Items filtered by date: February 2017

นับตั้งแต่ปี 1972 ที่ BMW 5 Series โมเดลได้ถือกำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้ ผู้คนที่เคยเป็นเจ้าของหรืออาจได้ลองสัมผัสยนตกรรมหรูแต่ขับขี่ด้วยแนวทางสปอร์ตมาแล้วเป็นจำนวนมาก ในวันนี้ 5 Series ก็ได้ส่งตัวแทนแห่งความภูมิใจล่าสุดออกมาในรหัส G30 เพื่อพิสูจน์ความดีงามอย่างต่อเนื่อง


BMW 520d Luxury 14

BMW 520d Luxury 18

BMW 530i M Sport 7

BMW 530i M Sport 10

         จุดเด่นที่ทำให้ BMW 5 Series คันล่าสุดนี้กลายเป็นรถยนต์ที่ล้ำหน้ากว่าก็คือน้ำหนักที่เบากว่ารุ่นก่อนถึง 100 กิโลกรัมแล้วตัวถังยังมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ กระจายน้ำหนักอย่างสมดุล และมีแรงเสียดทานอากาศต่ำที่สุดในรถระดับเดียวกัน จึงทำให้ผสมผสานการขับขี่ที่คล่องตัวเข้ากับความนุ่มสบายสำหรับผู้โดยสารได้อย่างลงตัว

BMW 530i M Sport 4

         BMW 5 Series ใหม่ มาพร้อมกับปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นอัจฉริยะพร้อมระบบสาระบันเทิง iDrive กับระบบนำทางผ่านจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด 10.25 นิ้ว ซึ่งสามารถควบคุมได้จาก iDrive Controller สั่งงานด้วยเสียงหรือท่าทาง หรือสัมผัสที่หน้าจอโดยตรง

         ยิ่งไปกว่านั้นดีไซน์ภายนอกก็โดดเด่นด้วยไฟหน้าแอลอีดีอันเป็นเอกลักษณ์ โดยมีระบบปรับการกระจายแสงให้เหมาะสมกับเส้นทางที่ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มแสงสว่างในมุมอับในขณะเข้าโค้ง หรือระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติในระยะไกลสุด 500 เมตร

BMW 520d Luxury 4

BMW 520d Luxury 7

BMW 530i M Sport 15

BMW 530i M Sport 16

         ขณะเดียวกันภายในห้องโดยสารก็มีการเพิ่มพื้นที่เก็บของและพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสาร นอกจากนี้ เทคโนโลยี SYNTAK (Special Synergy Thermoacoustic Capsule) ยังช่วยเสริมการเก็บเสียงของห้องโดยสารเพื่อ ความผ่อนคลายสูงสุดของผู้โดยสาร

         สำหรับ BMW 530i ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร ที่มีกำลังสูงสุด 252 แรงม้า กับแรงบิด 350 นิวตัน-เมตร มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 17.5 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 129 กรัมต่อกิโลเมตร ลดลงจากรุ่นก่อน 11% สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.2 วินาที เร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

BMW 520d Luxury 1

BMW 530i M Sport 23

         ส่วนรุ่นดีเซลอย่าง BMW 520d ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร ส่งกำลังสูงสุด 190 แรงม้า พร้อมแรงบิด 400 นิวตัน-เมตร มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 132 กรัมต่อกิโลเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 7.5 วินาที เร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

BMW 520d Luxury 13

BMW 530i M Sport ราคา 4,399,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

BMW 520d Luxury ราคา 3,899,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

BMW 530i M Sport 11

           บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ที่ตื่นเต้นเร้าใจ เปิดศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมของนิสสัน หรือ Nissan Education & Training Center เพื่อจัดการแข่งขันทักษะระดับประเทศ ประจำปี 2559 หรือ “Nissan Skills Contest 2016” รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศสุดยิ่งใหญ่และเข้มข้น  โดยผู้จำหน่ายต่างให้ความสำคัญส่งทีมเข้าแข่งขันอย่างคึกคัก โดยในปีนี้ บุคลากรของบริษัท สยามนิสสัน เชียงใหม่ สาขา สันป่าตอง และบริษัท ไทเกอร์ ออโต้คาร์ จำกัด แสดงความสามารถและทักษะการทำงานที่เป็นเลิศ คว้ารางวัลซุปเปอร์แชมป์ไปครอง

           มร. อันตวน บาร์เตส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า “ควบคู่ไปกับการนำเสนอยนตรกรรมใหม่ ล้ำสมัย ที่มาพร้อมเทคโนโลยีเหนือระดับออกสู่ตลาด นิสสันยังคงมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพงานขาย การบริการ และการบริการหลังการขาย ให้โชว์รูมและศูนย์บริการของนิสสันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการยอมรับและความเชื่อมั่นจากลูกค้าตลอดไป บริษัทจึงให้ความสำคัญและจัดการแข่งขันทักษะ Nissan Skills Contest  ต่อเนื่องทุกปี  เพื่อสร้างความตื่นตัวในการพัฒนาทักษะความสามารถของบุคลากรในโชว์รูมและศูนย์บริการของนิสสันในส่วนงานต่างๆ โดยในปีที่ 7 นี้ มีการแข่งขันรวม 10 ทักษะ ได้รับความร่วมมือจากผู้จำหน่ายอย่างเต็มที่  เพื่อร่วมกันพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถ มีความเชี่ยวชาญในระดับที่สูงขึ้น พร้อมให้บริการและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้า

          ปัจจุบันเทคโนโลยีของรถยนต์นั้นมีความเปลี่ยนแปลงก้าวล้ำทันสมัยไปมาก ดังเช่นรถยนต์รุ่นล่าสุดของนิสสัน “นิสสัน โน๊ต ใหม่” คอมแพ็คแฮตช์แบค ที่มีการติดตั้งเทคโนโลยีนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลลิตี้ จึงเป็นความสำคัญที่ทุกส่วนของงานขาย และการบริการหลังการขาย จะต้องพัฒนายกระดับทักษะความสามารถที่สูงขึ้นไปอีก”

          การแข่งขันทักษะ ประจำปี 2559  “Nissan Skills Contest” เริ่มการแข่งขันตั้งแต่กลางปี 2559 โดยผู้จำหน่าย นิสสันต่างตื่นตัวส่งบุคลากรในส่วนงานต่างๆ เข้าร่วมการแข่งขันทักษะทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับประเทศ รวม 1,047 คน ซึ่งคณะกรรมการได้คัดเลือกผู้เข้าแข่งขันที่มีความสามารถโดดเด่น จำนวน 470 คน สู่ รอบรองชนะเลิศ และคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันที่มีความสามารถยอดเยี่ยมจำนวน 120 คน เข้าแข่งขัน ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งมีการแข่งขันทั้งสิ้น 10 ทักษะ ประกอบด้วย  ด้านที่ปรึกษาการขาย, ด้านลูกค้าสัมพันธ์, ด้านช่างเทคนิค, ด้านที่ปรึกษาด้านบริการ, ด้านที่ปรึกษาอะไหล่, ด้านการบริการตามระยะ, ด้านการตรวจสอบรถใหม่ก่อนส่งมอบ, ด้านการรับรถประเมินราคาซ่อมตัวถังและสีรถยนต์, ด้านช่างซ่อมตัวถังรถยนต์ และด้านช่างซ่อมสีรถยนต์

          ด้านนาย ธีระพันธุ์ ละอองศรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ อะไหล่และบริการหลังการขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการจัดการแข่งขันทักษะระดับประเทศว่า เพื่อเป็นการดึงเอาความสามารถและศักยภาพสูงสุดของผู้ปฏิบัติงานในแต่ละประเภทออกมาให้เกิดการพัฒนาและให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมในการรองรับประเทศไทย 4.0  ที่มุ่งเน้นในการพัฒนาทักษะแรงงานไทยอีกด้วย และยังเป็นการกระตุ้นพลังศักยภาพให้ทุกคน ดังปรัชญาในการทำงานของชาวนิสสันทั่วโลกที่ว่า “The Power comes from Inside”  หรือพลังที่แท้จริงต้องมาจากภายใน  ซึ่งนิสสันโลกให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมนี้เป็นอย่างดี  เพื่อให้บุคลากรของนิสสันและผู้จำหน่าย ได้แสดงพลังความรู้ความสามารถ ทักษะด้านวิชาชีพ อย่างเต็มที่   

          “ทุกทีมต่างมีความกระฉับกระเฉง และเตรียมพร้อมกันมาอย่างดีมากๆ  ภาพการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ระหว่างกัน การสนับสนุนของผู้บริหาร การเดินทางมาเชียร์ของครอบครัว ของเพื่อนร่วมงาน  และบรรยากาศการแข่งขันที่เต็มไปด้วยแรงกดดันของเวลา และบททดสอบที่เข้มข้นกว่าในรอบรองชนะเลิศอย่างมาก ทำให้ในที่สุด เราก็สามารถเฟ้นหาสุดยอดฝีมือในทั้ง 10 ทักษะ ได้ตามเป้าหมาย”

          สำหรับผลการแข่งขันทักษะฝีมือทั้ง 10 ทักษะนั้น ปรากฏว่า สยามนิสสัน เชียงใหม่ สาขาสันป่าตอง และ ไทเกอร์ ออโต้คาร์ จำกัด คว้ารางวัลซุปเปอร์แชมป์ไปครองร่วมกัน โดยทีมพนักงานของบริษัท สยามนิสสัน เชียงใหม่ สาขา สันป่าตอง แสดงความสามารถและทักษะเป็นเลิศ ทั้งในด้านการตรวจสอบรถใหม่ก่อนส่งมอบ (PDI-Pre-Delivery Inspection) และ ด้านที่ปรึกษาด้านบริการ (Service Advisor)  ขณะที่พนักงานของ บริษัท ไทเกอร์ ออโต้คาร์ จำกัด แสดงความสามารถและทักษะเป็นเลิศ ในด้านทักษะลูกค้าสัมพันธ์ และ ด้านช่างซ่อมสีรถยนต์ (Paint Technician) 

          สำหรับผลการแข่งขันทักษะในด้านอื่น มีดังนี้ ในด้านที่ปรึกษาการขาย (Sales Consultant) เป็นของ นิวตัน เซอร์วิส เซ็นเตอร์, ด้านช่างเทคนิค (Technicians) เป็นของ สยามนิสสัน ศรีสะเกษ, ด้านที่ปรึกษาอะไหล่ (Parts)  เป็นของ ชาญออโต้คาร์, ด้านการบริการตามระยะ (Periodical Maintenance)  เป็นของ สยามนิสสัน ชลบุรี, ด้านการรับรถประเมินราคาซ่อมตัวถังและสีรถยนต์  (Estimation Body & Paint repair) เป็นของ สยามนิสสัน รถดีพระราม 2 และด้านช่างซ่อมตัวถังรถยนต์ (Body Technician)  เป็นของ เอกสหกรุ๊ป ออโตโมบิล

          นาย นิติพงศ์ นพรัตน์ไกรลาศ ตัวแทนจาก บริษัท สยามนิสสัน เชียงใหม่ สาขา สันป่าตอง ผู้ชนะเลิศการแข่งขันทักษะด้านที่ปรึกษาด้านบริการ กล่าวว่า “ ผมรู้สึกดีใจและตื่นเต้นมากครับ โดยผมใช้ระยะเวลาส่วนใหญ่ในการฝึกซ้อมในทุกๆ วันตั้งแต่ทราบการรับสมัครกิจกรรม แรงบันดาลใจของผม คือ ปัญหาของลูกค้า ซึ่งผมจะให้ความสำคัญเสมอ และนำปัญหาต่างๆ มาศึกษาเพื่อนำมาพัฒนาตัวเองต่อไป”

          ด้านนายชายเดียว ฉิมภู่นุ่ม บริษัท นิวตัน เซอร์วิส เซ็นเตอร์ ผู้ชนะเลิศทักษะด้านที่ปรึกษาการขาย เล่าบรรยากาศการแข่งขันว่า “ก่อนการแข่งขันผมมีระยะเวลาการเตรียมตัวที่น้อยมาก คือเพียงหนึ่งอาทิตย์ ตอนมาแข่งมาพร้อมความหวังว่า แค่ขอให้ติด 1 ใน 3 ก็พอใจแล้ว แต่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ มาได้ ก็เชื่อว่าเป็นเพราะสมาธิ ประสบการณ์ ซึ่งต้องขอขอบคุณรุ่นพี่ที่ค่อยให้คำแนะนำ และช่วยผมฝึกฝนอย่างหนักตลอดการเตรียมตัว”

           นายวิสุทธิ์ ทองเป้า บริษัท สยามนิสสัน ศรีสะเกษ ผู้ชนะเลิศทักษะด้านช่างเทคนิค กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีมากครับ ที่นิสสันได้เล็งเห็นถึงฟันเฟืองเล็กๆ อย่างพวกผมและให้โอกาสในการพัฒนาตัวเอง กับกิจกรรมดีๆแบบนี้ สำหรับช่างอย่างผมต้องใช้ประสบการณ์และการฝึกซ้อมอย่างหนักในการเตรียมตัวก่อนแข่งขัน เพราะความปลอดภัยของลูกค้าอยู่ในมือผม ผมต้องละเอียดรอบคอบในทุกขั้นตอนการปฎิบัติงานครับ”

          นาย โกวิท เมืองยศ บริษัท สยามนิสสัน ชลบุรี ผู้ชนะเลิศทักษะด้านการบริการตามระยะ กล่าวว่า “งานบริการตามระยะ สำคัญมาก  ช่างจะต้องเอาใจใส่ดูแลให้ลูกค้าได้ครบถ้วน  ซึ่งเวลาทำงานผมจะเอาใจใส่  มีสมาธิ ไม่วอกแวก เพราะจะทำให้ไม่ปลอดภัยในการทำงาน ไม่ได้คุณภาพ การแข่งขันก็เช่นกัน ผมก็ยึดหลักนี้ ในการแข่งขัน แม้จะกดดันด้วยเวลาบ้าง แต่ก็ทำด้วยความตั้งใจ  และต้องขอขอบคุณ พ่อ แม่ หัวหน้างาน ผู้บริหาร ที่ทำให้ผมมีวันนี้ครับ”

         ทั้งนี้ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน Nissan Skill Contest 2016 ในแต่ละประเภทจะได้รับรางวัลเงินสด โล่ประกาศเกียรติคุณ และเกียรติบัตรแห่งความภาคภูมิใจ พร้อมทั้งรางวัลแพคเกจท่องเที่ยวยังประเทศญี่ปุ่น รวมถึงมีโอกาสได้รับการเสนอชื่อเข้าแข่งขัน ทักษะระดับโลก Nissan Global Award

          ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี  (NYSE:F) ได้ประกาศการลงทุน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ในบริษัทปัญญาประดิษฐ์ Argo AI เพื่อพัฒนาระบบผู้ขับเสมือนจริงสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ดที่จะเปิดตัวใน พ.ศ. 2564 และโอกาสในการขายลิขสิทธิ์เทคโนโลยีแก่บริษัทอื่นๆ ต่อไป

          บริษัท Argo AI ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยอดีตผู้นำทีมของ Google และ Uber จะรวบรวมนักวิทยาการหุ่นยนต์และวิศวกรที่มีประสบการณ์มากที่สุด เพื่อทำงานอย่างอิสระจากทั้งที่ออฟฟิศของฟอร์ดและที่อื่นๆ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาการหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์จะนำโดย ไบรอัน ซาเลสกี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ปีเตอร์ แรนเดอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท Argo AI ซึ่งนอกจากทั้งสองจะเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทแล้ว ยังจบการศึกษาจาก Carnegie Mellon National Robotics Engineering Center และเคยเป็นผู้นำทีมรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ Google และ Uber ตามลำดับ

          “ทศวรรษข้างหน้าจะเป็นทศวรรษของยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งจะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในสังคมเช่นเดียวกับที่สายพานการผลิตอัตโนมัติของฟอร์ดได้ทำเมื่อ 100 ปีที่แล้วนายมาร์ค ฟีลด์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าว “ในขณะที่ฟอร์ดขยายธุรกิจสู่การเป็นบริษัทยานยนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านการสัญจร เราเชื่อว่าการลงทุนในบริษัท Argo AI จะสร้างคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้ถือหุ้นของเรา ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งในตำแหน่งผู้นำของฟอร์ดเพื่อบุกเบิกตลาดรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติในอนาคตอันใกล้ และการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่สามารถสร้างรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ให้แก่บริษัทอื่นๆ ในอนาคต

          ทีมงานปัจจุบันกำลังพัฒนาระบบขับเคลื่อนเสมือนจริงของฟอร์ดซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่เรียนรู้ด้วยตนเองและเปรียบเสมือนมันสมองของยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยจะถูกนำไปผนวกรวมเข้ากับผู้เชี่ยวชาญที่เปี่ยมพรสวรรค์ด้านวิทยาการหุ่นยนต์ของ Argo AI และทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาระบบผู้ขับเสมือนจริงสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ดที่ได้มาตรฐานระดับ 4 ของสมาคมวิศวกรยานยนต์ของสหรัฐอเมริกา

          ฟอร์ดจะยังคงเดินหน้าในการเป็นผู้นำการพัฒนาแพลตฟอร์มการผลิตรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ รวมถึงการบูรณาการระบบต่างๆ การผลิต การออกแบบภายนอกและภายใน รวมถึงการบริหารนโยบายและกฎข้อบังคับต่างๆ

          Argo AI จะร่วมมือกับฟอร์ดเพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ ด้วยความคล่องตัวและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของ Argo AI เมื่อผนวกเข้ากับความสามารถในการผลิตของฟอร์ด รวมถึงประสบการณ์และความเป็นระบบแบบแผนของฟอร์ดที่เป็นผู้นำด้านโปรแกรมการพัฒนายานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ จะยิ่งช่วยผสานความแข็งแกร่งซึ่งกันและกัน

          “เราเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของการใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับแอพพลิเคชั่นที่หลากหลาย และความสำเร็วของยานยนต์อัตโนมัติจะเปลี่ยนโฉมหน้าการสัญจรของผู้คนและสินค้าไปโดยสิ้นเชิง” นายเซเลสกี้ กล่าว “เราตื่นเต้นมากกับความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ด้านการสัญจรในอนาคตของฟอร์ด และเราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้การพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ รวมถึงการผลิตเพื่อจำหน่ายในวงกว้างเป็นความจริงและทำให้การเดินทางเป็นเรื่องที่สะดวกสบายง่ายสำหรับทุกคน”

          ความร่วมมือครั้งนี้จะสนับสนุนเป้าหมายของฟอร์ดในการพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบที่ได้มาตรฐานระดับ 4 ของสมาคมวิศวกรยานยนต์ของสหรัฐอเมริกา เพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ในบริการการสัญจรในปีพ.. 2564

          “การทำงานร่วมกับ Argo AI มอบความได้เปรียบในการแข่งขันแก่ฟอร์ด ในช่วงจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และเทคโนโลยี” นาย ราช แนร์ รองประธานบริหาร ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลกและประธานบริหารฝ่ายเทคนิค กล่าว “ความร่วมมือที่เป็นอิสระนี้แตกต่างจากความร่วมมือครั้งอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้เราได้รับประโยชน์จากการผนวกความคล่องตัวของสตาร์ทอัพ เข้ากับความแข็งแกร่งด้านการใช้เทคโนโลยีในวงกว้าง การบูรณาการระบบ และการออกแบบรถยนต์ของฟอร์ด

          อีกบริษัทหนึ่งที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของความร่วมมือในครั้งนี้คือ Ford Smart Mobility LLC ซึ่งจะนำทีมด้านกลยุทธ์เชิงพาณิชย์สำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ด โดยจะครอบคลุมถึงทางเลือกในการใช้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติในการขนส่งสินค้าและผู้คน เช่น การแบ่งปันรถยนต์ การเรียกรถรับส่ง หรือแพ็คเกจบริการขนส่งสินค้า

          ฟอร์ดจะเป็นผู้ถือหุ้นหลักในบริษัท Argo AI โดยจะยังคงความเป็นอิสระในการทำงานซึ่งเป็นพื้นฐานโครงสร้างของบริษัทเอาไว้ พนักงานของ Argo AI จะมีส่วนในการถือหุ้นเพื่อให้พวกเขาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของบริษัท คณะผู้บริหารของ Argo AI จะประกอบด้วยสมาชิก 5 คน ได้แก่ แนร์, จอห์น เคสซา รองประธานบริหารกลุ่มฟอร์ด ฝ่ายกลยุทธ์ระดับโลก, ซาเลสสกี้, แรนเดอร์ และผู้อำนวยการอิสระ

         ฟอร์ดจะทยอยลงเงินลงทุน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐในบริษัท Argo AI ในระยะเวลา 5 ปีนับจากนี้ โดยจะเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับแผนการจัดการเงินทุนด้านยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่เผยแพร่ในงานแถลงข่าวสำหรับนักลงทุนของฟอร์ดเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ภายในสิ้นปีนี้ Argo AI ตั้งเป้าว่าจะมีทีมงานมากกว่า 200 คน ทั้งที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทที่เมืองพิตส์เบิร์ก และที่ไซต์งานหลักในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐมิชิแกน และเบย์แอเรียในแคลิฟอร์เนีย เป้าหมายแรกของ Argo AI จะมุ่งไปที่การสนับสนุนการพัฒนาและผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ด และในอนาคตนั้น Argo AI สามารถขายลิขสิทธิ์ให้บริษัทหรือภาคส่วนอื่นๆ ที่สนใจนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ต่อได้

          แอสตัน มาร์ติน แบงคอก โดย บริษัท เฮอริเทจ มอเตอร์ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส (ไทยแลนด์) จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด อวดโฉม Aston Martin DB11 สายเลือดใหม่แห่งยนตรกรรมสปอร์ตหรูสัญชาติอังกฤษ ให้สาวกเจมส์บอนด์ได้สัมผัสในงาน “Lifestyle Addict” ที่สุดของการรวมตัวของ Best of Ride, Best of Auto, Best of Sound และ Best of Living จากแบรนด์สุดลักชัวรี่ ตั้งแต่วันนี้ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2560 ณ บริเวณชั้น 1 ลานโปรโมชั่น 1-3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์

         บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ขยายความแข็งแกร่งในธุรกิจบิ๊กไบค์ ภายใต้บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เปิดตัวโชว์รูมสยาม มอเตอร์ราด แห่งแรกในภาคใต้ตอนล่าง ณ จังหวัดภูเก็ต พร้อมมอบบริการมาตรฐานระดับโลก ครบครันทั้งโชว์รูมจำหน่ายและทีมบริการหลังการขายมืออาชีพ

          มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “จากความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในประเทศไทย พร้อมแนวโน้มการเติบโตของตลาดบิ๊กไบค์ที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้น บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จึงขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการเพื่อให้บริการได้อย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เราจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสยาม มอเตอร์ราด ในการเข้าร่วมเป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเรา และเราเชื่อมั่นว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในภาคใต้ตอนล่างนี้”

          “การมอบประสบการณ์ในผลิตภัณฑ์ของเราให้แก่ลูกค้าเป็นสิ่งที่บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ให้ความสำคัญ และเพื่อตอกย้ำประสบการณ์ที่เหนือกว่าอีกขั้น เราจึงเตรียมนำเสนอบีเอ็มดับเบิลยู G 310 R มอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์ จากบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นแรกที่มีขนาดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 500 ซีซี สู่ลูกค้าชาวไทย ในช่วงกลางปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R จะสร้างคำจำกัดความใหม่ให้กับเซกเมนต์นี้ ในฐานะมอเตอร์ไซค์สำหรับคนรุ่นใหม่ ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ และนักขับมอเตอร์ไซค์ทั้งหลาย ทั้งยังแสดงถึงศักยภาพการเติบโตของเราในอนาคต ต่อยอดความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในประเทศไทย อีกด้วย”

          นายกลด พิสิฐพิทย์ กรรมการผู้จัดการ สยาม มอเตอร์ราด กล่าวว่า “เรายินดีที่ได้ร่วมในเครือข่ายแห่งความแข็งแกร่งในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างเราและบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวโชว์รูมแห่งแรกของสยาม มอเตอร์ราด ในจังหวัดภูเก็ต หนึ่งในจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และเรายังให้บริการครอบคลุมในเขตภาคใต้ตอนล่างนี้ซึ่งนับเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ที่มีฐานลูกค้าของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ด้วยความเข้าใจในสิ่งที่ลูกค้าของเราต้องการที่จะได้รับ ทั้งผลิตภัณฑ์และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า เราจึงมั่นใจว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในตลาดนี้ และสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้ในระยะยาว”

สยาม มอเตอร์ราด ภูเก็ต โชว์รูมและศูนย์บริการอันล้ำสมัย พร้อมมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้า

         โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรสยาม มอเตอร์ราด ภูเก็ต ครอบคลุมพื้นที่กว่า 800 ตารางเมตร ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 20 ล้านบาท จึงสามารถมอบบริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขายที่ตรงตามมาตรฐานระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในทุกด้าน โดยตัวอาคารและพื้นที่แสดงมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับประสบการณ์ที่มีต่อแบรนด์ให้กับลูกค้า สามารถจัดแสดงมอเตอร์ไซค์ทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย ในขณะที่โซนจัดแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และโซนรับรองลูกค้าได้รับการจัดวางและออกแบบโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายสูงสุดของลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เป็นหัวใจสำคัญ

          สยาม มอเตอร์ราด มีพนักงานให้คำปรึกษาทางด้านการขายและบริการหลังการขาย ซึ่งได้รับการอบรมจากบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตามมาตรฐานในระดับเดียวกันกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทั่วโลก พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อมอบความประทับใจเหนือระดับให้กับลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดทุกท่าน

          สยาม มอเตอร์ราด ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 24/73-77 ม.5 ต. รัษฎา อ. เมือง จ. ภูเก็ต 83000 โทรศัพท์ 076-685-320

          หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ศูนย์บริการ และกิจกรรมต่างๆ ของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.bmw-motorrad.co.th หรือที่เฟสบุ๊คแฟนเพจ www.facebook.com/BMWMotorradTH

 

            Tesla ยืนยันว่าการผลิต Model 3 จะเริ่มต้นในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งบริษัทกำลังมองหาการสนับสนุนด้านเงินทุนเพื่อเข็นมันออกสู่ตลาด

         กลุ่มตรีเพชรโดยบริษัท  ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด  ร่วมกับมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ  และผู้จำหน่ายอีซูซุ ทั่วประเทศสานต่อกิจกรรม “อีซูซุ วี-ครอส พลังดี...เปลี่ยนโลก” นำพลังน้ำใจลงพื้นที่ช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ตอกย้ำปรัชญาในการดำเนินธุรกิจอีซูซุในประเทศไทย ที่เรียกว่า “วิถีอีซูซุ” นั่นคือ ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา  ในจังหวัดนครศรีธรรมราช  และจังหวัดสุราษฎร์ธานี

         คุณปนัดดา เจณณวาสิน  กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และรองประธานกรรมการมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ  กล่าวว่า  “เรารู้สึกห่วงใยผู้ประสบอุทกภัยเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมที่ภาคใต้ครั้งนี้  เราได้ส่งทีมช่างอีซูซุผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย บริจาคเงินและสิ่งของผ่านสื่อมวลชนและหน่วยงานราชการหลายแห่ง  อีกทั้งผู้จำหน่ายอีซูซุยังได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และให้ความช่วยเหลือพิเศษต่อลูกค้าผู้ใช้รถอีซูซุอีกด้วย นอกจากนี้หลังจากน้ำลด เรายังได้จัดขบวนคาราวาน “อีซูซุ วี-ครอส พลังดี...เปลี่ยนโลก” นำคณะผู้บริหาร พนักงาน และผู้จำหน่ายอีซูซุลงพื้นที่ร่วมบริจาคเงิน สิ่งของจำเป็นต่างๆ รวมถึงวัสดุอุปกรณ์เพื่อร่วมฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากอุทกภัยครั้งนี้และยังคงรอคอยความช่วยเหลือที่อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช และอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี”

         กิจกรรม  “อีซูซุ วี-ครอส พลังดี...เปลี่ยนโลก”  นำโดยคุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์  กรรมการ  บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด  ผู้จำหน่ายอีซูซุในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช 3 บริษัท และพนักงานร่วมลงพื้นที่อำเภอชะอวด  จังหวัดนครศรีธรรมราช  เพื่อมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 419,500 บาท รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ และสิ่งของที่จำเป็นต่างๆ ให้แก่อำเภอชะอวด รวมทั้งลงพื้นที่ฟื้นฟูโรงอาหารและรั้วโรงเรียนบ้านปากบางกลม ด้วยความร่วมมือพิเศษจากวิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราชในการนำคณะอาจารย์และนักเรียนกว่า 30 คนร่วมทำกิจกรรมเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา  ซึ่งผู้ร่วมคาราวาน “อีซูซุ วี-ครอส พลังดี...เปลี่ยนโลก” ต่างร่วมกันคนละไม้คนละมือทำความสะอาดพื้นที่โรงเรียน  ช่วยทาสีรั้วโรงเรียน  ทาสีอาคารอเนกประสงค์  สร้างเวทีกิจกรรม  รวมทั้งเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียนอีกด้วย

         โรงเรียนบ้านปากบางกลมถูกน้ำท่วมสูงถึง 1.60 เมตร และโรงเรียนโดนน้ำท่วมถึง 2 รอบในระยะเวลาห่างกันเพียง 1 เดือน ทำให้เกิดความเสียหายทั้งต่ออาคารเรียน อาคารอเนกประสงค์ รั้ว และอุปกรณ์การเรียนการสอนได้รับความเสียหายหนัก ถึงแม้จะมีความช่วยเหลือเข้ามาจากหลายทางแต่ก็ไม่เพียงพอ โรงเรียนต้องขอขอบคุณอีซูซุที่มาร่วมฟื้นฟูโรงเรียนให้เหมือนใหม่อีกครั้ง กล่าวโดยคุณขวัญจิตต์ เนียมเกตุ  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากบางกลม และล่าสุดในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา “อีซูซุ วี-ครอส พลังดี...เปลี่ยนโลก” นำโดยคุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ได้ลงพื้นที่อีกครั้งที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับผู้จำหน่ายอีซูซุในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน  มอบเงินบริจาคจำนวน 209,500 บาท และสิ่งของที่จำเป็นต่างๆ ให้แก่อำเภอกาญจนดิษฐ์  โดยได้รับเกียรติจากคุณอวยชัย อินทร์นาค ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีมารับมอบด้วยตนเอง หลังจากนั้น คาราวาน “อีซูซุ วี-ครอส พลังดี...เปลี่ยนโลก” ก็ได้เดินทางต่อไปโรงเรียนวัดคงคาล้อม เพื่อมอบเงินในการจัดทำรั้วโรงเรียนมูลค่า 170,000 บาท  และสิ่งของจำเป็น  พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวัน

         ทั้งผู้อำนวยการโรงเรียน อาจารย์ และนายก อบต.คลองสระต่างเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าน้ำป่าท่วมอย่างรวดเร็ว สูงถึงเมตรกว่าๆ ถึงแม้จะท่วมไม่กี่ชั่วโมงแต่ด้วยความเร็วของกระแสน้ำทำให้ทิ้งความเสียหายไว้ให้กับโรงเรียนเป็นอย่างมาก มีหลายหน่วยงานเข้ามาเยี่ยมเยียนโรงเรียนและบริจาคสิ่งของบรรเทาทุกข์  แต่อีซูซุเป็นหน่วยงานแรกที่เข้ามาช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่อย่างจริงจัง

         “อีซูซุภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นหน่วยงานแรกที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือที่โรงเรียนวัดคงคาล้อมแห่งนี้ และเราจะมุ่งมั่นทำสิ่งดีๆ ต่อไปเพื่อเป็นนิติบุคคลที่ดีของสังคมไทย” คุณวิชัย กล่าวทิ้งท้ายก่อนเดินทางออกจากโรงเรียน

         กิจกรรม “อีซูซุ วี-ครอส พลังดี...เปลี่ยนโลก” ตั้งขึ้นเพราะเชื่อว่าพลังแห่งความดี จะสามารถเปลี่ยนแปลงให้เกิดสิ่งดีๆ ขึ้นบนโลกใบนี้ได้ “อีซูซุ วี-ครอส 4x4” พร้อมจะก้าวข้ามผ่านทุกอุปสรรคเพื่อสร้างพลังแห่งความดีในสังคมไทยต่อไป

Max 103Max 512Max 383

         บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ “เอ็มจี” แบรนด์รถยนต์ชั้นนำจากประเทศอังกฤษ จัดประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี ทั่วประเทศประจำปี 2560 โดยมี มร.สื่อ กั๋ว หย่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ มร.จาง ไห่ โป กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมงานพร้อมสรุปผลดำเนินงานในด้านต่างๆ ของ เอ็มจี ในปี 2559 รวมทั้งยังชี้แจงนโยบายและกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2560 โดยการจัดงานฯ ในครั้งนี้ได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "MG Growing Together" พร้อมกันนี้ ยังมีพิธีมอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม และผู้จำหน่ายที่สามารถบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานด้านต่างๆ ประจำปี 2559 อีกด้วย โดยภายในงานฯ มีคณะผู้บริหารและผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี กว่า 160 คนเข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมใหญ่ โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช พัทยา เมื่อเร็วๆ นี้

          นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจี ในประเทศไทยกำลังก้าวสู่เป้าหมายสำคัญขององค์กรฯ ด้วยการเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ยอดนิยม 1 ใน 5 ของประเทศไทยภายในปี 2563 ทั้งนี้ด้วยยอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยมีความมั่นใจและเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ตลอดจนการบริการของ เอ็มจี มากยิ่งขึ้น ซึ่งความสำเร็จในปี 2559 ที่ผ่านมาถือเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของ เอ็มจี ในการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิม พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบทุกเซกเม้นต์ รวมถึงการพัฒนารูปแบบการให้บริการเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้เป้าหมายการขายของรถยนต์ เอ็มจี ในปี 2560 ได้ตั้งเป้าไว้ที่ 20,000 คัน พร้อมการเปิดศูนย์บริการมาตรฐานให้ได้ครบ 90 แห่งทั่วประเทศ”

         ปัจจุบัน เอ็มจี มีจำนวนผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี ทั้งหมด 55 แห่งทั่วประเทศ โดยอยู่ระหว่างการก่อสร้างเพิ่มอีก 29 แห่ง ทั้งนี้ เอ็มจี มีแผนงานที่ชัดเจนในการสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าด้วยการเร่งขยายและเปิดตัวผู้แทนจำหน่ายพร้อมศูนย์บริการมาตรฐานให้เพิ่มมากขึ้น โดยมุ่งหวังให้ครอบคลุมการให้บริการทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย ควบคู่ไปกับ “แพสชั่น เซอร์วิส” การให้บริการที่มอบสิทธิประโยชน์และความพึงพอใจสูงสุดให้แก่เจ้าของรถยนต์ เอ็มจี ทุกคน รวมทั้งการเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ เอ็มจี แห่งใหม่ ซึ่งมีกำลังการผลิตสูงสุดมากกว่า 100,000 คันต่อปี บนที่ดินจำนวน 437.5 ไร่ ภายในนิคมอุตสาหกรรมเหมราช อีสเทิร์น ซีบอร์ด 2 จังหวัดชลบุรี ที่จะสร้างแล้วเสร็จตามแผนงานในอีก 2 ปีถัดจากนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ เอ็มจี ในประเทศไทย มีบทบาทที่สำคัญในระดับนานาชาติ ด้วยการเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ เอ็มจี พวงมาลัยขวาทั้งระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในระดับสากล

         “กรุงศรี ออโต้” และ “คาร์ ฟอร์ แคช” นำโดย คุณไพโรจน์ ชื่นครุฑ (ที่ 3 จากขวา) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด มหาชน รับรางวัล “สุดยอดแบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค” ซึ่งจัดโดยนิตยสารแบรนด์เอจ ในประเภทสินเชื่อเช่าซื้อรถ และประเภทสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ตามลำดับ จากคุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ (กลาง) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมีคุณกฤติยา ศรีสนิท (ที่ 3 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน), คุณกุสุมาลย์ โลว์ศลารักษ์ (ที่ 2 จากขวา) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด ธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), คุณวันดี  ศรีมณฑล  (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด คาร์ ฟอร์ แคช ธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), คุณธนเดช กุลปิติวัน (ขวา) บรรณาธิการบริหาร นิตยสารแบรนด์เอจ และคุณพิชัย ศิริจันทนันท์ (ซ้าย) บรรณาธิการอำนวยการ นิตยสารแบรนด์เอจ ร่วมเป็นสักขีพยาน      

         กรุงเทพฯ, 23 กุมภาพันธ์ 2560 – “กรุงศรี ออโต้” ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัล “สุดยอดแบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค” จากผลการทำวิจัย Thailand’s Most Admired Brand & Why We Buy ของนิตยสารแบรนด์เอจ  ตอกย้ำความสำเร็จในการเป็นแบรนด์ที่ครองใจลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกจุดบริการ  โดยแบรนด์ “กรุงศรี ออโต้” และ “คาร์ ฟอร์ แคช” ได้อันดับหนึ่งถึง 5 ปีซ้อนในประเภทสินเชื่อเช่าซื้อรถ และประเภทสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ตามลำดับ

         นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการกลยุทธ์สร้างแบรนด์ “กรุงศรี ออโต้” และ “คาร์ ฟอร์ แคช” ว่า “เราตระหนักดีว่าความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา กรุงศรี ออโต้ จึงให้ความสำคัญกับการรับฟังความต้องการของลูกค้า เพื่อนำกลับมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของเรา ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายได้ ตลอดจนมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกจุดบริการ  ส่งผลให้แบรนด์ ‘กรุงศรี ออโต้’ สามารถรักษาความเป็นผู้นำในการกำหนดทิศทางตลาดสินเชื่อยานยนต์ได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนแบรนด์ ‘คาร์ ฟอร์ แคช’ เรายึดมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง จนเป็นแบรนด์สินเชื่อเพื่อคนมีรถอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคมาได้อย่างยาวนาน”

         การจัดอันดับ Thailand’s Most Admired Brand 2017 โดยนิตยสารแบรนด์เอจ มอบให้กับแบรนด์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือจากผลวิจัย Thailand’s Most Admired Brand & Why We Buy โดยพิจารณาจากความเห็นของผู้บริโภคทั่วประเทศถึงปัจจัยที่มีผลต่อการซื้อสินค้า อาทิ ภาพลักษณ์องค์กร ภาพพจน์แบรนด์ พนักงานและตัวแทนจำหน่าย ราคาและโปรโมชั่น โฆษณาและการสื่อสาร

         เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทยเตรียมจัดงานโรดโชว์ “พลังขับ ที่วัดใจคุณ” ตลอดปี 2560 เปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้เข้าชมงานได้สัมผัสความโดดเด่นทั้งสมรรถนะการขับขี่ ความแข็งแกร่ง และความประณีตของรถกระบะโคโลราโด และรถเอสยูวีเทรลเบลเซอร์รุ่นใหม่

         “วิธีการที่ดีที่สุดที่ลูกค้าจะได้ทำความรู้จักกับโคโลราโดและเทรลเบลเซอร์คือการทดสอบขับและสัมผัสตัวรถอย่างใกล้ชิด กิจกรรมโรดโชว์ครั้งนี้มุ่งเน้นย้ำทุกคุณสมบัติที่โดดเด่นของโคโลราโดและเทรลเบลเซอร์ ทั้งเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น และระบบความปลอดภัยที่เหนือกว่า พร้อมทั้งข้อเสนอและโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงานเท่านั้น” คุณอุณา ตัน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประสบการณ์ลูกค้า เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย กล่าว

         คุณอุณา กล่าวเพิ่มเติมว่า “การทดสอบขับเป็นวิธีการที่ดีที่จะทำให้เราได้รู้จักกับรถแต่ละรุ่น แต่จะดียิ่งกว่าถ้าได้พิสูจน์สมรรถนะในสถานีการทดสอบขับที่ทางเชฟโรเลตได้จัดไว้ให้โดยเฉพาะ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสความโดดเด่นของโคโลราโดและเทรลเบลเซอร์ได้อย่างเต็มที่ ผู้เข้าชมงานจะได้มีโอกาสสัมผัสความปราณีตหรูหรา ความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และสมรรถนะ ดิฉันมั่นใจว่ารถกระบะและรถเอสยูวีระดับพรีเมียมสไตล์อเมริกันของเราจะมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและสนุกสนานให้กับผู้ที่ได้ทดลองขับทุกคน”

         ลูกค้าและผู้เข้าชมงานจะได้มีโอกาสทดสอบขับโคโลราโดและเทรลเบลเซอร์ผ่านสถานีการทดสอบสุดท้าทายหลากหลายรูปแบบเพื่อสัมผัสพละกำลังของเครื่องยนต์ การควบคุมที่แม่นยำ และช่วงล่างที่มั่นคง ตลอดจนเทคโนโลยีความปลอดภัย

         สถานีการทดสอบขับแบ่งออกเป็น 4 สถานี ได้แก่ สถานีเนินไต่ระดับและเนินขอนไม้ที่จะได้ทดสอบสมรรถนะ การควบคุม ช่วงล่าง ความนุ่มนวล และระบบความปลอดภัย สถานีไต่เนินสูงชันถึง 7 เมตรพิสูจน์แรงบิดสูงที่รอบเครื่องยนต์ต่ำ พร้อมกับทดลองใช้เทคโนโลยีควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descend Control) และระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน (Hill Start Assist) ของรถกระบะโคโลราโดและรถเอสยูวีเทรลเบลเซอร์

         สถานีการขับขี่แบบสลาลอม ลูกค้าและผู้เข้าชมงานจะได้มีโอกาสทดสอบระบบความปลอดภัยที่ก้าวล้ำของโคโลราโดและเทรลเบลเซอร์ ทั้งระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Alert) ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร (Lane Departure Warning) ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา (Side Blind Zone Alert) และระบบแจ้งเตือนการจราจรขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert) รวมถึงการทดสอบสมรรถนะการขับขี่และช่วงล่างที่มั่นคงแข็งแกร่ง

 สำหรับไตรมาสแรกของปีนี้ กิจกรรมโรดโชว์จะจัดขึ้นใน 3 จังหวัด ได้แก่

  • วันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ 2560 ที่อุบล สแควร์ (ข้างบิ๊กซี) จังหวัดอุบลราชธานี
  • วันที่ 4-5 มีนาคม 2560 ที่เดอะโรด ยูดีทาวน์ จังหวัดอุดรธานี
  • วันที่ 11-12 มีนาคม 2560 ที่บิ๊กซี คลองแห หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

         นอกจากการทดสอบขับโคโลราโดและเทรลเบลเซอร์ ลูกค้าและผู้เยี่ยมชมงานจะได้รับความตื่นเต้นไปกับ “อเมริกัน ดริฟท์” การแสดงสมรรถนะการขับขี่แบบดริฟท์และผาดโผนโดยนักขับมืออาชีพที่จะขับโคโลราโด และเทรลเบลเซอร์ด้วยความเร็วสูงผ่านโค้งแคบๆ เพื่อแสดงพละกำลัง เสถียรภาพ ความแม่นยำของพวงมาลัย และการขับขี่ที่ปราดเปรียวของรถกระบะและรถเอสยูวีของเชฟโรเลต

         โคโลราโดได้รับการออกแบบภายนอกและภายในให้มีความแข็งแกร่งและความประณีตผสานกันอย่างลงตัว เปี่ยมด้วยความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่เหนือกว่า ด้วยฟังก์ชั่นรีโมทสตาร์ท แอปเปิล คาร์เพลย์ และสิริอายส์ฟรี ที่มีเป็นครั้งแรกในรถกระบะระดับเดียวกัน

         โคโลราโดรุ่นใหม่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 4 สูบ ดีเซลเทอร์โบแปรผัน (Variable Geometry Turbocharger – VGT) 2.5 ลิตร ที่ถูกพัฒนาเพื่อสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้น ประหยัดน้ำมันยิ่งกว่า และลดมลพิษไอเสีย มีพละกำลัง 180 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 440 นิวตันเมตรที่รอบต่ำ 2,000 รอบต่อนาที

         นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกใหม่และการยกระดับความหรูหราภายในห้องโดยสาร เทรลเบลเซอร์รุ่นใหม่ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีและความปลอดภัยอย่างครบครัน เทรลเบลเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุดเป็นรถเอสยูวีรุ่นแรกในเซกเมนท์ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นรีโมท สตาร์ท แอปเปิล คาร์เพลย์ และสิริ อายส์ ฟรี รวมถึงกระจกหน้าต่างคู่หน้าเลื่อนลงเล็กน้อยเพื่อช่วยให้ปิดประตูง่ายยิ่งขึ้น และยังมาพร้อมระบบพวงมาลัยไฟฟ้า ซึ่งช่วยให้การบังคับเลี้ยวมีความสะดวกง่ายในช่วงความเร็วต่ำ และมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้น

         เทรลเบลเซอร์รุ่นใหม่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ ความจุ 2.5 ลิตร พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGT (Variable Geometry Turbocharger) ซึ่งได้รับการปรับแต่งเพื่อเพิ่มสมรรถนะ ความประหยัดน้ำมัน และลดมลพิษ

 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมเว็บไซต์ www.chevrolet.co.th หรือติดต่อผู้จัดจำหน่ายเชฟโรเลตทั่วประเทศ

Page 1 of 10