First Drive – Audi Q2 & A4 Featured

Tuesday, 13 June 2017 16:40

ในที่สุดรถยนต์ค่ายสี่ห่วงสัญชาติเยอรมันก็ได้เข้ามาทำตลาดในไทยเต็มตัว ด้วยทีมงานที่รักและใส่ใจผลิตภัณฑ์รวมถึงแคร์เสียงผู้บริโภคเป็นหลัก ซึ่งเป็นผลให้เราได้ทดสอบเหล่ารถออดี้เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ทั้งหมดที่ได้พบเจอให้ผู้อ่านได้รับทราบ

Audi 0003

            หากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์สัญชาติเยอรมันตัวยง เมื่อเอ่ยถึงแบรนด์รถยนต์ยี่ห้อ ‘Audi’ มันต้องปรากฏภาพขึ้นในหัวทันที แต่น่าเสียดายที่ทำได้แค่คิดทว่าไม่มีโอกาสได้สัมผัสตัวจริง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ทำได้เพียงตามข่าวหรือถ้ามีเงินมากหน่อยก็ไปถอยรถจากผู้จำหน่ายรถยนต์อิสระ ทว่าตอนนี้ความฝันที่อยากจะได้ขับออดี้ง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วยการที่ตัวแทนจำหน่ายแห่งใหม่เช่น Meister Technik เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้ลองขับรถได้ทุกรุ่น

Audi 0098

Audi Q7 45

            เราเชื่อว่าการได้ทดลองขับจริงสามารถบอกรวมถึงการันตีได้ว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับรถคันนั้น ซึ่งจะตัดสินได้ทันทีว่าคุณเกิดมาเพื่อออดี้คันนี้หรือเปล่า อย่างไรก็ตามหากใครยังกล้าๆ กลัวๆ ที่จะไปลองขับรถที่โชว์รูมแถวถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เราพร้อมเป็นสื่อกลางเพราะได้โอกาสไปทดสอบออดี้หลากรุ่นแทนคุณผู้อ่าน

            สำหรับกิจกรรมทดสอบรถยนต์หลากรุ่นของออดี้ครั้งนี้มีจำนวนให้ทดสอบ 6 รุ่น ได้แก่ Q2, Q3, Q7 ,A4, A5 และ TT โดยใช้เส้นทางทดสอบกรุงเทพฯ – หัวหิน โดยรถแต่ละคันมีคนในรถ 2 คน ทางเราเองได้ Q2 35 TFSI อันเป็นรถครอสโอเวอร์เอสยูวีขนาดย่อมผู้อยู่ในกระแสนิยมทั่วโลก แน่นอนว่าผู้ที่เห็นแล้วชื่นชอบคงเป็นวัยรุ่นไม่ก็ใครก็ตามที่ชอบรถสไตล์ทันสมัยใช้ในเมือง และคันต่อไปจะเป็น A4 45 TFSI Quattro เพื่อไม่ให้เสียเวลาเอาเป็นว่าต่อจากนี้จะเป็นรายละเอียดของรถแต่ละคันที่เราได้สัมผัสมา

Audi 0101

Audi Q2 35 TFSI – Fun to drive but need more equipment…

            แรกเห็นภายนอกก็รู้เลยว่ากลุ่มลูกค้าที่ซื้อ Q2 คงเป็นผู้หญิงวัยไม่เกิน 30 ปี ซึ่งชื่นชอบความแตกต่างและต้องการรถยกสูงในขนาดที่ไม่ใหญ่เกินไปนัก หรืออาจเป็นผู้ชายที่คิดในแบบเดียวกันกับผู้หญิงคนแรก โดยขนาดของมันพอๆ กับรถเช่น Mercedes-Benz GLA หรือ BMW X1 แต่ Q2 จะเน้นสไตล์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากกว่า แต่สิ่งที่แตกต่างกันนั้นอยู่ที่ภายใน

ND5 9510

            ห้องโดยสารของ Q2 เน้นใช้โทนสีดำกับลวดลายที่ขับอารมณ์สปอร์ตคล้ายกับคู่แข่งระดับเดียวกัน อีกทั้งยังจัดวางปุ่มกดรวมถึงหน้าจอให้เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตามบางสิ่งอย่างที่ผู้ซื้อคาดหวังว่าจะได้ในรถระดับราคาเท่านี้หายไป อาทิ การที่ Q2 ให้กุญแจเสียบแล้วบิดสตาร์ทแทนที่ปุ่มกดกับกุญแจอัจฉริยะ รวมถึงเบาะนั่งที่ต้องปรับด้วยมือ ทว่าเราก็เข้าใจดีเพราะรถคันนี้ถูกนำเข้าทั้งคันจากเมืองนอก จึงเป็นสาเหตุให้อุปกรณ์บางอย่างถูกตัดออกไป

ND4 6724

ND4 6736

            พื้นที่ด้านหน้ามีความโปร่งโล่งในระดับที่เพียงพอสำหรับรถคลาสนี้ ทว่าสิ่งที่ควรรู้ไว้ก็คือเบาะนั่งปรับเอนให้ตั้งชั้นได้ไม่มาก แต่โดยรวมถือว่าปรับให้เหมาะสมได้ง่ายจากการหมุนด้วยมือ ถัดมาที่ด้านหลัง Q2 มอบพื้นที่โดยสารพอเหมาะ สามารถให้ผู้ใหญ่ส่วนสูง 165-175 ซม.นั่งโดยสารทางไกลระยะ 100-200 กม. ได้สบาย แต่ก็ต้องทำใจว่าคุณจะเหยียดขามากไม่ได้ รวมถึงถ้าใครตัวสูงก็อาจจะศีรษะไปโดนเพดาน ในส่วนพื้นที่สัมภาระมีความจุพอๆ กับของ GLA โดยสามารถวางกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้ว ได้ 2-3 ใบ

ND4 6735

ND4 6733

            เรื่องขุมพลัง Q2 ติดตั้งเครื่องเบนซินเทอร์โบ 1.4 ลิตร ให้กำลัง 150 แรงม้า มีแรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตรตั้งแต่ 1,500-3,500 รอบต่อนาที แล้วจับคู่เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด S Tronic แต่ไม่ได้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อสุดเทพอย่าง Quattro มาด้วย โดยการขับขี่จริงนั้นทำให้ลืมไปว่า Q2 ใช่เครื่อง 1.4 ลิตร สิ่งที่รู้สึกกลับเหมือนเราเหยียบเค้นเครื่องบล็อกใหญ่กว่าขนาด 2.0 ลิตรเลยก็ว่าได้ เพราะมันมีกำลังในช่วงออกตัวรวมถึงเร่งแซงไปช่วงความสูงได้แบบไม่เหนื่อย ยิ่งเมื่อขับในโหมด Dynamic หรือสปอร์ตในรถยี่ห้ออื่น มันจะปรับให้ใช้รอบเครื่องเพิ่มขึ้นรวมถึงเกียร์จะทำงานรวดเร็วกว่าเดิม ส่งผลให้เร่งในทุกสภาพความเร็วได้ทันใจกว่าเดิม ขณะที่ความประหยัดน้ำมันเราไม่ได้จับมาจากที่ดูจากหน้าจอในรถก็พบตัวเลขราว 10.4 กม./ลิตร กับระยะทางวิ่ง 42 กม. นอกจากนี้ยังมีระบบพักการทำงานลูกสูบจาก 4 เหลือ 2 เมื่อวิ่งความเร็วคงที่ในระดับ 40-70 กม./ชม.อีกต่างหาก

ND4 6743

            พวงมาลัยของ Q2 ถูกตั้งค่ามาเอาใจนักขับเท้าไฟสายมุดอย่างยิ่ง เพราะมันมีความเบาลื่นมือแถมคมในความเร็วต่ำ ช่วยให้การลัดเลาะไปบนถนนในกรุงเทพฯ คล่องแคล่ว ในส่วนระบบเบรกนั้นถือว่าจับตัวไวมากกว่าคู่แข่งคันอื่น ซึ่งก็หน่วงได้ไวในทุกความเร็วที่ขับขี่ เรียกว่าเหยียบเท่าไหร่ก็หน่วงเท่านั้นเกลี่ยระยะเบรกได้ดั่งใจ กรณีที่เอา Q2 ไปหวดบนทางด่วนหรือเข้าโค้งด้วยความเร็วพวงมาลัยจะเฉียบคมและไว แม้จะหนืดมืออยู่บ้างแต่เมื่อเจอถนนไม่เรียบหรือมีลมพัดขวางตัวรถจะเหวี่ยงเล็กน้อย แต่ถ้าวิ่งทางตรงหรือเข้าโค้งเรียบๆ ก็จัดว่ามั่นใจได้ สำหรับเสียงลมที่เข้ามาเริ่มได้ยินชัดเจนเมื่อวิ่งด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. ขึ้นไป ส่วนเสียงถนนนั้นถือว่าจัดการได้ดีในระดับน่าพอใจ

ND5 9431

Audi A4 45 TFSI quattro S line – Best All round Compact executive car

            Audi A4 เป็น Compact executive cars คู่แข่งโดยตรงของ Mercedes-Benz C-Class กับ BMW 3 Series ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ออดี้ได้เข้ามาทำตลาดสู้กันอย่างเต็มตัว โดยรถที่เราขับเป็นรุ่น A4 45 TFSI Quattro S line ตัวปรับโฉมล่าสุด อีกทั้งยังเป็นรุ่นสูงสุดของ A4 ที่จำหน่ายในบ้านเรา ส่วนใครที่ไม่ชอบแรงมากก็เลือกรุ่น A4 40 TFSI S line ได้เพื่อประหยัดเงิน

ND4 8360

            รูปลักษณ์ของ A4 มีแนวเส้นสายต่างกับ C-Class รวมถึง Series 3 อย่างชัดเจน เพราะรถสี่ห่วงคันนี้มีโฉมกายเรียบง่ายและดูแข็งแกร่งไม่ซ้ำใคร เช่นเดียวกับภายในที่ตกแต่งด้วยโทนสีสว่างกับวัสดุสีเงิน ซึ่งทำให้รู้ว่าโปร่งโล่งและทันสมัยไปพร้อมกัน ยิ่งกว่านั้นปุ่มควบคุมต่างๆ ก็มีน้อยชิ้นเน้นการใช้งานให้ง่ายที่สุด แล้ววัสดุประกอบก็มีความแน่นหนาแถมมีคุณภาพสูงมากอีกต่างหาก ด้านพวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านสปอร์ตอวบอิ่มดูลงตัวกับภายใน

20170531 093833

            ความสบายที่ A4 มอบให้ทั้งด้านหน้าและหลังมีอย่างล้นเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นที่เหนือศีรษะ พื้นที่วางขา หรือแม้แต่ทัศนวิสัยที่โล่งเอื้อเฟื้อต่อการขับขี่ ยิ่งกว่านั้นการปรับเบาะคนขับก็ทำได้ง่ายแถมนุ่มรองรับสรีระกำลังดี อย่างไรก็ตามการนั่ง 3 คนที่เบาะหลังจะติดขัดนิดหน่อย เพราะอุโมงค์ระบบส่งกำลังที่นูนขึ้นมาตรงกลางทำให้ต้องวางเท้าเบียดกับคนอื่น ขณะที่ห้องสัมภาระจัดว่ามีรูปทรงและขนาดใหญ่โตเหลือเฟือ

20170531 093720

20170531 093607

            เครื่องยนต์ ระบบเกียร์ และระบบขับเคลื่อนคือจุดเด่นของ A4 คันนี้ โดยเครื่องเบนซิน 2.0 ลิตร 252 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 370 นิวตัน-เมตร มาตั้งแต่ 1,600-4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ตลอดเวลาด้วยเกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 สปีด ซึ่งถีบตัวรถจากจุดหยุดนิ่งไปยัง 100 กม./ชม. ได้ในเวลา 5.2 วินาที แล้วการขับขี่จริงก็รู้ทันทีว่าเจ้านี่แซง C-Class รวมถึง Series 3 ได้แบบง่ายๆ ไม่ต้องเค้น ทุกระดับความเร็วเพียงกดคันเร่งแล้วเครื่องกับเกียร์จะทำงานแบบไม่ต้องรอ เพราะเกียร์ส่งต่อกำลังได้นุ่มนวลและฉับไวอย่างที่สุด  

20170531 094110

            โดยพื้นฐานแล้วพวงมาลัยมีความคล่องมือและเฉียบคมเหมาะสมสำหรับการขับทุกสภาพ การขับทางไกลทำได้มั่นใจมากแม้จะอยู่ในโหมด Comfort แล้วเมื่อใดที่เปลี่ยนไปโหมด Dynamic พวงมาลัยให้ความหนืดและหนักผสมกับความเฉียบคมอย่างลงตัว ยิ่งเมื่อรวมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro ก็ทำให้การเข้าโค้งหนักๆ หรือขับในรถวันที่ฝนตกทำได้สนุกและมั่นใจเป็นที่สุดด้วยการยึดเกาะระหว่างเข้าโค้งที่ดีมาก

ND4 8300

            ขณะเดียวกันช่วงล่างของ A4 ผสานลงตัวระหว่างความสบายและความมั่นใจได้ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะขับในโหมดใดการโยนตัวเมื่อเปลี่ยนเลนหรือเข้าโค้งก็รู้สึกได้น้อย มันจะแตกต่างกันชัดเจนก็ต่อเมื่อขับในเมืองด้วยความเร็วต่ำ เพราะในโหมด Dynamic จะรู้สึกสะเทือนเมื่อเจอถนนขรุขระมากกว่า แต่ถ้าขับเร็วมันก็หนึบและโยนตัวน้อยกว่าด้วย กรณีขับโหมดปกติคุณก็ยังอัดหวด A4 คันนี้ได้ดั่งใจ แม้เจอสถานการณ์ฉุกเฉินก็ยังแก้ไขให้เป็นปกติได้ง่ายดายกว่ารถคันอื่น

20170531 093633

20170531 093946

            ประเด็นเสียงรบกวนเราคิดว่าไม่ต้องกังวล เพราะไม่ว่าจะขับบนถนนแบบใด ใช่ความเร็วเท่าไหร่ A4 ก็สามารถจัดการเสียงลมกับเสียงถนนได้อยู่หมัด อีกทั้งเสียงช่วงล่างกระแทกก็ไม่มีให้ได้ยินด้วย

            เราสรุปว่า A4 โดยเฉพาะรุ่น 45 TFSI Quattro นั้นเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับผู้รักการขับขี่เป็นชีวิตจิตใจ ทั้งด้วยสมรรถนะเครื่อง การขับขี่ ความสบายในห้องโดยสาร ไปจนถึงประโยชน์ใช้สอยอันล้นเหลือ ก็ยิ่งทำให้ A4 เป็นคู่แข่งที่หน้ากลัวสำหรับ C-Class และ Series 3 อย่างมาก

ราคาจำหน่าย

- Audi Q2 35 TFSI 2,299,000 บาท
- Audi A4 45 TFSI Quattro S line 3,149,000 บาท

ND4 8266