง

         ศูนย์การผลิตจีเอ็มที่มีผลการดำเนินงานที่เป็นเลิศในอเมริกาเหนือ ยุโรป ลาตินอเมริกา และเอเชีย-แปซิฟิกได้รับรางวัลยกย่องความสำเร็จเมื่อปีที่แล้วในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัย พนักงาน คุณภาพ การตอบสนอง ผลผลิต ต้นทุน สิ่งแวดล้อม ระบบการผลิต การเปิดตัว การดูแลลูกค้าและบริการหลังการขาย การส่งมอบตรงเวลา รวมถึงศูนย์การผลิตทรงคุณค่าสูงสุด

         ศูนย์การผลิตของจีเอ็ม ประเทศไทยได้รับรางวัลนี้ในสาขาความปลอดภัยจากการเป็น “ศูนย์การผลิตที่มีการดำเนินการป้องกันเชิงรุกต่อเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ได้ดีที่สุด” ซึ่งเป็นการดำเนินการที่มุ่งป้องกัน ลดทอน และขจัดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นด้วยการดำเนินมาตรการความปลอดภัยมากมาย อาทิ วิธีปฏิบัติการเพื่อความปลอดภัย (Safe Operation Practice) การสังเกตการณ์เพื่อความปลอดภัย (Safety Observation Tour) และกระบวนการตรวจสอบข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยของพนักงาน (Employee Safety Concern Process) เป็นต้น

         มร. สเตฟาน จาค็อบบี รองประธานบริหารจีเอ็ม และประธานจีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนลมอบรางวัลให้แก่พนักงานที่ศูนย์การผลิตในจังหวัดระยอง

         มร. จาค็อบบีกล่าวว่า “จีเอ็มยึดมั่นในวัฒนธรรมการทำงานที่ความปลอดภัยและคุณภาพต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใดเสมอ เรามีความมุ่งมั่นดำเนินการให้สูงกว่ามาตรฐานเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยและคุณภาพในศูนย์การผลิตของเราอย่างต่อเนื่อง จีเอ็ม ประเทศไทยมีการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก ด้วยผลงานที่โดดเด่นนี้ของพนักงานทุกคนถือว่าน่าชื่นชมอย่างมาก”

         มีการใช้มาตรการความปลอดภัยในทุกพื้นที่เพื่อป้องกันอุบัติเหตุต่างๆที่จะเกิดขึ้นในศูนย์การผลิตระยองและสนับสนุนค่านิยมความปลอดภัยของจีเอ็ม อาทิ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นหรือกำลังจะเกิดขึ้นจะถูกบันทึกไว้ในรายงานการป้องกันเชิงรุกต่อเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ทันทีเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าพนักงานทุกคนจะมีความปลอดภัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่านิยมของจีเอ็มที่จะให้ “พนักงานมาทำงานและกลับบ้านอย่างปลอดภัย ทุกคน ทุกศูนย์การผลิต ทุกวัน”

          โครงการ ‘เล่นเพื่อฝัน’ ของเชฟโรเลตซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายนดำเนินมาถึงรอบสุดท้าย โดยมีนักฟุตบอลเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศจำนวน 20 คนเข้าร่วมการฝึกอบรมทักษะฟุตบอลในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 10 – 13 สิงหาคมนี้ นักฟุตบอลเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 5 คนสุดท้ายจะได้เดินทางเข้าชมการแข่งขันของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ดในประเทศอังกฤษช่วงปลายปีนี้ ได้แก่

          1.    ด.ช. พบธรรม วันดี                โรงเรียนปริ้นส์รอยแยลล์วิทยาลัย          จังหวัดเชียงใหม่

          2.    ด.ช. จักรพงษ์  แสนมะฮุง        โรงเรียนชุมชนดงมะไฟเจริญศิลป์         จังหวัดสกลนคร

          3.    ด.ช. ณัฐวุฒิ เหลืองบริสุทธิ์      โรงเรียนท่าข้ามพิทยาคม                    จังหวัดชลบุรี

          4.    ด.ช. ณัฐภัทร สิทธิสุวรรณกุล    โรงเรียนอัสสัมชัญลำนารายณ์             จังหวัดลพบุรี

          5.    ด.ช. ณัฐกิตติ์ ศรีสมบัติ           โรงเรียนพระแม่มารีสาธุประดิษฐ์           จังหวัดกรุงเทพฯ

          ตลอดช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เชฟโรเลตกับมูลนิธิซิโก้ร่วมกันจัดกิจกรรมค้นหานักฟุตบอลเยาวชนที่มีทักษะการเล่นฟุตบอลที่ดีจำนวน 20 คนจาก 10 จังหวัดเพื่อเข้าร่วมการฝึกอบรมและคัดเลือกรอบสุดท้ายในกรุงเทพฯ มีเด็กมาเข้าร่วมการคัดเลือกเกือบ 3,000 คน การคัดเลือกได้รับการทดสอบทักษะฟุตบอลต่างๆ ทั้งการส่งลูก การโหม่ง การเลี้ยง การยิงประตู และการทำงานเป็นทีม พร้อมกับมีการทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายด้วยเทคนิคการคัดเลือกแบบมาตรฐาน ทั้งการวิ่งสลาลอม การกระโดด และการออกกำลังกับผนังเคลื่อนที่

          ‘ซิโก้’ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ประธานมูลนิธิซิโก้และอดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยกล่าวถึงโครงการเล่นเพื่อฝันว่าเป็น ‘โครงการในฝัน’ของเขา “ผมภาคภูมิใจอย่างมากกับสิ่งที่ได้เห็นจาก 10 จังหวัดที่ผ่านมา ผมขอให้ผู้ชนะเลิศทั้ง 5 คนประสบความสำเร็จและได้รับประสบการณ์อันยอดเยี่ยมในการเดินทางสู่ประเทศอังกฤษ ส่วนประเทศไทยมีนักฟุตบอลที่มีพรสวรรค์มากมาย เราแค่ต้องให้โอกาสในการสนับสนุนฝึกฝนและพัฒนาพวกเขา ผมได้เห็นนักฟุตบอลเก่งๆ หลายคนตลอดช่วงสองเดือนที่ผ่านมา และผมหวังว่าจะได้มีโอกาสสอนพวกเขาเล่นฟุตบอลให้เก่งมากยิ่งขึ้นอีกต่อไปในอนาคต”