Items filtered by date: Monday, 12 June 2017

         Honda Civic Type R 2017 มีราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ 30,995 ปอนด์ (1,549,750 บาท) พร้อมวางขายอย่างเป็นทางการเดือนกรกฎาคมนี้ ส่วนเวอร์ชั่น GT เพิ่มอีก 2,000 ปอนด์ (100,000 บาท)

         บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำ ภาคการขนส่งหรือโลจิสติกส์ไทย จะพบทางรอด ต้องนำเทคโนโลยีปรับใช้กับการดำเนินงานเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะสอดรับกับนโยบาย โมเดลประเทศไทย 4.0” หรือ “Thailand 4.0” ของรัฐบาล ซึ่งในภาคการขนส่ง จะต้องปรับการดำเนินงานเข้าสู่ยุค Logistics 4.0 ด้วยเช่นกัน

         นายกำลาภ ศิริกิตติวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าจากนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาลที่ต้องการนำนวัตกรรมเข้ามาสนับสนุนภาคธุรกิจให้ยกระดับการผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในส่วนของภาคธุรกิจขนส่งนั้น ผู้ประกอบการจะต้องปรับทัพให้เข้ากับยุค Logistics 4.0 ด้วยเช่นกัน โดยจะต้องนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับการให้บริการเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม

         นายกำลาภ กล่าวว่าตลอดช่วงระยะหลายปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการขนส่งไทยมีแนวโน้มที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อเสริมประสิทธิภาพการขนส่งให้ดียิ่งขึ้น และลดความสูญเสียในระหว่างการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งเทคโนโลยีหลัก ๆ ได้แก่ Connected GPS ระบบเชื่อมต่อเพื่อติดตามข้อมูลการขนส่งอย่างเรียลไทม์ ซึ่งต่อมายังมีการปรับใช้เทคโนโลยี Logistics Cloud เพื่อเก็บคลังข้อมูล และนำ Big data มาใช้วิเคราะห์วางแผนด้านการขนส่งซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาที่สะสมมานานในอุตสาหกรรม เช่น การขับออกนอกเส้นทาง การใช้ความเร็วเกินกำหนด หรือแม้กระทั่งการเบิกค่าน้ำมันเกินอัตรา

IMG 4464

         ปัจจุบัน บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตและจัดจำหน่ายรถบรรทุกวอลโว่ ทรัคส์ และรถยูดี ทรัคส์ โดยรถวอลโว่ ทรัคส์ นั้นได้พร้อมติดตั้งระบบไดน่าฟลีท (Dynafleet) เป็นระบบสื่อสารดาวเทียมเทคโนโลยี ที่จะติดตามตำแหน่งรถและเก็บข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ของพนักงานขับรถที่สามารถรายงานผลไปยังศูนย์บัญชาการ และยังช่วยในการวางแผนการรับบริการ เพื่อให้รถได้วิ่งบนท้องถนนได้อย่างยาวนานที่สุด

         นอกจากนี้ วอลโว่ ทรัคส์ ยังมีเทคโนโลยีล้ำสมัยพร้อมให้เลือกติดตั้ง ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยเปลี่ยนช่องทางเดินรถ ระบบการตรวจวัดแอลกอฮอล์ด้วยการเป่าก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัตเมื่อมีการติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ สัญญานกันขโมยปกป้องทั้งตัวรถและหาง ระบบเบรกฉุกเฉินและอื่นๆ

         ในขณะที่รถยูดี ทรัคส์ นั้น มีการติดตั้งระบบเทเลเมติกส์ (Telematics) ช่วยตรวจสอบสถานะรถได้แบบเรียลไทม์และ มีเครื่องมือแจ้งเตือนด้านงานบริการ ตรวจสอบความผิดปกติของตัวรถผ่านระบบ สามารถให้ความช่วยเหลือในกรณีรถเสียได้อย่างรวดเร็วฉับไว ซึ่งจะนำไปสู่ผลประโยชน์ด้านค่าใช้จ่ายในระยะยาว

         “ระบบเหล่านี้ ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้วยการสร้างข้อมูลเชิงลึกเพื่อใช้วางแผนการขนส่งให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด นอกจากนี้จะช่วยให้พนักงานขับรถบรรทุกทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น และยังช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อีกด้วย” นายกำลาภ กล่าว

IMG 4469

         นายกำลาภ ยังกล่าวถึงตลาดรถบรรทุกขนาดใหญ่ในช่วงห้าเดือนแรกของปีนี้ยังไม่เป็นไปตามคาด ตลาดหดตัวลงเล็กน้อยที่ 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ทั้งนี้เพราะมีหลายปัจจัยลบที่กระทบต่ออุตสาหกรรมรถบรรทุกไม่ว่าจะเป็นการลงทุนภาคเอกชนลดลง โดยเฉพาะการลงทุนในสิ่งก่อสร้างที่ลดลงถึง 4.5% และการลงทุนในเครื่องมือเครื่องจักรที่ลดลง 0.3% ในไตรมาสแรกของปี ผนวกกับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและการใช้จ่ายภาครัฐที่ชะลอตัวลง และยังมีมาตรการรัฐบาลปี 2559 ที่กระตุ้นกำลังซื้อรถบรรทุกไปด้วยมาตรการลดหย่อนภาษี 2 เท่าของมูลค่ารถยนต์ส่งผลให้ดึงกำลังซื้อไปล่วงหน้า เหล่านี้มีผลทำให้ตลาดมีแนวโน้มหดตัวเล็กน้อยในช่วงครึ่งปีแรก

         จากตัวเลขรถจดทะเบียน 5 เดือนแรก จะเห็นทิศทางตลาดทั้งปีเป็นไปในทางลบ ซึ่งอาจแสดงได้ว่าตลาดรถบรรทุกขนาดใหญ่ของประเทศไทยปีนี้ น่าจะหดตัวลง 12% และรถบรรทุกขนาดกลางน่าจะหดตัว 9%  ณ สิ้นปี

         อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยที่เอื้อต่อการเติบโตของตลาดในครึ่งปีหลัง การประกาศขยายมาตรการลดหย่อนภาษี 1.5 เท่าของมูลค่าการลงทุนในยานพาหนะเพื่อการขนส่งจนถึงสิ้นปี ทั้งการเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล การเร่งดำเนินโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ Eastern Economics Corridor หรือ EEC ซึ่งภายใต้โครงการนี้ จะมีการก่อสร้างระบบถนนเพิ่มเติมถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะกระตุ้นให้ภาคการขนส่งให้เติบโต การส่งออกของปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์ที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้น รวมทั้งการปรับตัวดีขึ้นของภาคการเกษตร และการส่งออก หากปัจจัยเหล่านี้ขับเคลื่อนหรือเป็นไปตามแผน อาจจะทำให้ได้เห็นการพลิกฟื้นของตลาดไตรมาสที่ 3 และ 4 ก็เป็นได้

         ในขณะที่ยอดขายของวอลโว่ กรุ๊ป ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขายทั้งหมด 445 คัน มาจากวอลโว่ ทรัคส์ 119 คันและยูดี ทรัคส์ 326 คัน โดยมีส่วนแบ่งตลาดของทั้ง 2 แบรนด์ที่ 6% เหมือนปีก่อน

IMG 1743

         นายกำลาภ กล่าวปิดท้ายว่าเพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายในครึ่งปีหลัง ทั้งวอลโว่ ทรัคส์ และ ยูดี ทรัคส์ ได้วางแผนโหมจัดกิจกรรมเต็บสูบ ไม่ว่าจะเป็น การแข่งขันขับประหยัดน้ำมันวอลโว่ ทรัคส์ “ฟิววอท์ช ชาเลนจ์ 2017” เพื่อค้นหาสุดยอดนักขับจากไทยไปสู้ศึกที่ประเทศสวีเดน และการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของวอลโว่ทรัคส์ที่กำลังจะมีขึ้นเร็ว ๆ นี้

         ในด้าน ยูดี ทรัคส์ จะมีจัด ยูดี โครเนอร์ คาราวาน ไปยังจุดจอดหลักทั่วประเทศ และ ครั้งแรกกับการแข่งขัน UD Trucks Extra mile Challenge ที่จะมีจัดขึ้นในประเทศไทย เพื่อเฟ้นหานักขับไทยที่มีทักษะการขับขี่เป็นเลิศไปชิงแชมป์ต่อที่ประเทศญี่ปุ่น บอกได้เลยว่าวอลโว่กรุ๊ปเราสู้ไม่ถอยแน่นอน”

IMG 4412

         คอนติเนนทอล ไทร์ส หนึ่งในผู้นำด้านการผลิตยางรถยนต์ระดับโลกจากเยอรมัน เปิดตัวยางรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ล่าสุดจากไลน์ Gen6 ซึ่งออกแบบมาสำหรับการใช้งานในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค โดยเฉพาะ งานแถลงข่าวเปิดตัวยางรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ComfortContact CC6 และ UltraContact UC6 จัดขึ้นที่โรงแรมโอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ โดยยางรถยนต์รุ่น ComfortContact CC6 เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ขนาดเล็กหรืออีโค คาร์ มอบความรู้สึกเงียบ การขับขี่ที่นุ่มสบาย อายุการใช้งานยาวนาน และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ในขณะที่ UltraContact UC6 เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ขนาดกลาง มาพร้อมคุณสมบัติการควบคุมที่สมบูรณ์แบบบนถนนเปียก ให้การยึดเกาะสูงและอายุการใช้งานยาวนาน ตลอดจนมีระดับเสียงรบกวนต่ำ

DSC01070     

         ศิริวรรณ คูอัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ยางรถยนต์รุ่น Gen6 นับเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากไลน์ยางรถยนต์คอนติเนนทอลซึ่งเปิดตัวในปี 2017 นี้ ยางรถยนต์ทั้ง 2 รุ่น ComfortContact CC6 และ UltraContact UC6 ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานรถยนต์ขนาดเล็กและรถยนต์ขนาดกลาง รวมถึงพฤติกรรมการขับรถยนต์ของคนไทย ด้วยจุดแข็งเทคโนโลยีจากเยอรมันและการพัฒนาชิ้นส่วนรถยนต์ทำให้เราได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นๆ ในตลาด โดยจะเห็นได้ว่าหลายปีที่ผ่านมานี้คอนติเนนทอล ไทร์ส เริ่มได้รับความสนใจและได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้รถในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงหวังว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดเมืองไทย”

DSC01072

         ยางรถยนต์คอนติเนนทอล Gen 6 เน้นความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้ขับขี่ โดยรุ่น ComfortContact CC6 เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ที่เน้นความนุ่มสบายจากประสบการณ์การขับขี่ มอบการขับขี่ที่นุ่มสบายด้วย “Whisper Compound” ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนจากถนนเพื่อลดระดับเสียงรบกวนลง และการขับขี่ที่นุ่มสบายยิ่งขึ้นแม้จะใช้เครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูง ส่วนรุ่น UltraContact UC6 เน้นประสบการณ์การขับขี่ที่สมดุลในทุกสมรรถนะด้วยขอบลายดอกยางหลบมุมแบบเพชรและระบบระบายน้ำอย่างรวดเร็วเพื่อความปลอดภัยแม้ขับขี่บนถนนเปียก ด้วยระดับการยึดเกาะดีเยี่ยมและอายุการใช้งานยาวนาน  ผสมผสานด้วยส่วนผสมแบบเพชร ซึ่งช่วยให้มีระดับการยึดเกาะสูงสำหรับการเบรกและย่นระยะทางในการเข้าโค้ง

DSC01075

ยางรถยนต์ Gen 6 รุ่น UltraContact UC6

Product Packshot UC6

จุดเด่นผลิตภัณฑ์

  • การควบคุมที่สมบูรณ์แบบ
  • ระยะเบรกที่สั้นกว่าทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก
  • ให้การยึดเกาะสูงและอายุการใช้งานยาวนาน
  • ระดับเสียงรบกวนต่ำ

รายละเอียดเทคโนโลยี

  • ปลอดภัยยิ่งขึ้นแม้ขณะขับขี่บนถนนเปียก

ปลอดภัยยิ่งขึ้นแม้ขณะขับขี่บนถนนเปียก ร่องเล็กๆ บนดอกยางแบบ Aqua Channel ช่วยในการไล่น้ำออกจากร่องดอกยางอย่างรวดเร็วเมื่อสัมผัสพื้นถนน เพิ่มประสิทธิภาพของยางให้สามารถรีดน้ำได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น บนถนนเปียก ศูนย์กลางของยางคือจุดที่มีความเสี่ยงสูงสุดจากอาการเหิรน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว องค์ประกอบสำหรับการระบายน้ำที่ถูกพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษจึงอยู่ในตำแหน่งที่ช่วยดันน้ำออกอย่างรวดเร็วผ่านระบบท่อในร่องยาง

  • ระดับการยึดเกาะดีเยี่ยมและอายุการใช้งานยาวนาน

ส่วนผสมแบบเพชรที่ปรับปรุงใหม่ประกอบด้วยโพลีเมอร์สองชนิด โพลีเมอร์สำหรับการยึดเกาะแบบสั้นจะทำงานเมื่อยานพาหนะขับผ่านโค้งหรือขณะเบรก พลังงานดังกล่าวจะถูกเปลี่ยนเป็นความร้อนเพื่อการยึดเกาะสูงสุดและระยะเบรกที่สั้นลง โพลีเมอร์ที่มีอายุการใช้งานยาวนานจะถูกนำมาพันเข้าด้วยกันและเชื่อมต่อกันอย่างแน่นหนาซึ่งจะช่วยให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น

  • ระยะเบรกที่สั้นกว่าทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก

ขอบลายดอกยางหลบมุมแบบเพชรช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสของดอกยางเพื่อกระจายแรงเบรกอย่างสม่ำเสมอขณะเบรก ถ้าปราศจากขอบยางแบบหลบมุมดังกล่าวปุ่มลายดอกยางจะบิดตัวและสูญเสียการสัมผัสบางส่วนบนถนน บนถนนเปียก ขอบยางแบบเพชรทำหน้าที่ไล่น้ำออกจากบล็อคดอกยางเพื่อให้ได้ระยะเบรกที่สั้นลง

  • ระดับเสียงรบกวนต่ำ

ได้มีการนำระบบ Noise Breaker ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีมาใช้เพื่อช่วยป้องกันคลื่นเสียงในร่องดอกยาง เมื่ออากาศที่เป็นสาเหตุให้เกิดเสียงรบกวนเคลื่อนที่ผ่านร่องดอกยาง อากาศดังกล่าวจะสัมผัสกับระบบ Noise Breaker 2.0 ซึ่งจะถูกทำให้แตกตัวอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การขับขี่เงียบยิ่งขึ้น

ขนาดของผลิตภัณฑ์

  • ความกว้าง 185 – 255
  • อัตราส่วนหน้าตัด 40 – 65
  • ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 – 19
  • สัญลักษณ์ความเร็ว H-Y

 

ยางรถยนต์ Gen 6 รุ่น ComfortContact CC6

Product Packshot CC6

จุดเด่นผลิตภัณฑ์

  • เงียบ
  • ให้การขับขี่ที่นุ่มสบาย
  • อายุการใช้งานยาวนาน
  • ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

รายละเอียดเทคโนโลยี

  • เสียงรบกวนต่ำและระดับคลื่นเสียงที่เหมาะสม

ช่องดูดซับเสียงเป็นไปตามหลักการของตัวสะท้อนเสียง Helmholtz ช่องดูดซับเสียงที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเหล่านี้ถูกกำหนดตำแหน่งให้อยู่บนแก้มยางด้านในของดอกยาง เสียงรบกวนที่เกิดขึ้นระหว่างถนนและยางจะถูกกำจัดอย่างมีประสิทธิภาพขณะที่คลื่นอากาศผ่านเข้าออกช่องดูดซับเสียงจึงช่วยป้องกันการปล่อยเสียงรบกวนสู่ผู้โดยสาร ช่วยให้การขับขี่เงียบยิ่งขึ้น

  • ระดับเสียงรบกวนลดลง

ตัวลดเสียงรบกวน ‘0’ dB Eaters เป็นชิ้นส่วนที่ได้รับการออกแบบให้มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ในร่องดอกยางเพื่อแยกและกระจายคลื่นเสียงรบกวนเพื่อลดเสียงรบกวนจากถนน เพื่อให้การขับขี่เงียบยิ่งขึ้น ตัวลดเสียงรบกวนดังกล่าวจะทำให้คลื่นเสียงรบกวนที่เคลื่อนที่เข้ามาในร่องยางแตกตัวเพื่อลดระดับเสียงรบกวนที่วัดค่าด้วยหน่วยวัดเป็นเดซิเบล (dB)

  • การขับขี่ที่นุ่มสบาย

Whisper Compound CC6 คือส่วนประกอบของดอกยางที่เรียบยิ่งขึ้นซึ่งสามารถปรับให้เข้ากับความขรุขระของผิวถนนได้ดียิ่งขึ้นเพื่อความสะดวกสบายที่เหนือกว่า ส่วนประกอบดังกล่าวจะดูดซับแรงสั่นสะเทือนของยางเพื่อกระจายเสียงรบกวนจากถนน โดยจะลดเสียงรบกวนจากแรงกระแทกบนถนนดังนั้นยางจึงเคลื่อนได้นุ่มนวลยิ่งขึ้น

  • อายุการใช้งานยาวนานยิ่งขึ้น

อายุการใช้งานของดอกยางเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเชื่อมต่อโมเลกุลแบบปิดล็อคที่แข็งแรงจึงช่วยป้องกันการสึกหรอ โพลีเมอร์ถูกยึดเข้าด้วยกันด้วยโครงข่ายซัลเฟอร์ที่แข็งแกร่งทนทาน

ขนาดของผลิตภัณฑ์

  • ความกว้าง 175 – 255
  • อัตราส่วนหน้าตัด 45 – 70
  • ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 14 – 18
  • สัญลักษณ์ความเร็ว H-W

ศรวรรณ คอมพร กรรมการผจดการ บรษท คอนตเนนทอล ไทรส ประเทศไทย จำกด 1

         ทั้งนี้ ComfortContact CC6 ราคาเริ่มต้นเส้นละ 2,050 บาท UltraContact UC6 ราคาเริ่มต้นเส้นละ 4,000 บาท วางจำหน่ายผ่านร้านตัวแทนจำหน่ายคอนติเนนทอล ไทร์ส ทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.continental.co.th หรือ www.facebook.com/ContinentalTH