FIRST DRIVE – BMW 5 Series Featured

Saturday, 20 May 2017 18:35

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมพาสื่อมวลชนทดสอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 โฉมใหม่ ที่จัดขึ้น ณ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 15 – 19 พฤษภาคม 2560 ซึ่งรถยนต์ที่ใช้ทดสอบในครั้งนี้มี 2 รุ่น คือ BMW 530i M Sport และ BMW 520d Luxury

 

BMW 520d Luxury 11

BMW 520d Luxury 12

            หลังการเปิดตัวรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 โฉมใหม่ ไม่นานมานี้ ได้สร้างสถิติใหม่ด้วยการส่งมอบรถยนต์สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสแรกของปี 2560 ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูจำนวน 2,097 คัน ซึ่งสูงขึ้นถึง 26% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทย และความนิยมของผู้บริโภคที่มีต่อรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ใหม่ ด้วยการพัฒนาด้านการออกแบบ ใส่เทคโนโลยีใหม่เข้าไปทำให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการรักษาฐานลูกค้าเดินที่มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่เจนเนอเรชันที่ 1 มาจนถึงปัจจุบัน คือเจนเนอเรชันที่ 7 มาในรหัส G30

BMW 530i M Sport20

BMW 530i M Sport8

            ด้านการออกแบบของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 โฉมใหม่ มาพร้อมรูปลักษณ์ตัวถังที่ใหญ่กว่ารุ่นก่อนทุกมิติ ด้วยความยาวฐานล้อ 2,975 มิลลิเมตร (เพิ่มขึ้น 7 มิลลิเมตร) ประกอบกับความกว้างฐานล้อหน้า 1,605 มิลลิเมตร (เพิ่มขึ้น 5 มิลลิเมตร) และความกว้างฐานล้อหลัง 1,630 มิลลิเมตร (เพิ่มขึ้น 3 มิลลิเมตร)

            ภายนอกถูกปรับใหม่ทั้งหมดให้ตัวถังเพรียวลมมากขึ้นพร้อมติดตั้งกระจังหน้าแบบปรับรับอากาศได้ ช่วยให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ 0.22 ต่ำที่สุดในรถยนต์คลาสเดียวกัน

BMW 520d Luxury 20

 

BMW 530i M Sport32 

           จุดเด่นอยู่ที่ตัวถังเน้นการใช้วัสดุอลูมิเนียมและเหล็กกล้าที่มีความทนทานสูงแต่น้ำหนักเบา สามารถลดน้ำหนังตัวถังลงได้ถึง 100 กิโลกรัม มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ กระจายน้ำหนักอย่างสมดุล และมีแรงเสียดทานอากาศต่ำที่สุดในรถระดับเดียวกัน จึงทำให้ผสมผสานการขับขี่ที่คล่องตัวเข้ากับความนุ่มสบายสำหรับผู้โดยสารได้อย่างลงตัว

            ล้อแมกซ์ลายเอ็ม สปอร์ต ขนาด 19 นิ้ว ติดตั้งมาในรุ่นสูงสุด ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเป็นล้ออัลลอย 18 นิ้ว ไฟหน้าแอลอีดีเป็นเอกลักษณ์ โดยมีระบบปรับการกระจายแสงให้เหมาะสมกับเส้นทางที่ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มแสงสว่างในมุมอับในขณะเข้าโค้ง หรือระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติในระยะไกลสุด 500 เมตร กระจังหน้าแบบเปิด/ปิดอัตโนมัติ ไฟตัดหมอกแบบ LED ประตูแบบดูด ถูกติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

BMW 520d Luxury 32

            แน่นอนว่าเทคโนโลยีกุญแจของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 โฉมใหม่นั้นจะต้องสามารถตอบสนองการใช้งานได้หลากหลายต่อผู้ขับขี่ เป็นกุญแจ Display Key แบบเดียวกันกับ ซีรีส์ 7 กุญแจดังกล่าวยังมาพร้อมหน้าจอสีแสดงผลแบบระบบสัมผัส ซึ่งแสดงสถานะต่างๆ ของรถ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถรู้สถานะปริมาณของน้ำมันและระยะทางที่รถสามารถวิ่งได้ รวมถึงข้อมูลที่สำคัญอื่นๆ โดยกุญแจนี้สามารถชาร์จได้ด้วยเครื่องชาร์จไร้สายที่ติดตั้งมากับรถหรือจากพอร์ต USB ทั่วไป

BMW 530i M Sport56

BMW 530i M Sport34

            สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้ในรุ่นสูงสุด อาทิ ฝากระโปรงหลังแบบเปิด/ปิดอัตโนมัติแบบไร้การสัมผัส หลังคากระจกไฟฟ้า และชุดแต่งแบบเอ็ม สปอร์ต รอบคัน รวมถึงช่วงล่างแบบเอ็ม สปอร์ต ที่ต่ำลงกว่ารุ่นดีเซล 10 มิลลิเมตร แต่ให้สัมผัสการควบคุมและการเบรกที่เหนือกว่า

BMW 530i M Sport36

            ขณะเดียวกันภายในห้องโดยสารก็มีการเพิ่มพื้นที่เก็บของและพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสาร นอกจากนี้ เทคโนโลยี SYNTAK (Special Synergy Thermoacoustic Capsule) ยังช่วยเสริมการเก็บเสียงของห้องโดยสารให้เงียบขึ้น โดยเฉพาะในบริเวณที่ใกล้กับศีรษะ เพื่อความผ่อนคลายสูงสุดของผู้โดยสารในขณะเดินทาง

            ระบบสาระบันเทิง ติดตั้งหน้าจอแสดงผลขนาด 10.25 นิ้ว ซึ่งสามารถควบคุมได้จาก iDrive Controller สั่งงานด้วยเสียงหรือท่าทาง หรือสัมผัสที่หน้าจอโดยตรงที่ติดตั้งมาใน 2 รุ่นบน ในรุ่นสูงสุดมีระบบเสียงของ Harman Kardon และระบบชาร์จมือถือแบบไร้สายติดตั้งมาให้ เหนือกว่าในรุ่นกลางที่เป็นเครื่องเสียงไฮไฟธรรมดา ซึ่งรุ่นรองลงมาจะมีหน้าจอ 8.8 นิ้ว เท่านั้น

BMW 530i M Sport44

BMW 530i M Sport50

            นอกจากนี้ ในรุ่น 530i M Sport ยังมาพร้อมระบบ Parking Assistance ช่วยนำรถเข้าที่จอด ซึ่งพัฒนาให้ทำงานได้อย่างง่ายดายด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว ทั้งการจอดแบบขนาน และถอยเข้าซอง ในพื้นที่มีความยาวกว่าตัวรถเพียง 80 เซนติเมตรแบบจอดแบบขนาน และการจอดเข้าซองจะต้องมีพื้นที่ด้านข้างข้างละ 40 เซนติเมตรเท่านั้น ด้วยการเปิดระบบอัลตร้าโซนิคเซ็นเซอร์ ค้นหาพื้นที่จอดที่เหมาะสมความเร็วไม่เกิน 35 กม./ชั่วโมง เมื่อพบจุดจอดแล้ว ระบบจะทำการจอดรถเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเกียร์ หมุนพวงมาลัย ตลอดจนผ่อนคันเร่งหรือเบรกโดยอัตโนมัติ และในกรณีที่ผู้ขับขี่เผลอเหยียบเบรก กดคันเร่ง หรือปล่อยมือจากปุ่ม ระบบก็จะยกเลิกการทำงานทันที่เพื่อความปลอดภัย

DSC 2378

            การขับขี่ทดสองรถรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 โฉมใหม่ในครั้งนี้ มีการแบ่งออกเป็นสถานีย่อย ทั้งหมด 3 สถานี ซึ่งสถานีแรกเป็นการทดสอบระบบ Parking Assistance ช่วยนำรถเข้าที่จอดสามารถลดความเสี่ยง และระยะเวลาในการจอดได้อย่างแม่นยำ ซึ่งทำงานด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว ทั้งการจอดแบบขนาน และถอยเข้าซอง ผู้ขับขี่จะต้องเปิดระบบระบบอัลตร้าโซนิคเซ็นเซอร์ ค้นหาพื้นที่จอดที่เหมาะสมความเร็วไม่เกิน 35 กม./ชั่วโมง เมื่อพบจุดจอดแล้ว ระบบจะทำการจอดรถเองทั้งหมด 

DSC 2805

            ส่วนระยะพื้นที่จอดระบบจะสามารถทำงานได้ โดยการจอดแนวขนานนั้นต้องการพื้นที่ที่ยาวกว่ารถเพียง 80 เซนติเมตร และการจอดเข้าซองก็ต้องการพื้นที่ด้านละ 40 เซนติเมตรเท่านั้น ผลการทดสอบนั้นเป็นที่น่าพอใจมาก รวดเร็ว และระยะการจอดทำได้สมบูรณ์แบบ

            สถานีถัดไปเป็นการขับขี่รูปแบบของสลาลอม ตีโค้งในระยะแคบ และเบรกแบบระยะประชิด สิ่งที่ได้จากการทดสอบช่วงล่างเกาะถนนได้ดีขึ้น อาการโยนของตัวถังน้อยมาก และระบบเบรกทำได้ดีมีระยะที่สั้นขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ส่วนความแตกต่างระหว่างรุ่น 530i M Sport และ 520d Luxury เห็นได้ชัดเจนว่ารุ่น 530i M Sport มีช่วงล่างที่แน่นหนึบ ตอบสนองการขับขี่ได้ดีระบบเบรกสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพแม้ใช้ความเร็วสูง และทำอัตราเร่งได้เร็วกว่า เนื่องจากใช้ล้อขนาด 19 นิ้วช่วงล่างเตี้ยกว่า รุ่น 520d Luxury

DSC 3037

 

            ส่วนสถานีสุดท้ายเป็นการใช้เส้นทางที่ยาวกว่าทุกสถานีทำให้สามารถใช้ความเร็วได้อย่างเต็มที่ ทั้งหักเปลี่ยนเลนกะทันหันเข้าโค้งด้วยความเร็วและใช้ความเร็วสูงสุดในทางตรง การทดสอบในสถานีนี้ ถึงแม้ว่าสมรรถนะของรุ่น 530i M Sport ทำได้ดีด้วยกำลังขับเคลื่อนเบนซิน 4 สูบรุ่นใหม่ ขนาด 2.0 ลิตร เมื่อเหยียบคันเร่งขึ้นไปที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เสียงลมปะทะที่หลุดลอดเข้ามาในรถน้อยมากถือว่าเก็บเสียงได้ดีทีเดียว แต่มีเสียงยางที่บดกับถนนหลุดลอดเข้ามาให้ได้ยินบ้าง  ส่วนการทำงานของเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะทำงานได้ลื่นไหลไม่มีอาการกระตุกให้รู้สึก

DSC 2841

            การเข้าโค้งทำได้สมบูรณ์แม้มาด้วยความเร็วช่วงล่างยังคงเอาอยู่ ไม่มีอาการโยนหรือเหวี่ยงให้รู้สึกในตำแหน่งนั่งของผู้ขับขี่ พวงมาลัยอาจเบาไปนิด หากผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ที่ให้ความรู้สึกของพวงมาลัยที่ให้นำ้หนักหน่วงซักหน่อยก็อาจรู้สึกไม่ชิน แต่ยังคงความคุมได้ดี

            รุ่น 520d Luxury อาจทำความเร็วต้นได้ไม่ดีเท่า แต่ให้ความรู้สึกที่ขับแล้วสนุกไม่แพ้ รุ่น 530i M Sport สำรับผู้ที่ชอบช่วงล่างที่นุ่มขึ้นมาอีกนิด แต่มีความหนืดของโช้คทำให้ไม่รู้สึกยวบมาก ยังคงรักษาการทรงตัวได้ดีเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เหมาะสำหรับเป็นรถนั่ง และใช้งานบนถนนเมืองไทย

DSC 3029

            สำหรับ BMW 530i ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร  ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่มีกำลังสูงสุด 252 แรงม้า กับแรงบิด 350 นิวตัน-เมตร มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 17.5 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 129 กรัมต่อกิโลเมตร ลดลงจากรุ่นก่อน 11% สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.2 วินาที เร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

            ส่วนรุ่นดีเซลอย่าง BMW 520d ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ส่งกำลังสูงสุด 190 แรงม้า พร้อมแรงบิด 400 นิวตัน-เมตร มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 132 กรัมต่อกิโลเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 7.5 วินาที เร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

DSC 3233

BMW 530i M Sport ราคา 4,399,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

BMW 520d Luxury ราคา 3,899,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

DSC 3213