เบนซ์ฯ ประเทศไทยเปิดตัวรถยนต์ประกอบในประเทศรุ่นล่าสุด อย่าง GLC 250 d 4MATIC Coupé โดยพร้อมเสริมทัพเอาใจลูกค้าที่ชื่นชอบความเร็วด้วยสมาชิกลำดับที่ 9 ในกลุ่ม Mercedes-AMG สไตล์ครอสโอเวอร์สมรรถนะสูง อย่าง Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé ขณะที่รุ่น “GLC 250 d 4MATIC Coupé” นำเสนอในสองรุ่นย่อย ได้แก่ GLC 250 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic ราคา 3,990,000 บาท และ GLC 250 d 4MATIC Coupé AMG Plus ราคา 3,990,000 บาท ส่วน Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé นำเสนอในราคา 5,790,000 บาท

โลกเราทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง เหมือนเช่นที่ค่ายรถยนต์ตราดาวพยายามเสนอสิ่งใหม่เช่น ยานยนต์รักษ์โลกปลั๊กอิน ไฮบริด ที่ผสานไว้ซึ่งความแรงและประหยัดไว้ในคันเดียว ด้วยภายใต้แบรนด์ EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz อันมีรถยนต์หลากประเภทให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้ตามใจปรารถนา

        บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดการแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่น “Mercedes Trophy 2017 (เมอร์เซเดสโทรฟี่ 2017)” ครั้งที่ 18 ภายใต้แนวคิด “Be Brave to be the Best” การแข่งขันระดับโลกที่เปิดโอกาสให้เจ้าของรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีโอกาสก้าวเข้าสู่การแข่งขันระดับเวิลด์คลาส เตรียมพร้อมเปิดสนามต้อนรับ 96 นักกอล์ฟผู้ผ่านรอบคัดเลือก เข้าร่วมดวลวงสวิงในรอบคันทรี่ ไฟนอล เพื่อเฟ้นหา 7 ตัวแทนประเทศไทยเข้าชิงชัยในระดับภูมิภาคที่ประเทศออสเตรเลีย ในเดือนสิงหาคมนี้ รวมถึงร่วมลุ้นสิทธิ์ชิงชัยสู่รอบเวิลด์ไฟนอล ณ เมืองสตุ๊ทการ์ท ประเทศเยอรมนี

        มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “บริษัทฯ ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะมอบ “สิ่งที่ดีที่สุด” ให้กับลูกค้าทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า ด้วยเหตุนี้ ทำให้ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงได้มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่เราได้ดำเนินงานอยู่ในปัจจุบัน คือการเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้าและสร้างความใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าที่เคย ผ่านการเข้าร่วมสนับสนุนการแข่งขันกีฬาระดับชาติหลากหลายประเภท ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัยของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาฟุตบอล ขี่ม้า เทนนิส หรือกอล์ฟ”

        “เมอร์เซเดส-เบนซ์ และกีฬากอล์ฟ มีความคล้ายคลึงกันทั้งในด้านภาพลักษณ์ และแนวคิดรวมถึงกีฬาชนิดนี้ ยังสามารถเป็นตัวแทนที่สะท้อนปรัชญาของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในด้านสุนทรียะและความชาญฉลาด (Emotion and Intelligence) ได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้กีฬากอล์ฟได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ดังนั้นกีฬากอล์ฟจึงมีคุณลักษณะที่ดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะเป็นกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างแบรนด์กับลูกค้าปัจจุบัน รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเมอร์เซเดส-เบนซ์อีกด้วย” มร.ไมเคิล กล่าวเพิ่มเติม

        มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “กีฬากอล์ฟ ถือเป็นกีฬาระดับตำนานที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก เนื่องจากการเป็นกีฬาที่ผู้เข้าแข่งขันต้องใช้ศักยภาพของตนเองทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อคว้าชัยชนะมาครอบครอง โดยการแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่นเมอร์เซเดสโทรฟี่ นับเป็นการแข่งขันกอล์ฟระดับโลก ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ชื่นชอบกีฬากอล์ฟให้ได้มีโอกาสก้าวสู่การแข่งขันในระดับโลก ซึ่งนอกเหนือจากการแข่งขันและเกียรติยศที่ผู้ชนะเลิศจะได้รับแล้ว ผู้เข้าร่วมแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศระดับโลก จะได้รับสิทธิ์ให้เข้าร่วมกิจกรรมสุดพิเศษที่จัดขึ้นตามมาตรฐานสูงสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นเวลา 5 วันเต็ม รวมถึงได้รับสิทธิ์เข้าชมแหล่งกำเนิดรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเจาะลึกเป็นพิเศษ”

        สำหรับการแข่งขันเมอร์เซเดสโทรฟี่ในประเทศไทย ครั้งที่ 18 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Be Brave to be the Best” เพื่อชวนให้ผู้เล่นกอล์ฟทุกคนก้าวข้ามขีดจำกัด เพื่อพัฒนาไปสู่อีกขั้นของความสามารถของตน ซึ่งสอดคล้องกับปณิธานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาเพื่อค้นหาสิ่งที่ดีที่สุด โดยในปีนี้มีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 1,200 คน ซึ่งการแข่งขันจะแบ่งออกเป็นการแข่งขันในรอบคัดเลือก (Qualify) จำนวน 8 รอบ และรอบคัดเลือกตัวแทนประเทศไทย (Country Final) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ ณ สนาม อัลไพน์ ปทุมธานี เพื่อเฟ้นหา 7 ผู้ชนะเพื่อเข้าร่วมแข่งขันระดับภูมิภาคที่ประเทศออสเตรเลีย พร้อมลุ้นสิทธิ์ชิงชัยไปเข้าร่วมแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับโลก ณ “ถิ่นกำเนิดยานยนต์” เมืองสตุทการ์ท ประเทศเยอรมนี

        นอกเหนือจากผู้เข้าแข่งขันจะได้สัมผัสประสบการณ์การเล่นกอล์ฟและกระชับความสัมพันธ์ร่วมกันแล้ว ทางบริษัทฯ ยังได้เตรียมรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมายมามอบให้ ไม่ว่าจะเป็น รางวัลสำหรับผู้ที่สามารถทำโฮล-อิน-วัน (Hole-in-One) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ โพรเทกชั่น และบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ในรอบคัดเลือกตัวแทนประเทศไทย (Country Final) โดยจะได้เป็นเจ้าของยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตคูเป้ในกลุ่ม Dream Car อย่าง The C 250 Coupé Sport มูลค่า 3,240,000 บาท ที่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความสปอร์ต ปราดเปรียว พร้อมการออกแบบและตกแต่งภายในที่ให้ความหรูหรา มีระดับ ผสานกับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในส่วนต่างๆ เพื่อเพิ่มสมรรถนะให้ทุกการขับขี่รื่นรมย์ รวมถึงผู้ที่สามารถตีลูกได้เข้าใกล้เส้นมากที่สุดในโปรแกรม “Drive to the Major” ณ รอบการแข่งขันระดับภูมิภาค (Asian Final) 3 อันดับแรก จะได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษเพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับรายการแข่งขันกอล์ฟระดับโลก “The Open 2017” ซึ่งนับเป็นประสบการณ์พิเศษที่ไม่สามารถหาได้จากการแข่งขันกอล์ฟรายการอื่น

         การแข่งขัน “MercedesTrophy 2017” ครั้งที่ 18 ในประเทศไทยครั้งนี้มีพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำให้ความสนใจในการสนับสนุนการแข่งขันมากมาย ได้แก่ เทย์เลอร์เมด-อาดิดาส กอล์ฟ (TaylorMade-Adidas Golf) เมอร์เซเดส-เบนซ์ โพรเทกชั่น (Mercedes-Benz Protection) บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (Mercedes-Benz Leasing (Thailand) Co.,Ltd.) กาตาร์ แอร์เวย์ส (Qatar Airways) เดอะ เลดเบทเทอร์ อินดอร์ กอล์ฟ อคาเดมี แบงคอก (The Leadbetter Indoor Golf Academy Bangkok) โซเนวา (Soneva) โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา (Bangkok hospital Pattaya) โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ กรุงเทพฯ (Hua Chang Heritage Hotel Bangkok) โรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟ (Bromsgrove International School Thailand) นิตยสารไลฟ์สไตล์ แอนด์ ทราเวล (Lifestyle & Travel magazine) เฟเดอร์บรอย (Federbrau) ไทเกอร์ บาล์ม (Tiger Balm) สนามกอล์ฟสยาม คันทรี คลับ แพลนเทชั่น (Siam Country Club Plantation) และบ้านปาร์คนายเลิศ (Nai Lert Part Heritage Home Bangkok)

        Mercedes-Benz เตรียมแนะนำเครื่องยนต์เบนซินระดับ Entry Level รุ่นใหม่เข้าสู่ไลน์อัพเครื่องยนต์ของพวกเขาประกอบด้วยเครื่องยนต์ 1.2 และ 1.4 ลิตร ไดเร็คอินเจ็คชั่น ซึ่งมันเป็นส่วนหนึ่งในการริเริ่มลดขนาดเครื่องยนต์สำหรับรถขนาดเล็กเพื่อความประหยัดที่มากขึ้นและปล่อยมลพิษน้อยลง

        บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย คุณศุภวุฒิ จิรมนัสนาคร (กลาง) กรรมการผู้จัดการ และคุณภัทรพล เตชะสำราญ (ที่ 3 จากซ้าย)  ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการตลาด ร่วมกับ เชฟสิฏ์ระสา เหล่าพุทธิพงศ์ (ที่ 3 จากขวา) และทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารจากสถาบันสอนทำอาหาร ABC Cooking Studio จัดกิจกรรม “The Cooking for Fun Workshop: Chigiri Bread” เชิญครอบครัวของลูกค้าคนพิเศษและเซเลบริตี้ อาทิคุณเบญจ์เยี่ยม ส่งวัฒนา (ขวาสุด), คุณณิศาพัส ส่งวัฒนา (ที่ 2 จากขวา) และคุณอภิภาวดี  สนิทวงศ์ ณ อยุธยา (ที่ 2 จากซ้าย)  เข้าร่วมเวิร์คช็อปเรียนรู้ขั้นตอนการทำขนมปังชิกิริ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ณ สถาบันสอนทำอาหาร ABC Cooking Studio ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆ นี้

         Mercedes-Benz เปิดตัว The New E 350 e ซีดานหรูพลังไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ EQ (Electric Intelligence by Mercedes-Benz) เติมเต็มไลน์อัพรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดครบทุกเซกเมนต์ต่อจาก The S 500 e, The C 350 e และ GLE 500 e รวมรุ่นย่อยทั้งหมดแล้วกว่า 12 รุ่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำในรถยนต์พลังไฟฟ้า มีให้เลือก 3 ดีไซน์ ได้แก่ The E 350 e Avantgarde, The E 350 e Exclusive และ The E 350 e AMG Dynamic

         บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย คุณศุภวุฒิ จิรมนัสนาคร (ที่ 3 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ ร่วมกับ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ (ที่ 2 จากซ้าย) รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด ร่วมส่งมอบรางวัลรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่น GLA 200 Urban จำนวน 2 รางวัล มูลค่ารวม 4.18 ล้านบาท ให้แก่ คุณศรีวรรณ ทรงบัณฑิตย์ (ที่ 4 จากขวา) ลูกค้าของบริษัท เบนซ์ตลิ่งชัน จำกัด และคุณลักษมี ศรีประมงค์ (ที่ 3 จากซ้าย) ลูกค้าของบริษัท เบนซ์เภตรา จำกัด ผู้โชคดีจากแคมเปญพิเศษในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 33 สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ภายในงาน และรับมอบรถยนต์ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 เพื่อเป็นการแทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนและเชื่อมั่นในแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ตลอดมา โดยมีคุณกรกฎ วารวิจิตร (ซ้ายสุด) ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และคุณภัทรพล  เตชะสำราญ (ที่ 2 จากขวา) ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด และ คุณฐิติพัฒน์ คูตระกูล (ขวาสุด) ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัดให้เกียรติร่วมงาน ณ เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร เมื่อเร็วๆนี้ 

         บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย มร.ไมเคิล เกรเว่ (กลาง) ประธานบริหาร พร้อมด้วย มร.โทเบียส ริสต์ (ที่ 2 จากซ้าย) รองประธานบริหารฝ่ายการเงิน และนายพุทธิ ตุลยธัญ (ซ้ายสุด) รองประธานบริหารฝ่ายบริการหลังการขาย ร่วมกับ วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก นำโดย บาทหลวงมานะชัย ธาราชัย (ที่ 3 จากขวา) SDB, อธิการและผู้อำนวยการ บาทหลวงปิยะ พืชจันทร์ (ที่ 2 จากขวา) SDB, ผู้จัดการ และ บรอเดอร์จิตติ อุปการ (ขวาสุด) SDB, รองผู้อำนวยการ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจในโครงการ “ก้าวย่างสำคัญโรงเรียนช่างฝึกหัดเมอร์เซเดส-เบนซ์สู่ความเป็นเลิศ ภายใต้โครงการศึกษาทวิภาคีเยอรมัน-ไทย” สนับสนุนการศึกษาระบบทวิภาคีสาขาช่างยนต์ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อยกระดับคุณภาพ พัฒนาศักยภาพนักเรียนอาชีวะสู่การเป็นช่างเทคนิคมืออาชีพ มาตรฐานเดียวกับเยอรมัน พร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์อย่างเต็มตัว โดยโครงการช่างฝึกหัดเมอร์เซเดส-เบนซ์หลักสูตรทวิภาคีได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 ซึ่งภายในงานได้รับเกียรติจากท่านอุปทูต มร.คารล์-ไฮนริช อาดัม (ที่ 3 จากซ้าย) ที่ปรึกษาและดูแลการส่งเสริมการค้าต่างประเทศ และการให้ความร่วมมือด้านอาชีวศึกษา ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก เมื่อเร็วๆ นี้

         Mercedes-Benz ทำการแนะนำ SLC 180 สปอร์ตโร๊ดสเตอร์ระดับเริ่มต้น ตั้งเป้าปล่อยหมัดน็อค Mazda MX-5 RF ด้วยค่างวดรายเดือนที่ถูกกว่า

         บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำกลยุทธ์ “เบส คัสตอมเมอร์ เอ็กซ์พีเรียนซ์” (Best Customer Experience) เผยแผนบริการหลังการขายปี 2560 เตรียมพร้อมมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า ยกระดับการให้บริการหลังการขายในโปรแกรม “สตาร์ แอสซิสท์” (Star Assist) บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อมอบความอุ่นใจ ไร้กังวลตลอดการเดินทาง ด้วยการจัดทัพส่งมอบขบวนยนตรกรรมหรูอเนกประสงค์รุ่นใหม่24-Hour Service Vito กว่า 34 คัน ที่มาพร้อมกับช่างผู้เชี่ยวชาญ และอุปกรณ์เทคนิคครบครัน เพื่อให้ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้า ได้อย่างรวดเร็ว ในเวลาทำการพร้อมเริ่มให้บริการกับลูกค้าคนสำคัญตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ      

มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า                  

         “เมอร์เซเดส-เบนซ์ มุ่งมั่นนำเสนอ “สิ่งที่ดีที่สุด” (THE BEST) ให้กับลูกค้าทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า นับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา เราได้เริ่มดำเนินกลยุทธ์ “Best Customer Experience” เพื่อผสานแนวทางใหม่ทั้งทางด้านการตลาด การขาย และการบริการหลังการขายเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจะทำให้ลูกค้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้รับประสบการณ์ของแบรนด์ระดับพรีเมี่ยม พร้อมทั้งได้รับการดูแลเอาใจใส่ในแบบเฉพาะของแต่ละบุคคล ด้วยความเป็นมืออาชีพในทุกๆ ครั้งที่ได้สัมผัสกับแบรนด์ ผลิตภัณฑ์และบริการของเรา นอกจากนี้ เนื่องจากพอร์ทโฟลิโอผลิตภัณฑ์ของเรากำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เพื่อสานต่อวัตถุประสงค์ในการรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมกับขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงได้ให้ความสำคัญไปที่ความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ดังนั้น คุณภาพการบริการที่ดีเลิศและความพึงพอใจของลูกค้าจึงเป็นสองสิ่งที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ให้ความสำคัญสูงสุด เพื่อมุ่งสู่ความเป็นผู้นำในด้านการให้บริการ”

         "บริการหลังการขายที่เรานำเสนอในวันนี้นับเป็นการยกระดับคุณภาพการบริการและความประทับใจของลูกค้าให้เพิ่มขึ้นในทุกทัชพ้อยท์ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง “สตาร์ แอสซิสท์” (Star Assist) อาจไม่ใช่บริการใหม่ แต่สิ่งที่เราเพิ่มเติมในวันนี้จะตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเรา โดยนับจากนี้เป็นต้นไป เราจะมียนตรกรรมหรูอเนกประสงค์ 24-Hour Service Vito รวม 34 คันที่ติดตั้งอุปกรณ์อันทันสมัยที่สุดไว้อย่างเพียบพร้อมเพื่อให้บริการอย่างมืออาชีพ โดยประจำการอยู่ที่ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั่วประเทศไทย นอกจากนี้เรายังเตรียมยกระดับบริการหลังการขายในส่วนอื่นๆ อาทิ แพ็คเกจบริการหลังการขายหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการฝึกอบรมและเสริมสร้างคุณวุฒิให้ช่างเทคนิคของเราอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ในโลกยานยนต์เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้อย่างเต็มเปี่ยมว่าลูกค้าและรถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยมเช่นเดียวกันจากศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกแห่ง ไม่ว่าพวกเขาจะเดินทางเมื่อใดและกำลังอยู่ที่ใดในประเทศไทย” มร. ไมเคิล กล่าวเสริม

24 Hour Service Vito 20

         นายพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานบริหารฝ่ายบริการหลังการขาย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “คุณภาพการบริการ และความพึงพอใจของลูกค้าถือเป็นเรื่องสำคัญสูงสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และเพื่อเป็นการสานต่อความมุ่งมั่นนี้ ล่าสุดทางบริษัทฯ ได้จัดเตรียมยกระดับโปรแกรม Star Assist หนึ่งในสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าเพื่อสร้างความอุ่นใจในทุกการเดินทางจากการบริการช่วยเหลือยามฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ด้วยการส่งมอบรถยนต์ 24-Hour Service Vito จำนวนกว่า 34 คัน ไปยัง ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเริ่มใช้งานทันทีในเดือนพฤษภาคมนี้”

         “รถยนต์ 24-Hour Service Vito สร้างสรรค์ด้วยแนวคิด “Total Offering Mobility” เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ที่จำเป็นและเครื่องมือในการวิเคราะห์ปัญหา พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้เป็นเจ้ารถได้อย่างทันท่วงที เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกๆ จุดของการให้บริการ ซึ่งบริการดังกล่าวเป็นบริการที่ช่วยลดความเสียหายของรถยนต์ในกรณีที่รถยนต์สตาร์ทไม่ติด และไม่สามารถขับเคลื่อนได้เนื่องจากเกิดเหตุขัดข้อง รถยนต์ 24-Hour Service Vito จะประจำอยู่ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการพร้อมให้บริการในระยะเวลาเปิดทำการ นอกเหนือจากนั้น ลูกค้าทุกท่านก็ยังคงได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ภายใต้การให้บริการจากโปรแกรม Star Assist ที่จะมอบความสะดวก และมั่นใจให้แก่ผู้เป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ยังมีบริการรถยกเคลื่อนที่เพื่อนำรถยนต์ของท่านไปยังศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุด รวมถึงข้อเสนอในการจัดเตรียมรถยนต์ทดแทนเมอร์เซเดส-เบนซ์ ห้องพักโรงแรม หรือตั๋วเครื่องบินให้แก่ลูกค้า ในกรณีที่รถยนต์ต้องเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมากกว่า 24 ชั่วโมงซึ่งจะเป็นไปตามเงื่อนไขแล้วแต่กรณี”  

         นายพุทธิ กล่าวต่อว่า “ในปีนี้ ทางบริษัทฯ ยังมีแผนการพัฒนาด้านการบริการหลังการขายอื่นๆ ทั้งในด้าน สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า ผ่านโปรแกรม My Privilege ที่จะยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้าคนสำคัญไปอีกขั้น ด้วยการให้ลูกค้าได้เลือกบริการที่ตรงตามความต้องการของแต่ละท่าน โดยในปัจจุบันโปรแกรม My Privilege เริ่มให้บริการเฉพาะที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ระบุเท่านั้น นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ ยังได้มีการพัฒนาการบริการผ่านช่องทางดิจิตอล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น โดย Service Online Booking นับเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ที่ลูกค้าสามารถทำการนัดหมายวันเข้ารับบริการล่วงหน้ากับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในสาขาที่ต้องการได้รวมถึงกิจกรรม Service Clinic ที่จัดมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่วิศวกรผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทแม่ ณ ประเทศเยอรมนี ร่วมกับช่างเทคนิคที่ผ่านการรับรองของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทำการตรวจเช็คสภาพรถยนต์และร่วมให้คำปรึกษาพร้อมคำแนะนำอันเป็นประโยชน์แก่ลูกค้าแต่ละท่านโดยเฉพาะในการดูแลรักษารถเพื่อให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตามมาตรฐานสูงสุดทั้งด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบาย รวมถึงการจัดแคมเปญด้านบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าสำหรับความไว้วางใจที่มีให้กันตลอดมา”

24 Hour Service Vito 5

         โปรแกรมการให้บริการหลังการขาย อย่าง “Mercedes-Benz Service Plus” แพ็คเกจการบำรุงรักษารถยนต์และการขยายเวลาการรับประกันรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องค่าใช้จ่ายของค่าอะไหล่ ค่าแรงในการเข้ารับบริการตามระยะทางหรือการเปลี่ยนอะไหล่สึกหรอที่จำเป็นภายใต้การใช้งานปกติ รวมถึงงานซ่อมภายใต้ข้อกำหนดของการรับประกัน ในด้านผู้จำหน่ายและศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ  มีการเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ คือ บริษัท บีเคเค ออโตเฮาส์ กาญจนาภิเษก จำกัด เพื่อรองรับจำนวนลูกค้าและรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่งทำให้ในปัจจุบัน เมอร์เซเดส-เบนซ์มีผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจำนวน 17 แห่ง และต่างจังหวัด 15 แห่ง รวมทั้งสิ้น 32 แห่ง ทั่วประเทศ พร้อมทั้งแผนการขยายขอบเขตการให้บริการเรื่องการซ่อมตัวถังและซ่อมสีของศูนย์บริการเดิมให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จไฟสำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ plug-in hybrid  (Wallbox) ในทุกดีลเลอร์เพื่อมอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้าทุกท่านที่เข้ามารับบริการ

         ด้านอะไหล่แท้และอุปกรณ์ประดับยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ทางบริษัทฯ ขอนำเสนอให้กลุ่มลูกค้าผู้ใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ใช้บริการอะไหล่แท้ REMAN ซึ่งเป็นอะไหล่แท้ที่ผ่านกระบวนการ Remanufacturing และมีคุณภาพดีเทียบเท่ากับอะไหล่ใหม่ตามมาตรฐานของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดวัตถุดิบ และการจัดการพลังงาน พร้อมทั้งลดการปล่อยมลพิษเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ยิ่งกว่านั้นยังช่วยลดค่าใช้จ่ายของค่าอะไหล่ได้สูงสุดถึง 30% พร้อมยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้าด้วยระยะเวลารับประกันคุณภาพนานถึงสองปี

         ด้านความพึงพอใจของลูกค้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงพัฒนาด้านความพึงพอใจของลูกค้าทั้งด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละปี IPSOS จะทำการประเมินผลการดำเนินงานเพื่อวัดดัชนีความพึงพอใจของผู้บริโภคหรือ Customer Satisfaction Index (CSI) พร้อมมอบรางวัล Service Excellence Award ให้แก่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการที่ได้รับคะแนนสูงสุดด้านความเป็นเลิศในการให้บริการหลังการขาย เพื่อเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพการให้บริการด้วยความเป็นเลิศ ซึ่งในปีที่ผ่านมาเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้รับการจัดอันดับจาก Customer Benchmark Survey (CBS) ให้เป็นที่ 1ในด้านความพึงพอใจของลูกค้าเมื่อเทียบกับอีก 7 ประเทศในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  และสุดท้าย ด้านการพัฒนาศักยภาพช่างเทคนิค ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการทุกคนจะต้องผ่านการฝึกอบรม เพื่อปรับปรุงการให้บริการและทักษะด้านเทคนิคที่ทันสมัยอย่างสม่ำเสมอ ตามมาตรฐานการอบรมเดียวกันของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลก ซึ่งการฝึกอบรมดังกล่าวจะถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีแก่พนักงานด้าน การบริการหลังการขายทั่วประเทศ

24 Hour Service Vito 9

        “เมอร์เซเดส-เบนซ์จะยังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอการบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ช่องทาง ด้วยการปฏิบัติงานภายใต้มาตรฐานเดมเลอร์ เอจี ที่เน้นความเสมอต้นเสมอปลาย และคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากความพึงพอใจของลูกค้าถือเป็นเครื่องสะท้อนที่ดีที่สุดถึงการมีสัมพันธภาพที่ดีร่วมกันกับเรา” นายพุทธิ กล่าวสรุป

Page 1 of 11