Items filtered by date: July 2016

          Honda ประเทศไทย เผยโฉม Accord Hybrid ใหม่ หวังก้าวเป็นผู้นำตลาดด้วยการเป็นรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีความปลอดภัยสูง


 Whatcar new Honda Accord hybridSUN 8786

          Honda Accord Hybrid ใหม่ ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก Honda Accord เจนเนอเรชันที่ 9 โดยผสมผสานเอกลักษณ์การออกแบบ "Exciting H Design" ทั้งดีไซน์ภายนอกและภายใน นอกจากนี้ New Accord Hybrid ยังได้พัฒนาระบบการขับเคลื่อนของเครื่องยนต์แบบ Full Hybrid ที่ให้กำลังการขับเคลื่อนสูงสุดทั้งระบบ 215 แรงม้า หรือ Honda เรียกระบบดังกล่าวว่า Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD)        

          ด้วยการออกแบบระบบขับเคลื่อนใหม่ ทำให้ Accord Hybrid สามารถทำการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว หรือ EV Drive Mode ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 120 กม./ชม. แต่ทว่าระยะทางที่ใช้แบตเตอรีนั้น Honda กล่าวว่ายังไม่ได้ทำการทดสอบอย่างจริงจัง รวมถึงระยะทางของน้ำมันหนึ่งถังของรถใหม่จะเคลื่อนที่ไปได้ 

Whatcar new Honda Accord hybridSUN 8776

          Honda ได้เผยตัวเลขความประหยัดของ Accord Hybrid ว่าสามารถทำตัวเลขได้มากถึง 23.8 กม./ลิตร สำหรับการทดสอบในห้องปฏิบัติการ ดังนั้นตัวเลขจะมากหรือน้อยกว่านี้ จะขึ้นอยู่กับการขับขี่ของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตามรถใหม่ยังคงดีเด่น ด้วยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่บรรยากาศที่มีตัวเลขต่ำเพียง 99 กรัม/กม. ซึ่งถือว่าทำได้ดีเทียบเท่ากับรถยนต์ยุโรปที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล

          นอกจากนี้แล้ว Honda Accord Hybrid ยังได้ยกระดับขีดความสามารถของตัวเอง ด้วยการเพิ่มอุปกรณ์พื้นฐานระบบความปลอดภัยที่เรียกกันว่า Honda Sensing อีก 4 แบบ และเหตุนี้ทำให้มันเป็นรถ D Segment ที่น่าสนใจในเวลานี้ 

Whatcar new Honda Accord hybridSUN 8784

          เสริมความไฮเทค ด้วยดีไซน์

          ดีไซน์ของ Honda Accord Hybrid  ยังคงไม่แตกต่างจากรุ่นเบนซินธรรมดาเท่าไหร่ ยกเว้นมีการตกแต่งในส่วนของไฟหน้า กระจังด้านหน้า รวมถึงไฟท้าย ที่มีการใส่ทริมเส้นสายสีฟ้า เพื่อแสดงถึงรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันในรุ่น Hybrid TECH  กันชนด้านท้ายจะดูมีความสปอร์ตมากกว่า และยังได้ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลายพิเศษ อีกทั้งด้านหลังคารถซีดาน ยังมีกระจกซันรูฟพร้อมทำงานด้วยการกดปุ่มครั้งเดียวให้มาเป็นมาตรฐานอีกเช่นกัน

Whatcar new Honda Accord hybridSUN 8809

          ภายในยังคงเดิม แต่หรูหราขึ้นอีกหน่อย

          การออกแบบภายในของ Honda Accord Hybrid ได้เพิ่มเบาะหนังสีน้ำตาลเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมจากรุ่นเครื่องยนต์แบบปกติ พร้อมตกแต่งแผงคอนโซล แผงประตูด้วยลายไม้ และสีดำเปียโนแบล็ค ส่วนเบาะนั่งฝั่งผู้ขับขี่ยังสามารถปรับด้วยไฟฟ้าถึง 8 ทิศทาง ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าจะปรับได้เพียง 4 ทิศทางเท่านั้น 

Whatcar new Honda Accord hybridSUN 8811

Whatcar new Honda Accord hybridSUN 8806

          Accord Hybrid ยังคงมีระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยรีโมทให้มาเป็นมาตรฐานเช่นเดิม ส่วนทางด้านระบบปรับอากาศยังเป็นแบบอัตโนมัติแยกสองส่วนอิสระ และยังมีระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลังอีกด้วย ส่วนพื้นที่สัมภาระท้ายมันใหญ่โตถึง 424 ลิตร และ Honda บอกว่า มันเพียงพอสำหรับถุงกอล์ฟขนาดใหญ่ถึง 4 ใบ

Whatcar new Honda Accord hybridSUN 8808

          มาทางด้านแผงคอนโซลด้านหน้า แน่นอนว่า  Accord Hybrid ไม่ได้แตกต่างจากรุ่นปกติเลย ส่วนด้านระบบสาระความบันเทิงหน้าจอสัมผัสขนาด 7.7 นิ้ว ยังคงรองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay รวมถึง Android Auto ในอนาคตอันใกล้ อีกทั้งเจ้าของรถยังสามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้ผ่านทางพวงมาลัยไฟฟ้า และมีแผงหน้าปัด i-MID ของแสดงผลข้อมูลทุกอย่างที่รถกำลังทำงานอยู่

Whatcar new Honda Accord hybridSUN 8794

          เครื่องยนต์ปรับใหม่เพื่อไฮบริด

          อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า Honda Accord Hybrid ได้พัฒนาเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร ให้มีความสามารถมากขึ้น และยังรองรับการขับขี่แบบไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ดั้งนั้นแล้วเครื่องยนต์ Earth Dream กำลัง 145 แรงม้า เมื่อประสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว จึงมอบพละกำลังทั้งหมดสูงสุดถึง 215 แรงม้า อีกทั้งรถซีดานของ Honda ยังมีตัวเลขแรงบิดดูเร้าใจกว่า 315 นิวตัน-เมตร และทำงานรวมกับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ที่ช่วยให้รถใหม่สามารถทำความประหยัดได้ถึง 23.8 กม./ลิตร จากห้องทดสอบ และปล่อยไอเสียต่ำระดับ 99 กรัม/กม.

Meter EV Drive Mode

          นอกเหนือจากที่ว่ามา รถ Accord Hybrid ยังมีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 3 แบบ ได้แก่ 1. EV Mode ระบบขับขี่ด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว 2. Hybrid Mode ระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าผสมผสานกับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร และโหมดสุดท้าย Engine Mode จะเป็นการทำงานของเครื่องยนต์เบนซินอย่างเต็มรูปแบบเท่านั้น

          ทั้งนี้ภายในรถ Honda ยังมีลูกเล่นเพิ่มความสนุกสำหรับการขับขี่อย่าง Sport Mode ให้มาอีกด้วย ซึ่งปุ่มนี้จะวางอยู่บริเวณด้านล่างคันเกียร์

Grade Level HYBRID

          เต็มไปด้วยระบบความปลอดภัย

          Honda Accord Hybrid มาพร้อมกับระบบ Honda Sensing ที่สงวนไว้ เมื่อตอนเปิด Accord รุ่นปกติเมื่อต้นปี 2016 ที่ผ่านมา ดังนั้นในรถใหม่จึงมีระบบความปลอดภัยพื้นฐานเหมือนกับรุ่นปกติทั้งหมด แต่จะโดดเด่นกว่าด้วยระบบความปลอดภัยเชิงปกป้อง และเชิงป้องกัน

          Honda Sensing ในรถ Accord Hybrid เป็นอีกหนึ่งระบบที่ใช้การทำงานระหว่างกล้องหน้ารถไว้อ่านวัตถุบนพื้นผิวการจราจร และมีเรดาร์คอยตรวจสอบระยะห่างของวัตถุกับตัวรถ ซึ่งในรถใหม่จะมีระบบความปลอดภัยอยู่ 4 แบบอันได้แก่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ และ ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ

Whatcar new Honda Accord hybridSUN 8817

          ราคาจำหน่าย

          Honda Accord Hybridมีให้เลือก 2 รุ่นเท่านั้น คือ รุ่น HYBRID ราคา 1,659,000 บาท และ รุ่น HYBRIDTECH อันเป็นรุ่นสูงสุดของ Accord เจนเนอเรชันที่ 9 มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,849,000 บาท นอกจากนี้ รถ Accord ยังมีสีให้เลือกอยู่ 4 สี ได้แก่ สีเทาเมทัลลิกโมเดิร์นสตีล สีเงินเมทัลลิกลูนาร์ สีขาวมุกออร์คิด (เพิ่มเงินอีก 12,000 บาท) และสีดำมุกคริสตัล (เพิ่มเงินอีก 8,000 บาท) ส่วนเบาะหนังภายในมีให้เลือกทั้ง สีน้ำตาล สีเบจ และสีดำ 

Lunar Silver Metalic

          กู๊ดเยียร์ ประเทศไทย จัดโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ซื้อยาง “เอฟฟิเชี่ยนกริป เอสยูวี” “แรงเลอร์ ทริปเปิ้ลแมกซ์” และ “แอชชัวแรนซ์ ทริปเปิ้ลแมกซ์” ครบ 4 เส้น ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน หรือจนกว่าสินค้าจะหมด จากศูนย์บริการกู๊ดเยียร์ที่ร่วมรายการ รับฟรี! ร่มกู๊ดเยียร์ขนาด 30” มูลค่า 500 บาท และได้รับสิทธิโปรแกรม "Worry Free ขับขี่ปลอดภัย" (Worry Free Assurance) ซึ่งประกอบด้วยบริการต่าง ๆ ดังนี้:

  • การดูแลความเสียหายจากสภาพถนน - มอบสิทธิเปลี่ยนยางฟรี เมื่อยางเกิดความเสียหายจากสภาพของถนน
    (อาทิหลุมบ่อตามถนน หรือรอยรั่วจากตะปู)
  • การบริการช่วยเหลือฉุกเฉินข้างทาง- บริการซ่อมยางตลอด 24 ชั่วโมง และบริการลากรถในกรณีที่ยางเกิดความเสียหายไม่สามารถขับเคลื่อนรถได้
  • ผ่อนชำระดอกเบี้ย 0 % - มอบแผนการผ่อนชำระพร้อมดอกเบี้ย 0 % สำหรับการซื้อยางที่ร่วมในรายการโปรแกรมขับขี่ปลอดภัย อุ่นใจ 3 ต่อ
  • รับประกันคุณภาพสินค้านาน 5 ปี– รับประกันคุณภาพของยางจากกระบวนการผลิต นาน 5 ปี
  • รับประกันความพึงพอใจ 14 วันไม่พอใจ เปลี่ยนใหม่ทันที - รับประกันความพึงพอใจ หากไม่พอใจในคุณภาพ
    ของยาง สามารถเปลี่ยนยางเป็นรุ่นอื่นทดแทนได้ทันที

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์โปรแกรม Worry Free ขับขี่ปลอดภัย (Worry Free Assurance) ได้ที่ โทร. 02-305-8585 หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.goodyear.co.th/wfa และสามารถเข้าไปดูรายละเอียดล่าสุดของ
สิทธิพิเศษและกิจกรรมต่างๆ ของกู๊ดเยียร์ ประเทศไทย ได้ที่

https://www.facebook.com/GoodyearThailand.

          บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ อีกขั้นของยนตรกรรมไฮบริด ด้วยเทคโนโลยีไฮบริดอันล้ำสมัยล่าสุดจากฮอนด้า Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ด้วยกำลังสูงสุดทั้งระบบ 215 แรงม้า เพิ่มความสนุกสนานเร้าใจในการขับขี่ด้วยโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต อีกทั้งสามารถขับขี่ในโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) ได้ต่อเนื่องและทำความเร็วได้สูงสุดถึง 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร พร้อมด้วยมิติใหม่ของเทคโนโลยีความปลอดภัย ภายใต้ Honda SENSING ซึ่งรวมฟังก์ชั่นความปลอดภัยขั้นสูงเข้าด้วยกัน เพื่อความมั่นใจในทุกการขับขี่ ลงตัวกับดีไซน์ที่หรูหราสง่างามและฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน

        นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ เป็นอีกหนึ่งยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยในทุกมิติ ผสานกับความหรูหราสง่างามของการออกแบบทั้งภายนอกและภายใน ผมจึงมั่นใจว่า ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ จะสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้นำยุคใหม่ ที่มองหาความแตกต่างอย่างเหนือระดับ ในยนตรกรรมที่สามารถสะท้อนภาพลักษณ์และวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำนำหน้าเหนือใคร”

         ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) ด้วยการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2 ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน 1.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ที่ให้ประสิทธิภาพสูงในการชาร์จและจ่ายกระแสไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215 แรงม้า สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างอัจฉริยะเพื่อให้เหมาะกับทุกสภาพการขับขี่ ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) ที่สามารถขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ต่อเนื่อง และทำความเร็วได้สูงสุดถึง 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) และเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้เข้าถึงอารมณ์การขับขี่ในสไตล์สปอร์ตที่สนุกสนาน เร้าใจ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ ได้เพิ่มโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Drive Mode) ด้วยการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเร่งทำความเร็วให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อน โดยผู้ขับขี่สามารถใช้งานได้เพียงกดปุ่ม Sport ที่อยู่บริเวณคันเกียร์ ระบบ Sport Hybrid i-MMD จึงเป็นระบบ Full Hybrid ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังแต่ยังให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 99 กรัม/กิโลเมตร

       โดยยังมาพร้อมกับมิติใหม่ของเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย Honda SENSING ที่ผสานการทำงานเรดาร์และกล้องด้านหน้า เพื่อตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน แล้วแจ้งเตือนผู้ขับขี่หรือช่วยควบคุมรถในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ขับและผู้โดยสารในรถ รวมถึงเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน ประกอบด้วย 4 ระบบ ดังนี้

1) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน - Adaptive Cruise Control (ACC) เป็นระบบที่ไม่เพียงแต่ช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ตามที่ผู้ขับขี่ได้ตั้งค่าไว้ แต่จะทำการตรวจจับระยะห่างและความเร็วของรถคันหน้า เพื่อปรับความเร็วของรถโดยอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างรถคันหน้าได้อย่างเหมาะสมตลอดเวลา

2) ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก- Collision Mitigation Braking System (CMBS) เมื่อมีรถอยู่ด้านหน้าในระยะที่ไม่ปลอดภัย ระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง รวมถึงมีการสั่นเตือนของพวงมาลัย
ในกรณีรถสวนทาง หากรถยนต์ยังเข้าใกล้ระยะที่เสี่ยงต่อการชน ระบบจะทำการเสริมแรงเบรก
โดยอัตโนมัติ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ ระบบ CMBS ยังได้รับการพัฒนา
ไปอีกขั้น ให้สามารถตรวจจับคนเดินถนนได้อีกด้วย

3) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ- Lane Keeping Assist System (LKAS) โดยกล้องด้านหน้าจะทำการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ และทำการหน่วงของพวงมาลัยเพื่อช่วยให้ผู้ขับควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถได้ตลอดเวลา

4) ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ - Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW) เมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนไปที่หน้าจอแสดงข้อมูลพร้อมสั่นเตือนที่พวงมาลัย และในกรณีที่รถออกนอกช่องทางมากขึ้น ระบบจะทำการหน่วงพวงมาลัย เพื่อช่วยดึงให้รถกลับเข้าสู่ช่องทาง หากรถยังคงเบี่ยงออกนอกช่องทางมากยิ่งขึ้น ระบบเบรกจะทำงานเพื่อชะลอความเร็วอย่างเหมาะสม (ในกรณีเส้นแบ่งถนนเป็นเส้นทึบ) เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

        และยังมาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครันรอบด้าน อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน(Honda LaneWatch) ช่วยลดจุดบอดในการมองเห็นของกระจกมองข้างด้านซ้าย ด้วยการจับภาพและแสดงผลผ่านหน้าจอขนาด 7.7 นิ้ว  กล้องส่องภาพด้านหลัง ปรับมุมมอง 3 ระดับ(Multi-angle Rearview Camera) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการถอย สามารถเลือกดูมุมกล้องที่แตกต่างกันได้ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบน ระบบไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light - ACL) ช่วยเพิ่มความสว่างด้านข้างของตัวรถ ขณะทำการเลี้ยวรถในเวลากลางคืน เสียงเตือนภายนอกรถขณะขับขี่โหมดมอเตอร์ไฟฟ้า (Acoustic Vehicle Alerting System - AVAS) และระบบถุงลม 6 ตำแหน่ง ประกอบด้วยถุงลมคู่หน้าอัจฉริยะ (Dual i-SRS) ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ (i-Side Airbag) และม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags) เพื่อความปลอดภัยและช่วยลดอาการบาดเจ็บของทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง

      การออกแบบภายนอกยังคงความหรูหราสง่างามและเพิ่มความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ด้วยไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) และไฟท้ายดีไซน์ใหม่แบบ LED ที่ตกแต่งด้วยกรอบสีฟ้า กระจังหน้าดีไซน์พิเศษตกแต่งด้วยเส้นสายสีฟ้า โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยสปอยเลอร์หลังและล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ต

      ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มอบความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบรองรับ Apple CarPlay พร้อมด้วยพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นที่ให้การควบคุมระบบต่างๆ ทำได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส และเพิ่มความหรูหราด้วยเบาะหนังสีน้ำตาลใหม่

       เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ มาพร้อมการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และพิเศษยิ่งขึ้น กับ Privilege Package ซึ่งขยายเวลาการรับประกันคุณภาพ หรือ Ultimate Care เพิ่มอีก 2 ปี  หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร และฟรีค่าบำรุงรักษา (ค่าแรง/ค่าอะไหล่/เช็คระยะ) เป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร สำหรับผู้ซื้อ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม ศกนี้

       ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น HYBRID ราคา 1,659,000 บาท และ รุ่น HYBRID TECH ราคา 1,849,000 บาท โดยมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีขาวออร์คิด (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) มาพร้อมสีภายในห้องโดยสาร 3 สี ได้แก่ สีเบจ สีดำ และสีใหม่ คือ สีน้ำตาล

      ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ของที่สุดแห่งยนตรกรรมไฮบริดจากฮอนด้าหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th/accordhybridและสำหรับท่านสื่อมวลชนสามารถติดตามความเคลื่อนไหวหรือดาวน์โหลดข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://media.honda.co.th

หมายเหตุ:      

- อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

- สีภายใน แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสีภายนอก

- สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่มเงิน 8,000 บาท และ สีขาวออร์คิด (มุก) เพิ่มเงิน 12,000 บาท

         ใหม่ล่าสุดกับนวัตกรรมหล่อลื่นที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีเฉพาะของ ปตท. พร้อมปกป้องเครื่องยนต์อย่างดีเยี่ยม ตอบสนองอัตราเร่ง อีกทั้งยังประหยัดเชื้อเพลิงและยืดอายุการเปลี่ยนถ่ายสูงสุดถึง 20,000 กิโลเมตร จำหน่ายแล้วทั่วประเทศ
 
        นายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย และ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น ปตท. รุ่นใหม่ล่าสุด “PTT Performa Euro Syn SAE 5W-30” สูตรสังเคราะห์แท้ 100% เกรด พรีเมี่ยมสำหรับรถยนต์นั่งยุโรปทั้งเครื่องยนต์เบนซินแบบ Turbo GDI และดีเซลคอมมอนเรลที่ติดตั้งอุปกรณ์บำบัดไอเสียแบบ DPF โดยพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีเฉพาะของ ปตท. “HFS Technology” และ “Di-Syn Protect”  ช่วยปกป้องเครื่องยนต์ได้มากกว่าน้ำมันเครื่องทั่วไป และยังสามารถรองรับกับเครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 5 อีกด้วย
 
        นายสรัญ เปิดเผยว่า ปตท. มีความมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นสูตรต่างๆ ให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยและทั่วโลกได้ใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นที่มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐานสากลในราคาที่เหมาะสมและทุกคนสัมผัสได้ ซึ่ง PTT Performa Euro Syn SAE 5W-30 ที่เปิดตัวในวันนี้ นับเป็นผลิตภัณฑ์หล่อลื่นตัวล่าสุดของ ปตท. ที่มีประสิทธิภาพสูงช่วยปกป้องเครื่องยนต์ได้อย่างดีเยี่ยม และช่วยให้เครื่องยนต์ตอบสนองการเร่งควบคู่ไปกับการประหยัดเชื้อเพลิง  อีกทั้งยังช่วยยืดอายุการเปลี่ยนถ่ายยาวนานเป็นพิเศษได้ถึง 20,000 กิโลเมตร
 
        นอกจากนี้ PTT Performa Euro Syn ผ่านมาตรฐานล่าสุดจากผู้ผลิตยานยนต์ยุโรปชั้นนำ อาทิ Mercedes Benz ; MB 229.51, BMW LL-04, VW 504 00/507 00 และ Porsche C30 รวมถึงยังได้รับมาตรฐานหล่อลื่นล่าสุดขององค์กรมาตรฐานสากล ได้แก่ ACEA C3-12 สำหรับรถยนต์ยุโรป และ API SN สำหรับรถยนต์ทั่วไป โดยได้ผ่านการทดสอบภาคสนามภายใต้สภาวะการใช้งานจริงของเมืองไทย โดยสถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท.
 
        นับเป็นอีกความมุ่งมั่นของ ปตท. ในการสร้างนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนองค์กรอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับประเทศ พร้อมนำพาแบรนด์ ปตท. ให้เป็นแบรนด์แห่งความภาคภูมิใจของคนไทย
 
        พบกับ PTT Performa Euro Syn ได้ที่ศูนย์บริการยานยนต์ FITAuto ร้านค้าผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์หล่อลื่น ปตท. และสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

จากอดีตสู่ปัจจุบัน จากมนต์เสน่ห์สู่ความหลงใหล จากอีคลาสโมเดลเดิมที่ดีกลับดียิ่งกว่าตามแนวทางของรถตราดาว เพราะ New E-Class โมเดลนี้เปี่ยมด้วยความงดงามตามแนวทางร่วมสมัย และยังขับขี่ได้ดีกว่าที่เคยเป็น ทั้งนี้การเทียบกับคู่แข่งก็ไม่ยากนัก หากแต่ว่ามันเด่นคนละสไตล์กัน

          Jaguar Land Rover (JLR) เจรจากับ Ford และ BMW เพื่อหารือการสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรีรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตร่วมกัน

          บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด แต่งตั้ง “ปนัดดา เจณณวาสิน” ขึ้นนั่งแท่น “กรรมการรองผู้จัดการ” (EXECUTIVE VICE PRESIDENT) 1 สิงหาคมนี้ นับเป็นผู้บริหารหญิงคนไทยคนแรกและคนเดียวที่มีตำแหน่งในระดับบอร์ดบริหารของบริษัทในกลุ่มอีซูซุมอเตอร์ และบริษัทมิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่นทั่วโลก ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงนโยบายที่ชัดเจนของตรีเพชรอีซูซุเซลส์ว่า “เพศ” ไม่ใช่บรรทัดฐานในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง

          “ปนัดดา เจณณวาสิน” เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการรถยนต์เมืองไทย และธุรกิจอีซูซุโลกถึงความสามารถ สไตล์การบริหารที่เน้นการสร้างทีม และเป็นตัวอย่างของนักการตลาดและนักประชาสัมพันธ์ที่หาตัวจับได้ยาก  อีกทั้งยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ “คิดให้ต่างอย่างอีซูซุ” ที่ประสบความสำเร็จมากมาย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตรีเพชรอีซูซุเซลส์เติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของประเทศไทย

          ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทในหน้าที่ตั้งแต่เริ่มทำงานกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดในปี 2520 ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานแห่งแรกและแห่งเดียวนั้น เส้นทางการทำงานของ “ปนัดดา เจณณวาสิน” ก็พิสูจน์ถึงความสามารถอันโดดเด่น จนทำให้ได้รับการแต่งตั้งเป็นหญิงเดียวคนแรกในบอร์ดบริหารญี่ปุ่นในปี 2544 ในตำแหน่งกรรมการบริหาร (DIRECTOR) รองกรรมการผู้จัดการ (VICE PRESIDENT) ในปี 2550 และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส (SENIOR VICE PRESIDENT) ในปี 2555  ยิ่งไปกว่านั้น ปนัดดา ยังดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร (DIRECTOR) ของบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด และบริษัท ตรีเพชรอินชัวร์รันส์เซอร์วิส อีกด้วย

          “ปนัดดา เจณณวาสิน” จบการศึกษาระดับระดับปริญญาโททางด้านการค้าระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยฮิโตสึบาชิ (HITOTSUBASHI UNIVERSITY) อันมีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น โดยทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (JAPANESE GOVERNMENT SCHOLARSHIP) และระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยม) จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อทำงานที่บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์นั้นได้รับอนุญาตให้ลางานไปศึกษาต่อปริญญาโทที่ประเทศญี่ปุ่นและกลับมาทำงานที่บริษัทเดิมจนถึงปัจจุบัน

          ระหว่างศึกษาระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยฮิโตสึบาชิ ซึ่งอยู่ในกรุงโตเกียวนั้น ปนัดดาได้ทำงานพิเศษเป็นผู้ประกาศวิทยุเรดิโอเจแปน (RADIO JAPAN) ของสถานีโทรทัศน์ NHK เป็นระยะเวลานานถึง 4 ปี และหลังจากจบการศึกษาแล้ว “ปนัดดา” ยังได้ฝึกงานทางด้านการตลาดโดยทุนของกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น (MINISTRY OF INTERNATIONAL TRADE AND INDUSTRY) เป็นเวลา 1 ปีที่บริษัทอีซูซุมอเตอร์ (ประเทศญี่ปุ่น) (ISUZU MOTORS LIMITED) บริษัท มิตซูบิชิคอร์ปอเรชั่น (MITSUBISHI CORPORATION) และบริษัท ได-อิจิ คิคากุ (DAI-ICHI KIKAKU CO.,LTD.) อีกด้วย

         นอกเหนือจากภารกิจที่ได้รับมอบหมายในปัจจุบันแล้ว “ปนัดดา”ยังได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษด้านการตลาดให้กับสถาบันชั้นนำ เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ตลอดจนการเขียนบทความด้านการตลาดในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ อันเป็นประโยชน์ต่อวงการธุรกิจอีกด้วย

        “ปนัดดา เจณณวาสิน” เคยได้รับรางวัลนักบริหารดีเด่น ปี 2548  สาขาธุรกิจยานยนต์ จากผลงานอันโดดเด่นในฐานะนักการตลาดหญิงของวงการรถยนต์เมืองไทย รางวัล “ศิษย์เก่าผู้ประสบความสำเร็จในวิชาชีพประจำปี 2550” คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ และรางวัล “ศิษย์เก่าดีเด่นประจำปี 2551” คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และรางวัล “บุคคลตัวอย่างในภาคธุรกิจยานยนต์ประจำปี 2553” จากมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

          บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์นั่งอันดับหนึ่งในประเทศไทย ด้วยยอดจำหน่ายสะสมสูงสุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 (มกราคม-มิถุนายน) จำนวนทั้งสิ้น 53,952 คัน (นับรวมฮอนด้า ซีอาร์-วี เอชอาร์-วี และบีอาร์-วี) จากยอดจำหน่ายตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งสิ้น 152,619 คัน (นับรวมรถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ ที่เสียภาษีในอัตราเดียวกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล) ทำให้ฮอนด้าครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 35.4%

        ในขณะที่ยอดจำหน่ายรถยนต์ในตลาดรวมมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 366,373 คัน ลดลง 0.7% เมื่อเปรียบเทียบกับยอดจำหน่ายรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 (369,109 คัน) ส่วนยอดจำหน่ายในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลลดลง 12% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (173,757 คัน) สำหรับฮอนด้ายังคงรักษายอดจำหน่ายให้อยู่ในระดับเดียวกันกับปี 2558 (54,793 คัน) และมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นจาก 31.5% ในปี 2558 เป็น 35.4% ในปีนี้ ทั้งนี้ เป็นผลจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา คือ บีอาร์-วี แอคคอร์ด และล่าสุด ซีวิค ใหม่ ที่ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีมาก ด้วยยอดจองรวมกว่า 15,000 คัน ภายในระยะเวลา 4 เดือน หลังการเปิดตัว และส่งมอบไปแล้วกว่า 10,000 คัน

          นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "แม้ว่าภาพรวมตลาดรถยนต์ และเศรษฐกิจอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นนำเสนอยนตรกรรมใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และยังมีส่วนช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ในประเทศไทยอีกด้วย จากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ทั้ง 3 รุ่นของฮอนด้า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาสำหรับในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ฮอนด้ายังมีอีก 1 รุ่น ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ คือ แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยีไฮบริดใหม่ล่าสุดจากฮอนด้า”

          สำหรับ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ เป็นยนตรกรรมที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีไฮบริด อันล้ำสมัย ที่ได้รับการพัฒนาให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้น และให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม มาพร้อมมิติใหม่ของเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย เพื่อความความมั่นใจในทุกการเดินทางกับ Honda SENSING โดยมีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้

          ฟอร์ดจัดทดสอบความเงียบภายในห้องโดยสาร ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ด้วยการแสดงสดของ The Accelerators วงดนตรีร็อคสกาจากประเทศออสเตรเลียในห้องปิดกั้นกึ่งไร้เสียงสะท้อน ณ ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ ฟอร์ด เอเชีย แปซิฟิก ใกล้เมืองเมลเบิร์น  เพื่อพิสูจน์ความเงียบของห้องโดยสารที่มอบความสะดวกสบายภายในที่เหนือชั้น

          ความเงียบภายในห้องโดยสารมาจากการใช้เทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวนของฟอร์ด (Active Noise Cancellation) ซึ่งทำงานคล้ายกับหูฟังซาวด์เบาว์ตัดเสียงรบกวนภายนอก ภายในฟอร์ด เอเวอเรสต์ ได้ติดตั้งไมโครโฟนเพื่อตรวจสอบเสียงที่มีความถี่ต่ำแบบเรียลไทม์ และสร้างคลื่นผ่านระบบเสียงเพื่อตัดเสียงรบกวน

        นอกจากนี้ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ยังมีกระจกหน้ารถที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษด้วยกระจกซับเสียงและแท่นเครื่องยนต์ไฮดรอลิกที่ช่วยลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวล ทั้งยังช่วยตัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารแม้อยู่ท่ามกลางสภาพจราจรที่มีเสียงดัง

      “การทดสอบด้วยการใช้วงดนตรีเล่นอยู่ใกล้กับเอเวอเรสต์ได้พิสูจน์ถึงความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน” เอเดรียน เชรเดอร์ วิศวกรอาวุโสฝ่าย Vehicle Powertrain NVH ฟอร์ด ออสเตรเลีย กล่าว “เมื่อปิดกระจกรถ เสียงเพลงจากวงดนตรีเล่นสดจะเบาลงและได้ยินเสียงเพียงเล็กน้อย ช่วยมอบประสบการณ์ความเงียบในห้องโดยสารเพื่อการขับขี่ที่สะดวกสบายเหนือระดับให้แก่ผู้ขับขี่ได้อย่างแท้จริง”

       สำหรับวิธีการทดสอบประสิทธิภาพของเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนของเอเวอเรสต์ วิศวกรฟอร์ดได้เลือกใช้ห้องปิดกั้นกึ่งไร้เสียงสะท้อนที่ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ ฟอร์ด เอเชีย แปซิฟิก ในประเทศออสเตรเลีย ห้องดังกล่าวเปรียบเสมือนสตูดิโออัดเสียงขนาดยักษ์ที่สามารถใช้ทดสอบขีดความสามารถของรถยนต์ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

      เครื่องวัดไดนาโมมิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลางของห้องทำงานคล้ายกับลู่วิ่งไฟฟ้าและทำให้รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยไม่มีการเคลื่อนที่แต่อย่างใด อุปกรณ์บันทึกที่มีความไวต่อเสียงได้ถูกติดตั้งทั้งด้านในและด้านนอกรถยนต์เพื่อวัดระดับเสียงที่เกิดขึ้น ซึ่งช่วยให้วิศวกรทดสอบเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนได้อย่างเต็มที่

      การทดสอบดังกล่าวเพื่อช่วยสร้างความมั่นใจได้อย่างสูงสุด ไม่ว่าคุณกำลังขับรถบนไฮเวย์หรือติดอยู่ในการจราจรอันน่าหงุดหงิดในเมือง หรือแม้กระทั่งกำลังขับฝ่าพื้นถนนที่ขุรขระ ด้วยห้องโดยสารภายในของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ทั้งเงียบและพร้อมมอบความสะดวกสบายอันสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกท่าน

สามารถรับชมวิดีโอได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=ZX6ce2jUsOQ

          ยางโตโย ไทร์ ลงสนามประชันความเร็ว และเร้าใจไปกับการโชว์สมรรถนะความยึดเกาะถนน ศึกการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ รายการโตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต 2016 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ สวนสาธารณะสะพานหิน จ. ภูเก็ต โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 รุ่นด้วยกัน คือ Vios One Make Race Lady Cup, Vios One Make Race, Corolla Altis One Make Race และ Hilux Revo One Make Race  ในงานนี้ โตโย ไทร์  ส่งยางโตโย ไทร์ รุ่นTOYO PROXES R1R และ TOYO PROXES T1R  ลงพิสูจน์สมรรถนะ  ซึ่งการแข่งขันเป็นไปอย่างเข้มข้น และตื่นเต้นตลอดเกมการแข่งขันกับการขับเคี่ยวของนักแข่งที่ลงสนามกว่า 60 คัน

          และนอกจากความสนุกสนานในเกมการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ตแล้ว ภายในงาน ยางโตโย ไทร์ ยังจัดส่ง
รถโมบาย เซอร์วิส ที่ส่งตรงจากกรุงเทพฯ มาบริการผู้ร่วมงานทุกท่าน สำหรับการตรวจสอบสภาพรถ และเช็คเติมลมยาง โดยทีมงานมืออาชีพ ชนิดที่เรียกว่าบริการผู้ร่วมงานกันแบบไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดทั้งงาน พร้อมกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ที่มาร่วมสร้างสีสันแบบตื่นตาตื่นใจให้ผู้ชมรอบสนามกันอย่างจุใจอีกด้วย

        โดยในสนามนี้ได้รับเกียรติจาก คุณปฎิภาณ อนันต์รัตนสุข ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ต.สยาม คอมเมอร์เชียล จำกัด ร่วมในพิธีเปิดการแข่งขัน พร้อมลงสนามร่วมให้กำลังใจทัพนักแข่งตลอดการแข่งขัน

Page 1 of 7