ในที่สุดค่ายมิตซูฯ ก็ไม่ยอมปล่อยโอกาสในการขาย Crossover SUV ด้วยการส่ง Mitsubishi Eclipse Cross เพื่อมาท้าตีสู้กับเจ้าตลาดที่ครองยอดขายอยู่ขณะนี้ โดยข้อดีของมันอยู่ที่ประโยชน์ใช้สอยและรูปลักษณ์ทรงทันสมัย

        หลังจากเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา All-New CR-V เจนเนอเรชั่นที่ 5 เอสยูวีเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดของฮอนด้า ก็กำลังเป็นที่สนใจของคนในวงกว้าง สร้างแรงกระเพื่อมแก่วงการรถยนต์เมืองไทยเป็นอย่างมากกับเครื่องยนต์ดีเซลที่ฮอนด้ากระโดดมาทำเป็นครั้งแรก พร้อมกับมีคำถามเกิดขึ้นมากมายทั้ง เครื่องดีเซลรุ่นนี้เป็นยังไง ขับดีหรือไม่ ประหยัดไหม อัตราเร่งต่างๆ รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดมีฟีลลิ่งอย่างไรบ้าง เชิญมาหาคำตอบเหล่านั้นไปพร้อมๆ กัน

DSC 8416

        ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ฮอนด้า ออโตโมบิล ไทยแลนด์ ที่จัดกิจกรรมทดสอบ CR-V ใหม่และเชิญทาง WHATCAR? เข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้ สำหรับเส้นทางทดสอบเป็นเส้นทางจากจังหวัดภูเก็ตไปพังงารวมระยะทางกว่า 270 กิโลเมตร สภาพเส้นทางมีหลากหลายรสชาติทั้งทางตรง ทางโค้ง รวมถึงถนนในเมืองที่มีรถหนาแน่น นอกจากนี้ทางฮอนด้ายังได้จัดให้ทดสอบทั้งเครื่องดีเซลและเครื่องเบนซินเพื่อเทียบกันให้เห็นความแตกต่างชัดๆ ไปเลย

DSC 1476

        Honda CR-V เปิดตัวมาแล้ว 4 เจนเนอเรชั่น โดยในยุคแรกๆ ดีไซน์จะออกแนวรถเอสยูวีแท้ๆ ลุยๆ ดูสมบุกสมบัน จุดเด่นที่ทำให้ทุกคนจำได้คือล้ออะไหล่ที่อยู่บริเวณประตูท้ายเหมือนพวกรถสายลุยจากตะวันตก ต่อมาจึงเริ่มเปลี่ยนแนวให้ดูหรูหราและพรีเมี่ยมมากขึ้นตั้งแต่เจนเนอเรชั่นที่ 3 เป็นต้นมา ความหรูหราพรีเมี่ยมดังกล่าวถ่ายทอดมาสู่ All-New CR-V เจนเนอเรชั่นล่าสุด พร้อมด้วยความเอนกประสงค์และฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ๆ ที่ครบครันและน่าสนใจ

DSC 5973

ภายนอกสะดุดตา

        ภายนอกมาพร้อมดีไซน์ที่แข็งแกร่งบึกบึนแฝงไปด้วยความหรูหราและสปอร์ตพรีเมี่ยม มิติตัวรถดูใหญ่ขึ้นเล็กน้อยจากเจน 4 โดดเด่นด้วยระบบไฟ LED รอบคันทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ และไฟตัดหมอก ด้านหน้ามาพร้อมกระจังหน้าโครเมี่ยมและช่องรับอากาศแบบรังผึ้งขนาดใหญ่ออกแบบให้เข้ากับชุดไฟหน้า ได้สวยงามลงตัว ด้านหลังลดความโค้งมนลงแทนที่ด้วยเหลี่ยมมุมที่ดูโมเดิร์นมากขึ้น มาพร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 235/60/R18

DSC 8517

DSC 8530

ภายในกว้างขวางพร้อมความเอนกประสงค์

         CR-V ใหม่มาพร้อมเบาะแบบ 3 แถว 7 ที่นั่งเป็นครั้งแรก ภายในห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าใช้งานได้สะดวก เบาะแถวสองปรับเดินหน้าถอยหลังพร้อมปรับเอนพนักพิงได้ เบาะแถว 3 ที่เพิ่มมาเหมาะสำหรับเด็กๆ หรือคนตัวเล็กมากกว่า ผู้ใหญ่ตัวสูงเกิน 175 ซม. ไม่น่าจะนั่งสบายเท่าไร ห้องเก็บสัมภาระมีถาดปรับวางเป็น 2 ชั้น เมื่อพับเบาะก็เพิ่มพื้นที่จุได้มากขึ้น

DSC 6107

         ฟังก์ชั่นเด่นก็คือระบบเปิดฝากระโปรงท้ายด้วยการเตะผ่านเซ็นเซอร์ใต้กันชนเหมือนในรถยุโรปหลายๆ รุ่น ซึ่งช่วยให้ความสะดวกเมื่อยกของได้เป็นอย่างดี และอีกจุดคือประตูข้างด้านหลังที่เปิดกว้างได้สูงสุดถึง 88 องศา ช่วยอำนวยความสะดวกขณะเข้าออกห้องโดยสาร ฟังก์ชั่นทั้ง 2 อย่างนี้น่าจะถูกใจหลายๆ ครอบครัวที่ชอบความเอนกประสงค์อย่างแน่นอน

DSC 6197

         การตกแต่งภายในทำได้สวยงามและแน่นหนาดี เป็นโทนสีดำตัดกับลายไม้สีน้ำตาลเพิ่มความหรูหรา วัสดุที่ใช้หุ้มเบาะเป็นหนังแท้บวกกับหนังสังเคราะห์ให้ความพรีเมี่ยมหรูหราใช้ได้ มาพร้อมฟังก์ชั่นเด่นๆ อย่างกล่องเก็บของกลางขนาดใหญ่ที่สามารถปรับเปลี่ยนช่องวางของได้ 3 แบบ ระบบปรับอากาศแยกโซนซ้ายขวาพร้อมแอร์ตอนหลังเย็นสบายทั้งคัน

DSC 9102

         ระบบความบันเทิงเป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และการเชื่อมต่อพื้นฐานทั่วไปได้ทั้งหมด แถมมีระบบนำทาง GPS ที่ใช้งานจริงได้ดี ดูง่ายและมีความแม่นยำ นอกจากนี้ยังแสดงผลจากกล้องมองหลังด้วย

DSC 6045

ขุมพลัง 2 ทางเลือก

         All-New CR-V มี 2 เครื่องยนต์ให้เลือกได้แก่เครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร i-DTEC Turbo 4 สูบ 160 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดรุ่นใหม่ล่าสุด ควบคุมผ่านปุ่มกดไฟฟ้าดูสวยงามหรูหราและใช่งานง่ายไม่ซับซ้อน และเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร i-VTEC  4 สูบ 16 วาล์ว  173 แรงม้า แรงบิด 224 นิวตัน-เมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ CVT อันนี้เป็นคันเกียร์แบบทั่วไป รองรับน้ำมัน E85 และยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ แบบ E-DPS ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า

DSC 8170

DSC 8198

ขับขี่สุภาพนุ่มนวล ชวนให้หลงรัก

         มาต่อที่ส่วนที่สำคัญที่สุดนั่นคือฟีลลิ่งการขับขี่ สัมผัสแรกเมื่อได้นั่งหลังพวงมาลัยก็คือตัวรถมีมิติที่ใหญ่ เบาะใหญ่โอบกระชับกำลังดีและนั่งสบาย พื้นที่ว่างบริเวณตำแหน่งของคนขับกว้างขวางทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด ด้วยความที่เป็นเบาะปรับไฟฟ้าทำให้ไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณผู้หญิงตัวเล็ก สามารถปรับเบาะเพื่อหาตำแหน่งนั่งขับที่ดีได้ง่าย ส่วนทัศนะวิสัยการมองรอบคันก็ดีเนื่องด้วยเป็นรถยกสูงทำให้มองเห็นด้านหน้าได้ไกลและชัดเจน ด้านหลังมองผ่านกระจกมองหลังและกระจกข้างได้ชัดเจนแถมมีระบบ Honda LaneWatch เป็นกล้องแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลนด้านซ้าย โดยจะทำงานทันทีเมื่อยกไฟเลี้ยว ช่วยเสริมความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น

DSC 1325

         เครื่องดีเซลรุ่นใหม่มีความนุ่มนวลมากขณะเดินเบาไม่มีอาการสั่นสะเทือนและเสียงเครื่องก็เงียบ เมื่อกดเกียร์ D แล้วปล่อยเบรกรถจะเคลื่อนออกไปอย่างนิ่มนวล เมื่อค่อยๆ เติมคันเร่งรถก็จะเริ่มพุ่งทะยานออกไปด้วยความสมูธ นุ่มนวล ไม่มีอาการกระชากหรือกระตุกให้เห็น คาแร็กเตอร์โดยรวมของเครื่องดีเซลนี้บอกเลยว่าเหมือนเป็นเครื่องเบนซิน อัตราเร่งในช่วงออกตัวค่อนข้างดี มาไวเนื่องด้วยแรงบิดในช่วงรอบต่ำที่สูง แต่เมื่อถึงความเร็วปานกลางจะไม่ค่อยดึงมากเท่าไรอาจเพราะความจุของเครื่องเพียง 1,600 cc กับตัวรถที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักที่มากด้วย แม้แรงบิดจะมากแต่กลับไม่ดึงเท่าที่คาด ออกแนวเรื่อยๆ นุ่มนวลมากกว่า ลองคิ๊กดาวน์ดูพบว่าแอบหน่วงนิดนึงแต่ก็เพิ่มแรงดึงสำหรับเร่งแซงได้

DSC 1392

         เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดทำงานอย่างอย่างราบรื่นนุ่มนวลในทุกจังหวะเปลี่ยนเกียร์ทั้งขึ้นและลง จริงๆ แล้วจำนวนเกียร์ที่มากถึง 9 สปีดนี้หากขับทั่วไปแทบจะไม่เคยขึ้นถึงเกียร์ 9 เลยนอกจากจะขับเกิน 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปแล้ว แต่ต้องยอมรับเลยว่าฮอนด้าทำเกียร์ชุดนี้ออกมาได้ดีจริงๆ ต่อมาลองขับเกียร์ S หรือโหมดสปอร์ตรู้สึกว่าเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ได้ความสนุกเพิ่มขึ้น ที่ชอบอีกอย่างคือแพดเดิลชิพที่สามารถใช้งานได้ในทั้ง 2 โหมดขับขี่ ใช้ชิฟท์ดาวน์เพื่อเร่งแซงได้ทันทีแม้อยู่ในเกียร์ D ซึ่งตรงนี้สะดวกมาก

DSC 8241

         ข้ามมาที่ฝั่งเครื่องเบนซินกันบ้าง คาแร็กเตอร์โดยรวมคล้ายกับเครื่องดีเซลนั่นคือสมูธ นุ่มนวลทุกช่วงความเร็ว อัตราเร่งทำได้ดีพอประมาณ ต้นอาจจะสู้เครื่องดีเซลไม่ได้แต่ความเร็วกลางก็ไหลไปได้เรื่อยๆ เกียร์ CVT ทำงานได้ราบรื่นไม่มีกระตุกให้เห็น เมื่อคิกดาวน์เรียกกำลังเพื่อเร่งแซงเครื่องยนต์จะคำรามดังกว่าเครื่องดีเซล โยกมาเกียร์ S เรี่ยวแรงมีเพิ่มขึ้นเล็กน้อย รุ่นเบนซินจะไม่มีแพดเดิลชิพมาให้ทำให้บางทีการเร่งแซงอาจจะไม่ทันอยู่บ้างแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร เพราะว่าทุกอย่างก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแล้ว

DSC 0950

         เนื่องจากเส้นทางที่วิ่งทดสอบมีโค้งเยอะและเป็นเลนสวนซะส่วนใหญ่ทำให้รถกินจุนิดนึง อัตราการกินน้ำมันของเครื่องเบนซินวัดจากหน้าปัดอยู่ที่ราวๆ 13 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าน่าพอใจกับรถขนาดใหญ่แบบนี้ คาดว่าถ้าวิ่งทางทั่วไปขับแบบสบายๆ น่าจะประหยัดกว่านี้ ส่วนรุ่นเครื่องเบนซินตัวเลขที่วัดได้อยู่ที่ราวๆ 11 กิโลเมตรต่อลิตร นอกจากนี้รุ่นดีเซลยังมีระบบ Idle Stop หยุดการทำงานของเครื่องยนต์ในรอบเดินเบาขณะจอดติดไฟแดง ช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น

DSC 0276

มั่นใจทุการควบคุม หนึบแน่นทุกการขับขี่

         อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญและเป็นจุดเด่นที่น่าชื่นชมมากๆ ของ All-New CR-V นั่นคือเรื่องการควบคุมและช่วงล่าง เริ่มจากพวงมาลัยไฟฟ้า EPDS มีน้ำหนักกำลังดีไม่หนืดไม่เบาเกินไป มีความเฉียบคมและแม่นยำในทุกย่านความเร็ว การตอบสนองทำได้รวดเร็วและนิ่งทำให้มั่นใจในทุกการขับขี่ อีกจุดที่ชอบคือรอบการหมุนไม่เยอะเพียงแค่ 1 รอบนิดๆ ก็สุดแล้วช่วยในการเลี้ยวยูเทิร์นหรือถอยจอดไม่ต้องควงมากให้เหนื่อย

DSC 6766

         คันเร่งตอบสนองเท้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ สามารถกะจังหวะได้ง่าย เหยียบเบาก็ไปเรื่อยๆ อย่างนุ่มนวล เหยียบหนักก็ตอบสนองได้รวดเร็วขึ้นอยู่กับการเยียบของเรา โดยรวมให้ความรู้สึกที่ดี  ส่วนระบบเบรกเป็นแบบดิสก์เบรก 4 ล้อหนึบไว้ใจได้ ตอบสนองเท้าได้ดีทำให้สามารถกะระยะเบรกได้ง่าย ไม่ต้องกดลึกมากรถก็เริ่มหน่วง กดหนักๆ มีหัวทิ่มแน่นอน

DSC 0242

         ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัทด้านหลังเป็นมัลติลิงก์ โดยรวมเซ็ตมานุ่มนวลเป็นมิตรกับผู้ขับขี่ไม่มีอาการกระด้าง มีความสมดุลตั้งแต่ความเร็วต่ำถึงความเร็วสูง แม้จะเน้นนุ่มนวลนั่งสบายแต่ก็ไม่ยวบย้วยเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เห็นได้ชัดเลยเพราะเส้นทางที่วิ่งทดสอบมีโค้งเยอะซึ่งมันก็ทำได้น่าพอใจมาก มีความแน่นหนึบเกาะทุกโค้งทำให้รู้สึกมั่นใจและขับสนุกดีมาก มีโยนบ้างเล็กน้อยตามสไตล์รถยกสูงแต่ก็ไม่น่าเกลียดอะไร เมื่อวิ่งความเร็วสูงรถนิ่งมากๆ

DSC 6812

         เรื่องเสียงรบกวนเป็นอีกอย่างที่ต้องชื่นชมเพราะจัดการได้อย่างยอดเยี่ยม ฮอนด้าใส่ใจตรงจุดนี้เป็นอย่างมากเห็นได้จากการใช้วัสดุดูดซับเสียงคุณภาพสูงติดตั้งอยู่รอบคันตลอดจนออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันเสียงรบกวนให้ดีที่สุด รถกันเสียงภายนอกได้ดีมาก เมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูงมีเพียงเสียงลมและยางที่ดังขึ้นตามความเร็วเป็นปกติ ส่วนเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์มีน้อยมากแม้จะเป็นเครื่องดีเซลก็ตาม

สรุป

         พูดได้เต็มปากเลยว่า All-New CR-V คือรถเอสยูวีที่สมบูรณ์แบบที่สุดอีกรุ่นหนึ่งในตลาดตอนนี้ ด้วยดีไซน์และการใช้งานที่ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ ฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย รวมถึงระบบความปลอดภัยที่ให้มาไม่มีกั๊ก ส่วนสมรรถนะการขับขี่ก็อย่างที่กล่าวไปคือเน้นความนุ่มนวลเป็นหลักอาจจะไม่ปรู๊ดปร๊าดเร้าใจวัยซิ่งแต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปขับสบายๆ แต่ก็แฝงความสนุกไว้ให้เล่นด้วย เครื่องยนต์ดีเซลที่หลายคนอาจจะมีข้อกังขาเท่าที่ทดสอบมาถือว่าสอบผ่าน เห็นได้จากยอดจองตอนนี้ที่ฮอนด้าบอกว่ามีกว่า 4,000 คันแล้วนับตั้งแต่เปิดตัวและสัดส่วนเป็นเครื่องดีเซลที่มากกว่าด้วย แสดงให้เห็นถึงกระแสความนิยมและความน่าเชื่อถือในตัวเครื่องดีเซลเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามหากคุณสนใจ All-New CR-V แนะนำว่าต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองเท่านั้นเพื่อตอบคำถามของตัวเองว่ามันใช่สำหรับคุณหรือไม่

DSC 6856

ราคารถยนต์

  • DT EL 4WD                    ราคา 1,699,000 บาท
  • DT E                             ราคา 1,549,000 บาท
  • 2.4 EL 4WD                   ราคา 1,549,000 บาท
  • 2.4 E                            ราคา 1,399,000 บาท

DSC 1283

ขอขอบคุณบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย จำกัดสำหรับข้อมูลและกิจกรรมทดสอบในครั้งนี้

         Renault Captur เฟสลิฟท์ ปรับแต่งดีไซน์ใหม่พร้อมเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ๆ เข้ามา ราคาเริ่มต้นที่ 15,355 ปอนด์ (7.7 แสนบาท) พร้อมวางขายทันทีและส่งมอบรถคันแรกได้ในเดือนกรกฎาคม

          เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์สปอร์ตเอสยูวีรุ่นล่าสุด “GLC 250 d 4MATIC Coupé” โดยรถยนต์รุ่นนี้มีให้เลือกถึง 2 แบบ ได้แก่ GLC 250 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic ในราคา 4,090,000 บาท และGLC 250 d 4MATIC Coupé AMG Plus ในราคา 4,490,000 บาท โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้แล้วที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่งทั่วประเทศ
 


          รายละเอียดแรก นี่คือ A4 เวอร์ชัน Estate ขับเคลื่อน 4 ล้อ คันล่าสุดที่ให้กำลังมากกว่า พร้อมวางจำหน่ายช่วงฤดูร้อน ในราคาเริ่มต้นที่ 34,000 ปอนด์ (ราว 1,700,000 บาท)

            ฮอนด้า บีอาร์-วี ยนตรกรรมแอคทีฟสปอร์ตครอสโอเวอร์ใหม่ ที่สร้างขึ้นมาเฉพาะกลุ่มลูกค้าในระดับซับคอมแพคท์ ที่มีช่วงล่างยกสูงในสไตล์รถเอสยูวีส่วนพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย มาพร้อมพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

All new Honda BR V Front 1

            รูปลักษณ์ภายนอกของ ฮอนด้า บีอาร์-วี ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Active Solid Motionสะท้อนความแข็งแกร่ง ทรงพลัง ด้วยตัวถังด้านหน้า และช่วงล่างที่ยกสูง ในสไตล์รถเอสยูวี เสริมด้วยการออกแบบไฟหน้าและกระจังหน้าแบบโครเมียม ภายใต้แนวคิด Solid Wing Faceสะท้อนให้เห็นถึงความโฉบเฉี่ยวและกว้างขวาง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของฮอนด้า โดดเด่นด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่แบบ LED และไฟท้ายแบบ LED ดีไซน์รูปตัว C ด้วยการใช้เส้นสายที่ต่อเนี่อง ทำให้ตัวรถดูกว้างขึ้น อีกทั้ง ราวหลังคาสไตล์สปอร์ต (Roof Rail) ที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต ขนาด 16 นิ้ว  ที่ได้รับการออกแบบเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งการขับเคลื่อนในทุกเส้นทาง

DSC 0740 01

            การออกแบบภายใน ภายใต้แนวคิด Premium & Activeมอบสัมผัสที่แข็งแกร่งและหรูหราสไตล์รถเอสยูวีในทุกรายละเอียด ด้วยการใช้สีดำและเส้นสายที่เฉียบคมอีกทั้งพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางเพื่อความสะดวกสบายในทุกอิริยาบถ

            DSC 0738 01

           ฮอนด้า บีอาร์-วี มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่

            รุ่น SV มาพร้อมเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง มอบสัมผัสอีกระดับของการเดินทางด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง นั่งสบายทุกตำแหน่ง โดยเบาะนั่งแถวที่ 2 ปรับพับแยก 60:40 พนักพิงปรับเอนได้ถึง 2 ระดับ สามารถปรับเลื่อนหน้า-หลัง เพื่อช่วยให้ผู้โดยสารแถวที่ 3 เข้า-ออกได้สะดวกยิ่งขึ้น เบาะนั่งแถวที่ 3 มีพื้นที่วางขาที่กว้างขวาง พนักพิงสามารถพับแยกแบบ 50:50 หรือพับตลบไปด้านหน้า 2 จังหวะ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายที่ลงตัวทุกการใช้งาน สะดวกสบายด้วยระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง เพื่อกระจายความเย็นได้อย่างทั่วถึง ราคา 820,000 บาท
           
DSC 0736 01
            รุ่น V มาพร้อมเบาะนั่ง 2 แถว 5 ที่นั่ง ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ด้วยพื้นที่อเนกประสงค์ด้านท้ายขนาดใหญ่ เบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถปรับพับแยกแบบ 60:40 พร้อมพับตลบจังหวะเดียว (One Motion) เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้มากยิ่งขึ้น มาพร้อมถาดรองสัมภาระท้ายรถและกล่องอเนกประสงค์ใต้เบาะนั่งแถวที่ 2 ราคา 750,000 บาท

            นอกจากนี้ ภายในห้องโดยสารของฮอนด้า บีอาร์-วี ใหม่ ทุกรุ่น ยังได้รับการออกแบบให้มาพร้อมความสะดวกสบายที่ครบครัน อาทิ มาตรวัดเรืองแสงสีขาว พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด ช่องจ่ายไฟสำรอง ที่วางแก้วน้ำมากถึง 11 ตำแหน่ง ไฟภายในห้องโดยสาร 2 ตำแหน่ง แผงบังแดดพร้อมกระจกแต่งหน้าแบบมีฝาปิดด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าและกระจกมองหลังแบบตัดแสง

DSC 0739 01

            มาทางด้านฟังก์ชันการใช้งานภายในรถ บีอาร์-วี ยังมาพร้อมกับระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (One Push Ignition System) และระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) มอบความสะดวกสบายในการ เข้า-ออก ตัวรถ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว ที่รองรับระบบ iOS และ Android ผ่านการเชื่อมต่อ HDMI (เฉพาะรุ่น SV) พร้อมด้วยสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยให้ทุกการควบคุม อีกทั้งยังมีระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) ช่องเชื่อมต่อ USB,  AUX ให้มาเช่นกัน

DSC 0739 01

            ด้านขุมพลังของ บีอาร์-วี ใหม่ นอกจากตัวรถที่ยกระดับความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 201 มม.ยังมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร SOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน ที่ 4,700 รอบต่อนาที และระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม อีกทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85และด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัทอิสระ พร้อมเหล็กกันโคลงและระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีมแบบ H Shape

All new Honda BR V Rear

            การออกแบบโครงสร้างตัวรถ บีอาร์-วียังได้รับการออกแบบเพื่อมอบประสิทธิภาพทั้งความแข็งแกร่ง และความทนทานต่อการบิดตัว เพื่อให้ตัวถังสามารถปกป้องการชนได้อย่างสูงสุด โดยทำการเพิ่มเฟรมที่ตัวถังหลัก และเพิ่มความแข็งแกร่งด้านใต้ตัวถังตรงบริเวณที่เชื่อมต่อกับซับเฟรมและชิ้นส่วนตัวถังด้านหน้า และในส่วนของจุดเชื่อมต่อภายในห้องโดยสารระหว่างด้านหน้าและด้านหลัง ฮอนด้ายังได้ทำการปรับปรุงจุดเชื่อมต่อใต้พื้นตัวถังด้วยการเพิ่มจำนวนจุดสปอตใต้ตัวถังตามแนวที่จะเกิดแรงกระแทก เพื่อเพิ่มความมั่นใจในด้านความแข็งแกร่ง เพื่อตอบสนองการขับขี่ในสไตล์รถเอสยูวีซับคอมแพคท์ได้อย่างดีเยี่ยม

            ด้านอุปกรณ์ความปลอดภัยใน ฮอนดา บีอาร์-วี ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครันในทุกรุ่นอย่างเช่น ถุงลมคู่หน้า SRS เข็มขัดนิรภัย 3 จุด แบบดึงกลับอัตโนมัติ ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรกควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ระบบควบคุมการทรงตัว (VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) และกล้องส่องภาพด้านหลัง

            ฮอนด้า บีอาร์-วี ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาวออร์คิด (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีดำคริสตัล (มุก) และ 2 สีใหม่ คือ สีน้ำตาลพรีเมียมแอมเบอร์ (เมทัลลิก) และสีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)

            สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/brv
            หมายเหตุ:          

             - อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

             - สีน้ำตาลพรีเมียมแอมเบอร์ (เมทัลลิก) มีจำหน่าย เฉพาะรุ่น SV

             - สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่มเงิน 6,000 บาท และ สีขาวออร์คิด (มุก) เพิ่มเงิน 10,000 บาท

 

DSC 0741 01

 

 

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นำโดยนายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ (ที่ 2 จากขวา) และนายสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด (ที่ 2 จากซ้าย) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการนำเสนอรถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ที่ครอบคลุมในทุกระดับ ด้วยการเผยโฉม ฮอนด้า บีอาร์-วี ใหม่ เป็นครั้งแรกภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 32 ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในต้นปีหน้า

ฮอนด้า บีอาร์-วี ใหม่ เป็นยนตรกรรมแอคทีฟสปอร์ตครอสโอเวอร์ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของรถเอสยูวีที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าในระดับคอมแพคท์และซับคอมแพคท์ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งสไตล์สปอร์ต และช่วงล่างยกสูง ตอบทุกเส้นทางที่ท้าทาย มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร SOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน ที่ 4,700 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม รองรับพลังงานทางเลือก E85 สะดวกสบายด้วยพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง ทั้งยังเป็นรถเอสยูวีรุ่นแรกในระดับนี้ที่นำเสนอเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่สามารถปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีรุ่นเบาะนั่ง 2 แถว 5 ที่นั่ง ให้พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่กว้างขวางยิ่งขึ้น พร้อมฟังก์ชั่นและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันล้ำสมัย ให้ความอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือระดับและครบครัน

ผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัสยนตรกรรมฮอนด้า พร้อมแคมเปญและข้อเสนอสุดพิเศษจากฮอนด้าได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 32 ณ บูธ A14 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ - 13 ธันวาคม 2558 หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th

 

SUBARU XV เป็น Small SUV หรือ Crossover ที่มอบช่วงล่างซึ่งไว้ใจได้ แถมราคาก็น่าสนใจ แต่กับเครื่องยนต์และอุปกรณ์ที่ให้มายังไม่ดีเท่าที่ควร ส่วน FORESTER นับเป็น SUV ที่น่าใช้งานมากคันหนึ่ง เพราะช่วงล่างผสานความมั่นใจกับความนุ่มนวลได้พอดี ส่วนการขับขี่รวมถึงสมรรถนะก็ยังทำได้สมตัว อีกทั้งอุปกรณ์ที่ให้มาก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคู่แข่งเท่าไหร่

Suzuki Vitara ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานมาจำนวนมาก ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มองหาความคุ้มค่าและยังขับได้มั่นใจตามแบบฉบับรถครอสโอเวอร์

Seat ค่ายรถยนต์ชื่อดังจากสเปนประกาศเตรียมวางจำหน่ายรถยนต์ SUV 7 ที่นั่งในปี 2020 โดยมีการเผยโฉมยนตรกรรมต้นแบบออกมาให้ผู้สนใจได้ยลโฉมแล้วภายในงานเจนีวามอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ยานพาหนะอันเป็น concept car ภายใต้ชื่อว่า Seat 20V20 ดังกล่าวนั้น มันจัดเป็นรถยนต์ SUV ในสไตล์ crossover coupe 4 ประตูที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์อันน่าดึงดูด แถมยังให้ความรู้สึกสปอร์ตน่าสนใจทีเดียว