สัมผัสแรก นี่คือรถซีดานคันย่อมที่มาพร้อมกับการขับขี่แบบคงเส้นคงวาด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ส่วนภายในเต็มไปด้วยความโอ่โถงและดูดีอย่างเรียบง่าย ราคาจำหน่ายที่ 759,000 บาท

          เมื่อครั้งรับรถเราไม่ได้ตั้งโจทย์อะไรไว้เลยสำหรับ MG 5 ที่เรานำมาทดสอบในคราวนี้ ยกเว้นเพียงความคิดในใจเท่านั้นที่เราอยากรู้ว่ามันสามารถมอบการขับขี่ได้ดีเหมือนกับที่คนอื่นเขาพูดไว้หรือเปล่า ซึ่งคำตอบนั้นเราได้พิสูจน์แล้วว่า “เป็นจริง” การขับขี่ของรถคันนี้มันน่าประทับใจไปเสียหมด ยกเว้นแต่ช่วงออกตัวเท่านั้นที่เรารู้สึกขัดใจนิดหน่อย

          MG 5 ของเราที่นำมาทดสอบเป็นรุ่นสูงสุดที่มาพร้อมกับหลังคากระจก Sunroof แม้มันจะไม่ใช่กระจกบานใหญ่มาก แต่มันก็เหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันทั้งหมด ส่วนทางด้านเครื่องยนต์ MG 5 ใช้ขุมพลังเบนซิน 1.5 ลิตร พร้อมการทำงานร่วมกับเทอร์โบธรรมดา ที่มอบกำลังเพียง 129 แรงม้า

MG5 2

          สุนทรียภาพในการขับขี่

          รถ MG 5 อุปกรณ์หลายส่วนถูกออกแบบมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง ดังนั้นเราต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่เพื่อทำความเข้าใจกับวิธีการใช้งานภายในรถ แน่นอนว่าหลังจากที่เราขับภายในเมืองผ่านไปประมาณ 2-3 ชั่วโมง เรากลับรู้สึกปวดตรงส่วนของสะโพก รวมถึงเสียงผู้โดยสารที่นั่งมากับเราก็ยังร้องระงมยืนยันถึงความเมื่อยล้าหลังจากนั่งภายในรถรุ่นนี้ แน่นอนเรามั่นใจว่าเบาะนั่งมันไม่ค่อยรองรับสรีระเท่าไหร่ หากเราเลือกปรับเบาะนั่งตามองศาปกติที่เคยใช้

          ไม่นานนักที่เราพยายามปรับเบาะนั่งจนได้ทวงท่าที่เหมาะสม เราพบว่าเบาะนั่งของ MG 5 ถูกออกแบบให้เอนราบไปแผ่นหลังเล็กน้อยถึงจะขับได้สบายที่สุด เพราะหลังปรับเบาะแล้วเราไม่พบกับอาการปวดเมื่อยอีกเป็นหนที่สอง ขณะเดียวกันการเก็บเสียงเราค่อนข้างมั่นใจว่า MG 5 มันทำได้ดีเป็นอันต้นๆ ของคลาสก็ว่าได้ เพราะเสียงเครื่องดังสนั่นเมื่อฟังอยู่นอกรถ กลับไม่ส่งเสียงรบกวนเข้ามายังห้องโดยสาร ส่วนเสียงลมที่ไหลผ่านหน้ากระจก จะเริ่มดังมากขึ้นเมื่อวิ่งบนทางด่วนเท่านั้น

MG5 12
นี่คือรูปทรงที่ไม่เหมือนใคร แน่นอนว่าการขับขี่มันยังมอบอารมณ์ที่ไม่เหมือนคู่แข่ง

          แต่ทั้งนี้คุณภาพวัสดุตกแต่งภายในของ MG 5 เราต้องบอกว่ามันยังมีจุดข้อปรับปรุงอยู่หลายส่วน อย่างเช่นด้ายหุ้มพวงมาลัย มันดูโดดเด่นจากการตกแต่งด้วยหนังก็จริง แต่การเย็บด้ายมันกลับมอบความรู้สึกแข็งกระด้างกับมือ ทำให้เราจับพวงมาลัยให้กระชับเป็นเรื่องที่ทำได้ลำบาก ส่วนทางด้านวัสดุพลาสติกของแผงคอนโซลด้านหน้า หรือแผงประตูมันก็ยังดูเป็นวัสดุธรรมดาไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ 

          การปรับตำแหน่งเบาะนั่ง MG 5 อนุญาตให้ผู้ขับขี่ปรับตำแหน่งได้ถึง 4 ทิศทาง แต่ทว่าจะต้องปรับด้วยมือของเราเองเท่านั้น แม้มันจะไม่สะดวกสบายเท่า แต่มันก็มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการปรับเบาะด้วยไฟฟ้าเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นมา ส่วนทางด้านพวงมาลัยมันปรับได้เพียงแค่สูงกับต่ำเท่านั้น มาทางด้านเบาะนั่งตอนหลัง แม้จะมาพร้อมกับเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ทั้ง 3 ตำแหน่งก็ตาม แต่มันก็ไม่สามารถปรับเอนได้เหมือนรถคู่แข่ง และเมื่อได้ลองใช้งานมันกลับมอบความรู้สึกสบายกับแผ่นหลังของเราได้มากกว่าเบาะนั่งด้านหน้าเสียด้วยซ้ำ ขณะเดียวกันพื้นที่เหนือศีรษะ และเหนือเข่ามันยังมีพื้นที่เพียงพอทำให้ผู้โดยสารตอนหลังรู้สึกสบายเป็นอย่างมากด้วย

MG5 6
เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร พร้อมระบบปรับอากาศทำงานเสียงดังมากเป็นพิเศษ

          เครื่องยนต์เทอร์โบแรงกำลังดี

          เราไม่ได้สนใจตัวเลขแรงม้าหรือแรงบิดของ MG 5 เลย แต่เรากลับมุ่งพิจารณาการทำงานของมันเสียมากกว่า เพราะมันทำงานด้วยเสียงที่ดังเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันเปลวความร้อนยังลอดผ่านมายังกระจังหน้าให้รู้สึกอย่างชัดเจน แต่ทั้งนี้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ กลับทำงานด้วยความเรียบลื่น และให้พละกำลังอย่างเพียงพอสำหรับถนนทุกรูปแบบ แต่ทั้งนี้มันแอบมีบางจังหวะที่เกิดอาการกระตุกจากคันเร่งที่ไวอยู่บ้าง

          นอกจากนี้เครื่องยนต์เบนซินยังคงมีอาการรอรอบในช่วงออกตัวไฟแดง หรือช่วงเริ่มต้นแซง ซึ่งมันอาจให้คุณต้องเหยียบเท้าคิกดาวน์ซ้ำเป็นหนที่สองได้

          คุณอาจจะไม่เชื่อว่าเรามีความสนุกกับการขับได้มาก เมื่อลองเปลี่ยนไปใช้โหมด Sport เราพยายามหาช่วงเวลาที่จะเป็นเกียร์ด้วยตัวเองอยู่ตลอดเวลาเมื่อขับรถคันนี้ เพราะคันเกียร์ของ MG 5 มันมอบความรู้สึกสั้นกระชับ และเมื่อผลักตำแหน่งเกียร์ไปข้างหน้า เรารู้สึกว่ามันเปลี่ยนตำแหน่งได้ทันอกทันใจมากกว่ารถคันไหนๆ ที่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยเสียด้วยซ้ำ ขณะเดียวกันการขับขี่ในเมือง เรารู้ตัวว่าการใช้งานโหมด Winter (W) อาจเป็นเรื่องที่ผิดวิสัยของมัน แต่แน่นอนว่าถนนบ้านเรามันไม่มีโอกาสที่จะมีน้ำแข็งเกาะผิวถนน และเมื่อเราได้ลอง มันกลับออกตัวได้อย่างนุ่มนวล เรียบลื่น และเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างเอื่อยช้าอย่างสบายใจ แน่นอนว่าเราใช้โหมดนี้เมื่อขับขี่ในเมืองท่ามกลางจราจรติดขัด เพราะมันมอบสุนทรีการขับขี่ได้มากกว่าโหมด D ปกติ

          นอกจากนี้แล้วช่วงล่างของ MG 5 มันยังมอบความมั่นคงได้มาก ไม่ว่าจะวิ่งบนถนนที่เป็นเนินด้วยความเร็วก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้คงได้รับอานิสงค์จากตัวถังที่หนักแน่น และมีน้ำหนักที่มากกว่าคู่แข่ง ดังนั้นแล้วการใช้เชื้อเพลิง MG 5 อาจจะด้อยกว่าคู่แข่ง เพราะเมื่อวิ่งนอกเมืองอัตราความประหยัดของรถโมเดลนี้ทำได้อยู่ที่ประมาณ 13 กิโลเมตร/ลิตร และเมื่อวิ่งในเมืองเฉลี่ยอยู่ที่ 7.4 กิโลเมตร/ลิตร

MG5 7
หลังคากระจก Sunroof ช่วยให้ห้องโดยสารเต็มไปด้วยแสงสว่าง และกว้างมากพอสำหรับการสอดตัว

          รายการอุปกรณ์เสริมแน่น

          รถที่เรานำมาทดสอบมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 759,000 บาท แน่นอนว่ามันเป็นราคาที่มาพร้อมกับกระจก Sunroof, ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบฮาโลเจน, ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน, ระบบสาระบันเทิงพร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์ Inkanet นอกจากนี้ MG 5 ยังมาพร้อมกับระบบนำทางด้วยดาวเทียม, เบาะนั่งแบบหนังปรับดันหลังได้ฝั่งคนขับ 

          ส่วนทางด้านรายการอุปกรณ์ความปลอดภัย MG 5 ให้มานับว่าสนใจมาก อย่างเช่น ระบบเสริมแรงเบรก, ระบบป้องกันการลื่นไถลเทื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน, ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และกล้องมองหลังพร้อมเซ็นเซอร์ขณะถอยจอด

MG5 4
ระบบสาระบันเทิง InkaNet จะช่วยเชื่อมต่อการใช้งานรถยนต์ผ่านสมาร์ตโฟนเจ้าของรถ

          หลายสิ่งไม่คุ้นมือ

          การใช้งานสำหรับรถ MG เจ้าของรถต้องเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เป็นจำนวนมาก อย่างเช่นก้านไฟเลี้ยวแน่นอนว่ามันถูกออกแบบให้มาอยู่ในตำแหน่งซ้ายมือเหมือนกับรถยุโรปทั่วๆ ไป ซึ่งเจ้าของรถจะปรับตัวได้ไม่ยากอย่างแน่นอน แต่ทว่าปุ่มสำหรับกดล็อค-ปลดล็อคบานประตู สิ่งนี้เราใช้เวลานานมากว่าจะเข้าใจระบบทั้งหมด เพราะบนรถใหม่กลับไม่มีปุ่มแสดงตำแหน่งล็อค-ปลดล็อคบานประตูให้มา ซึ่งระบบจะโชว์          ข้อมูลตรงหน้าจอ MID เหนือพวงมาลัยเท่านั้น ขณะเดียวกันสวิตช์ล็อคประตูกลับมีให้เฉพาะฝั่งผู้ขับขี่ตำแหน่งเดียว

          จากปัญหานี้เราพึ่งรู้ว่าการปลดล็อคบานประตู MG 5 ของผู้โดยสารจะทำได้ด้วยการดึงก้านเปิดประตูจำนวน 2 ครั้ง จึงจะปลดล็อคบานประตูด้วยตัวเองได้  อีกเรื่องหนึ่งทางด้านการเปิดฝากระโปรงท้าย เราค่อนข้างมีปัญหากับเรื่องนี้อยู่พักใหญ่ๆ เพราะเราไม่พบคันโยกเปิดฝากระโปรงท้ายจากห้องโดยสาร ซึ่งมีแต่คันโยกฝาถังน้ำมันเท่านั้นที่เหลือให้เห็นอยู่
ดังนั้นในช่วงรับรถใหม่เราจำเป็นต้องสั่งเปิดฝากระโปรงท้ายจากกุญแจรีโมท และเราต้องดับเครื่องยนต์ทุกครั้งที่ต้องเปิดมัน

MG5 10การเปิดฝากระโปรงท้ายทำได้ลำบาก คุณต้องสอดนิ้วระหว่างกล้องมองหลังพร้อมกดปุ่มด้วยกำลัง

          จากนั้นไม่นานเราจึงรู้ว่า การเปิดฝากระโปรงท้ายสามารถเปิดได้เองจากด้านนอกตัวรถ ซึ่งคุณจะต้องใช้นิ้วของคุณเองสอดไปด้านใต้แผงพลาสติกสีแดงที่เชื่อมต่อกับโคมไฟท้าย คุณจำเป็นต้องสอดนิ้วสองนิ้วควบระหว่างกล้องมองหลัง และกดปุ่มพลาสติดสีดำที่ดูกลมกลืนไปพร้อมๆ กัน ถึงจะสามารถเปิดฝากระโปรงท้ายจากด้านนอกได้ และคุณจำเป็นต้องมั่นใจว่าก่อนเปิดฝากระโปรง จะต้องปลดล็อคบานประตูเสียก่อน

MG5 3
ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ฮาโลเจน จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานแก่รถ MG 5 ทุกรุ่นย่อย

          สรุปความคุ้มค่า

          ราคาจำหน่าย MG 5 รุ่นสูงสุดที่เรานำมาทดสอบคันนี้ อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับคู่แข่งจากญี่ปุ่นมาก แต่เมื่อพิจารณารายการอุปกรณ์เสริมที่ได้มา อย่างเช่นกระจก Sunroof ระบบ InkaNet ไว้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ เบาะนั่งที่ปรับได้ 4 ทิศทางแม้จะไม่ใช่การปรับแบบไฟฟ้า มันดูน่าสนใจมาก กว่ารถคู่แข่งที่ยังคงมีสิ่งต่างๆ ไม่แตกต่างจากเดิมนัก ส่วนทางด้านคุณภาพวัสดุของห้องโดยสารที่ใช้ในการตกแต่งรวมถึงความประณีตในการเย็บและการประกอบ ถึงแม้ว่ามันจะมอบความรู้สึกที่ด้อยกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน แต่เราก็อยากแนะนำว่ามันเป็นเพียงแค่ความรู้สึกในเรื่องของความสวยงาม ที่ไม่ได้ส่งผลต่อการใช้งานจริงของรถใหม่แต่อย่างใด

          แน่นอนว่าหากคุณรับได้กับสิ่งเหล่านี้ที่ได้จาก MG 5 คุณจะรู้สึกได้ว่ามันเป็นรถที่สร้างขึ้นมาและมอบความคุ้มค่ากับเงินที่เราต้องจ่ายออกไปได้มาก ขณะเดียวกันเรากล้าพูดได้อีกว่า การขับขี่ของ MG 5 มันสามารถทำได้เหนือกว่าคู่แข่งเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพละกำลัง 1.5 ลิตรจากเครื่องยนต์ Turbo ที่มอบอัตราเร่งช่วงกลางถึงปลายกำลังพอดี ส่วนทางด้านเกียร์อัตโนมัติมันก็ทำได้อย่างไหลลื่น นอกจากนี้แล้ว MG 5 มันยังมอบช่วงล่างที่น่าไว้วางใจ และยังมอบความสนุกได้มากเมื่อขับขี่ได้มากกว่า 

MG5 13

          อย่างไรก็ตามหากคุณกำลังสนใจรถ MG 5 คุณจำเป็นต้องคำนึงถึงศูนย์บริการด้วยว่าอยู่ในพื้นที่ใกล้บ้าน หรือมีพื้นที่ครอบคลุมกับการใช้งานหรือไม่ เพราะเราไม่อยากให้คุณประสบกับปัญหาในเรื่องเวลาที่ต้องเสียไป แต่ถึงอย่างนั้นในรถ MG 5 ก็ยังมาพร้อมกับระบบคอลเซ็นเตอร์ไว้ช่วยเหลือเจ้าของรถ ผ่านระบบ
InkaNet ที่มากับรถ ซึ่งคุณสามารถติดต่อไปยังผู้ให้บริการได้ในทันทีเมื่อรถใหม่เกิดปัญหาซึ่งในเรื่องนี้มันช่วยเพิ่มคะแนนความมั่นใจในการใช้งานรถใหม่ได้มากขึ้นเช่นกัน