เบนซ์ฯ ประเทศไทยเปิดตัวรถยนต์ประกอบในประเทศรุ่นล่าสุด อย่าง GLC 250 d 4MATIC Coupé โดยพร้อมเสริมทัพเอาใจลูกค้าที่ชื่นชอบความเร็วด้วยสมาชิกลำดับที่ 9 ในกลุ่ม Mercedes-AMG สไตล์ครอสโอเวอร์สมรรถนะสูง อย่าง Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé ขณะที่รุ่น “GLC 250 d 4MATIC Coupé” นำเสนอในสองรุ่นย่อย ได้แก่ GLC 250 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic ราคา 3,990,000 บาท และ GLC 250 d 4MATIC Coupé AMG Plus ราคา 3,990,000 บาท ส่วน Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé นำเสนอในราคา 5,790,000 บาท

         BMW 8 Series คูเป้ตัวท็อปลำล่าสุดจากค่ายใบพัดฟ้าขาว ว่าที่คู่ชกของ Mercedes-Benz S-Class Coupe และ Aston Martin DB11 เผยโฉมอย่างเป็นทางการหลังจากมีข่าวลือมานาน ที่เห็นนี้เป็นเพียงแค่เวอร์ชั่นต้นแบบ เวอร์ชั่นผลิตจริงจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเดือนกันยายนนี้ 

         BMW เตรียมพร้อมเปิดตัวคูเป้สุดหรูซีรีย์ใหม่ภายใต้ชื่อ 8 Series Coupe คาดว่าจะมีราคาค่าตัวราวๆ 97,500 ปอนด์ (4,875,000 บาท)

         Audi RS5 Coupé สปอร์ตคูเป้รุ่นใหม่จากค่ายสี่ห่วงเครื่อง V6 444 แรงม้า ราคาค่าตัวอยู่ที่ 62,900 ปอนด์ (3.15 ล้านบาท) พร้อมส่งมอบรถคันแรกซัมเมอร์นี้

        Honda Civic Coupe และ Saloon เวอร์ชั่น Si เปิดตัวแล้ว มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ วางจำหน่ายเฉพาะที่ตลาดอเมริกาเท่านั้น

E-Class Coupe 2 ประตูคันใหม่สุดมีทั้งขนาดใหญ่ขึ้น ฉลาดกว่าเดิม และดูหรูทันสมัยตามสไตล์เบนซ์เจนฯ ใหม่

          Mercedes-Benz เผยรุ่นสูงสุดของ E-Class Coupe ที่กำลังอยู่ในช่วงท้ายของการทดสอบประสิทธิภาพ โดยรถใหม่จะเป็นรุ่น AMG E50 4Matic มีพละกำลังกว่า 450 แรงม้า
          เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์สปอร์ตเอสยูวีรุ่นล่าสุด “GLC 250 d 4MATIC Coupé” โดยรถยนต์รุ่นนี้มีให้เลือกถึง 2 แบบ ได้แก่ GLC 250 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic ในราคา 4,090,000 บาท และGLC 250 d 4MATIC Coupé AMG Plus ในราคา 4,490,000 บาท โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้แล้วที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่งทั่วประเทศ
 

สัมผัสแรกคู่แฝดโรดสเตอร์ของ Toyota GT86 ที่มากไปด้วยการขับขี่อันกระฉับกระเฉง สนุก และขับได้ง่ายทุกวัน... โดยรถคันนี้ด้อยในเรื่องการตกแต่งอันดูล้าสมัยกับพื้นที่ภายใน แต่ถ้าคุณรักรถสปอร์ตขับหลังแบบดั้งเดิมคงชอบมัน ซึ่งราคาจำหน่ายอยู่ระหว่าง 2,080,000-2,130,000 บาท

สาวกค่ายดาวลูกไก่หรือค่ายพี่โตฯ สามห่วง คงจะได้ยลโฉมรถสปอร์ตขับหลังตัวนี้กันมาบ่อยครั้ง ซึ่งเรามั่นใจว่าใครหลายคนย่อมอยากลองขับพวกมันสักครั้งในชีวิต ว่าด้วยความดิบ มัน และเถื่อน ที่ว่ารถรุ่นนี้จะมอบให้ได้สนุกสุดขีดดั่งที่หวังหรือไม่ เอาล่ะเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราเริ่มด้วยข้อมูลคร่าวๆ ของ Subaru BRZ สีขาวทรงเพรียวคันนี้กันดีกว่า

สำหรับรุ่นของ BRZ ที่ทำตลาดในประเทศไทยนั้นถูกแบ่งย่อยออกเป็น 2 ระดับ คือ รุ่น 2.0 RWD 6MT (เกียร์ธรรมดา) กับ 2.0 RWD 6AT (เกียร์อัตโนมัติ) ซึ่งครั้งนี้ขอหยิบตัวเกียร์ออโต้มาทดสอบให้ทุกท่านได้รับทราบ เนื่องจากพฤติกรรมผู้ใช้รถมีการเปลี่ยนแปลง และหลายคนก็อยากซิ่งแบบที่ไม่ต้องเมื่อยขาซ้ายมากนัก

SUN 8478SUN 8478 Final

การขับขี่เป็นอย่างไร

ปัจจัยแรกที่รถสปอร์ตทุกคันพึงมีคือกำลังเครื่องยนต์ ขุมพลังเบนซิน 2.0 ลิตร 200 แรงม้า แรงบิด 205 นิวตัน-เมตร บล็อกนี้ ก็สร้างแรงดึงพอสมควรเมื่อเร่งอย่างหนักทั้งช่วงออกตัวไปจนถึงขณะแซงรถ เรียกกำลังช่วงต้นไปถึงกลางดีดออกได้เร็วเลยทีเดียว แต่ทว่าหากใช้ความเร็วสูงเกิน 140 กม./ชม. พละกำลังในช่วงปลายลดลงชัดเจน เพราะกว่าจะถึงท็อปสปีดก็เหนื่อยแล้ว ความประหยัดน้ำมันทำได้ไม่น่าตกใจ ราวๆ 12 กม./ลิตร

ด้านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ทำงานผสานกับโหมดขับขี่ 3 โหมด คือ Snow-Normal-Sport ในโหมดปกติ เกียร์จะตัดเปลี่ยนนุ่มนวล ไม่ลากรอบ ขณะเดียวกันก็มีแอบตื้อให้เห็น เมื่อใช้ความเร็วต่ำ แต่ถ้าใช้โหมด Sport เกียร์จะลากรอบสูงขึ้นเพื่อเรียกแรงม้ากับแรงบิด อีกทั้งการตัดต่อเกียร์ทำได้ฉับไวเป็นพิเศษ ส่วนแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยนั้นก็ช่วยเพิ่มความสนุก โดยการกดเพื่อเพิ่มและลดเกียร์ได้ถึง 2 จังหวะ (จาก 4 มา 2 ได้ทันที)

ด้านพวงมาลัยจะมีน้ำหนักมากในความเร็วต่ำ ซึ่งถ้าเมื่อไหร่วิ่งด้วยความเร็วสูงมันก็จะหนักแน่นไว จนสร้างความมั่นใจและสนุกขณะขับได้มาก ไม่เท่านั้น ช่วงล่างที่เซ็ตมาแข็งยังทำให้ตัวถังมีการเอียงตัวน้อย ซึ่งนั่นส่งให้ตัวรถเข้าโค้งได้นิ่งสนิท ไม่ส่ายยวบแต่อย่างใด ขณะที่วิ่งความเร็วสูงก็ไม่มีปัญหาเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี ในความเร็วต่ำเราคิดว่าก็แข็งตามปกติของรถชนิดนี้ (บางคนรับไม่ได้) ส่วนระบบเบรกค่อนข้างต้านเท้าแต่ก็ชะลอความเร็วได้ทันใจ

ประเด็นถัดมาอย่างเรื่องเสียงรบกวนนั้น ใน BRZ มีเสียงเครื่องยนต์ขณะเร่งแซงที่ดังอย่างมาก กล่าวคือเพียงคุณกดแค่ครึ่งคันเร่ง เครื่องก็ดังราวกับว่าคุณเหยียบเสียจมไมล์ไปแล้ว ไม่เท่านั้น เสียงลมกับเสียงถนนก็ดังเข้าห้องโดยสารชัดเจน ซึ่งถ้าคุณเข้าใจว่านี่คือรถสปอร์ต ก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าอยากได้สปอร์ตแต่นุ่มเงียบเราคิดว่าคุณคงต้องหารถคันอื่น

SUN 8566SUN 8566 Final

SUN 8394SUN 8394 Final

เบาะนั่งฝั่งคนขับทรงบักเก็ตซีตให้การโอบกระชับสรีระได้ยอดเยี่ยม ไม่เท่านั้นการควานหาตำแหน่งที่เหมาะสมก็ทำได้ง่ายอีกต่างหาก

SUN 8577SUN 8577 Final

ระบบสาระบันเทิงใช้ฟรอนต์วิทยุ 2DIN ซึ่งคุ้นตากันดี เพราะมันอยู่ในรถ Toyota หลายรุ่น และด้านคุณภาพเสียงยังไม่ดีเท่าที่ควร

 

ภายในเป็นอย่างไร?

ตำแหน่งการขับขี่สามารถปรับให้เหมาะสมกับสรีระได้ง่าย ในขณะที่ตัวรถซึ่งเตี้ยก็ทำให้ความรู้สึกขณะขับขี่มากด้วยความมั่นใจขึ้นไปอีก ส่วนทัศนวิสัยด้านหน้าถือว่าชัดเจน แถมยังมองเห็นฝากระโปรงรถได้ด้วย อย่างไรก็ดีด้านหลังจัดว่าแย่ เพราะกระจกบานหลังมีขนาดเล็กและยังไม่ติดตั้งแม้กระทั่งเซ็นเซอร์ถอยหลังมา

แผงคอนโซลบุด้วยพลาสติกสัมผัสนุ่มไปจนถึงบริเวณบานประตูช่วงบน ขณะที่การจัดวางปุ่มแผงควบคุมก็ถือว่าใช้งานง่าย มีปุ่มน้อยชิ้น ทว่าแผงระบบเครื่องเสียงดูค่อนข้างโบราณไปหน่อย (ยกมาจาก Toyota Vigo ใช่หรือไม่?) ไม่เท่านั้น พวงมาลัยยังเป็นแบบธรรมดา ปราศจากปุ่มควบคุม ซึ่งเราคิดว่ารถระดับราคาเท่านี้สมควรมีให้นอกเหนือจากนี้ เช่น เบาะนั่งก็ซัพพอร์ตได้ดี การตกแต่งภายในโดยรวมไม่น่าเกลียด แต่ควรปรับปรุงเรื่องอุปกรณ์ติดรถที่ให้มา

เครื่องเสียงที่มีมาพร้อมกับการเล่น CD/MP3/USB/AUX ทว่าต่อบลูทูธกับโทรศัพท์ไม่ได้ แล้วคุณภาพของเสียงที่ออกมาก็อยู่ในระดับที่พอฟังได้ กล่าวคือมันขาดมิติของเสียงต่ำและสูงจนฟังแล้วแบน ไม่มีอารมณ์เพลง ส่วนเครื่องปรับอากาศชนิดอัตโนมัตินั้นใช้งานง่ายและเย็นทันใจ สำหรับวัสดุประกอบภายในยังไม่สมราคาที่จ่ายไป

ความจริงรถคันนี้นั่งได้ 4 คน โดยด้านหน้ามีพื้นที่เหนือศีรษะกับวางขาเหลือเฟือ แต่ทว่าเบาะหลังจะมีพื้นที่ดังกล่าวน้อย จึงเหมาะแก่การใช้งานยามฉุกเฉินเท่านั้น และจะดีกว่าหากให้เด็กๆ นั่ง หรือใช้เป็นที่วางสัมภาระ ขณะที่ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังนั้นมีความกว้างพอควร (เมื่อเทียบกับรถชนิดเดียวกัน) เพียงแต่ยางอะไหล่จะนูนขึ้นมา

SUN 8417SUN 8417 Final

คันเกียร์มีลักษณะคล้ายกับเกียร์ธรรมดา ซึ่งเลื่อนเกียร์ได้ลื่นไหลไม่ติดขัด ส่วนใครอยากแรงก็กดปุ่มเปลี่ยนโหมดขับขี่ที่อยู่ด้านล่างได้

SUN 8545SUN 8545 Final

ห้องเก็บสัมภาระมีขนาดใหญ่พอสำหรับใส่กระเป๋าเดินทางใบปกติ แต่ที่น่าเสียดายคือยางอะไหล่ซึ่งนูนขึ้นมาทำให้พื้นที่เก็บของลดน้อยลง

 

รถคันนี้คุ้มค่าหรือไม่?

หากคุณชอบรถสปอร์ตขับหลังแบบมีเดียมแรร์ (ดิบไม่มาก) ที่มีกำลังเครื่องพอตัว การขับขี่แน่นหนึบไวตามใจสั่ง ไม่เท่านั้น เรายังอยากจะเอาไปโมดิฟายต่อด้วยการเพิ่มเทอร์โบและชุดแต่งรอบคัน เราก็คิดว่ามันคุ้มที่จะสอยรถคันนี้ในราคา 2,080,000 บาท รุ่นเกียร์ธรรมดา เพราะรุ่นท็อป 2,130,000 บาทนั้นมันยังไปไม่สุด แต่ใครที่แคร์เรื่องความสบาย เสียงลม เสียงถนน รวมถึงอุปกรณ์มาตรฐาน เราแนะว่ามองหาคันอื่นจะดีกว่า

          เปิดโผ รถดีรถเด่น จากการตัดสินของนิตยาสาร WHATCAR? ประจำปี แล้วคุณคิดว่ารถที่มีการจำหน่ายในยุโรป ค่ายไหน รุ่นใด จะได้รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2016 จากเรา... 

Page 1 of 3