Ford Build For Quality

Saturday, 10 September 2016 14:05

SUN 0268 final

Ford

Build For Quality

เทคโนโลยี ความแข็งแกร่ง และสมรรถนะ คือสิ่งที่พวกเขามอบให้ผู้บริโภค

 

          เป็นเวลานับร้อยปี ที่ค่ายรถอเมริกันอย่าง ‘Ford’ ได้ส่งผลงานชิ้นเอกออกมาให้ผู้รักการขับขี่ยานยนต์อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ผสานเทคโนโลยี ความแข็งแกร่ง รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้รถของพวกเขามีเอกลักษณ์ชัดเจนต่างจากคู่แข่ง ดังสโลแกนที่ว่า ‘Go Further’ อันเปรียบได้กับการก้าวต่อไปแบบไม่หยุดยั้ง

           ทั้งนี้ที่เราได้กล่าวไป ก็เพื่ออยากให้ทุกท่านทราบว่า นิยามหรือจุดประสงค์ในการสร้างสรรค์ออกแบบรถยนต์สักคันโดยฟอร์ดนั้นเป็นอย่างไร เพราะเมื่อท่านรู้ ท่านเข้าใจ ท่านก็จะได้รับอีกมุมมองที่มีหลายด้าน เพื่อนำข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ไปพิจารณาด้วยตนเอง และวันนี้ ผู้ที่จะมาให้ข้อมูล ตลอดจนเรื่องราวความเป็นมาเป็นไปของฟอร์ด ก็คือ ‘’คุณวิกกี้ - ยุคนธร วิเศษโกสิน” ผู้ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย ซึ่งเธอพร้อมแล้วที่จะบอกเล่าสิ่งต่างๆ อันเป็นประโยชน์ให้ทุกท่านได้ทราบกัน

 

ภาพรวมตลาดรถยนต์

          ประเด็นแรกที่เราถามคุณวิกกี้ คือเรื่องสามัญที่ว่า เธอมองภาพรวมตลาดรถยนต์ในไทยเป็นอย่างไร? “ปีที่แล้วยอดขายรถยนต์ทำได้ประมาณ 799,000 คัน ซึ่งเรียกว่ายอดไม่เติบโตและกลับกลายเป็นหดตัวอีกต่างหาก ทว่ามีกลุ่มรถบางประเภทที่มียอดขายเพิ่มขึ้น ก็คือ Medium Large Utility ในชื่อเรียกเฉพาะของฟอร์ด หรือ SUV/PPV ในชื่อทั่วไป โดยจากเดิมรถกลุ่มนี้ทำตลาดได้รวมกัน 2 พันคัน แต่ปีที่แล้วยอดขายดีดขึ้นเป็น 15% ของตลาดทั้งหมด สาเหตุก็เพราะมีรถรุ่นใหม่เปิดตัวในตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเราที่เปิดตัว Ford Everest ใหม่ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคจนมึยอดจองและซื้อเป็นจำนวนมาก”

          “อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญภายในปี 2559 ที่ส่งผลต่อราคาจำหน่ายรถโดยตรงคือ โครงสร้างภาษีใหม่ที่อิงเกณฑ์ขนาดเครื่องยนต์แปรผันตามค่าการปล่อย CO2 นั่นจึงทำให้ปีที่แล้วมีลูกค้าจำนวนมากตัดสินใจซื้อรถ ก่อนที่ภาษีใหม่จะเริ่มบังคับใช้เมื่อต้นปี 2559 ที่ผ่านมา แต่พอเริ่มต้นเดือนมกราคมของปีนี้ ยอดขายรถในกลุ่มดังกล่าวก็กลับมาเป็นปกติที่ราว 10% ของตลาดรถยนต์ทั้งหมด”

           “สำหรับประเภทของรถที่เป็นยอดขายหลักภายในประเทศอย่างรถกระบะ ภาพรวมปี 2558 มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 42-43% นั่นเป็นผลมาจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ จากหลายค่าย ขณะเดียวกัน Ford Ranger ของเราก็ได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงชัดเจนในหลายส่วน อาทิ ดีไซน์ภายนอก ห้องโดยสารภายใน และสมรรถนะการขับขี่ นอกจากนี้ยอดขายตัว Ranger รุ่น Wildtrak หรือกระบะ 4 ประตูคันอื่นๆ จะมีสัดส่วนจำหน่ายในกรุงเทพฯ อยู่ที่ 50 % แล้วหากพูดถึงภาพรวมของรถกระบะที่จำหน่ายในกทม. 30% ต่างจังหวัด 70% ค่ะ”

           “ในส่วนของ City car หรือ B-Segment ยังคงรั้งอันดับสองของตลาดรถยนต์ โดยปีที่แล้วยอดขายทั้งหมดอยู่ราว 27% ซึ่งในส่วนของฟอร์ดก็สามารถขาย Ford Fiesta ได้ราว 3,000 คัน เหนือสิ่งอื่นใดเรายังมีรถในกลุ่ม B-SUV ที่เราเรียกว่า Mini Utility หรือ Small SUV และ Crossover ในตามแต่ละยี่ห้อรถ โดยช่วงไม่กี่ปีก่อนหน้า รถประเภทนี้มีส่วนแบ่งแค่ 2% เท่านั้น แต่พอผู้ผลิตรายอื่นเริ่มเปิดตัวรถใหม่มากขึ้น (มี 5 แบรนด์) สัดส่วนก็ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 6%”

 

SUN 0265 final 55555 

 

วิธีการสื่อสารกับผู้บริโภค

          หลังจากทราบเรื่องภาพรวมยอดขายรถยนต์ไปพอสังเขป เราจึงไม่รอช้าที่จะจุดประเด็นต่อไป ซึ่งหลายๆ คนก็คงทราบกันดีกว่า ในยุคปัจจุบันที่กระแสโซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือทางฝั่งตะวันตกเรียกว่า ‘Internet of things’ กำลังเป็นที่แพร่หลายในหมู่คนทุกเพศทุกวัย ดังนั้นบรรดาผู้ประกอบการในหลายกลุ่มธุรกิจจึงหันมาใช้สื่อนี้ เป็นช่องทางการสื่อสารระหว่างตนและผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งฟอร์ดเองก็ถือว่าเป็นค่ายรถเจ้าแรกๆ ที่ริเริ่มการใช้กลยุทธ์นี้ในการสื่อสารกับผู้ใช้รถ ต่อจากนี้ขอเชิญทุกท่านรับทราบและเข้าใจแนวทางของฟอร์ด โดยคุณวิกกี้เล่าว่า

         “ตลอดมาเราเน้นการสื่อสารกับผู้บริโภค ในเรื่องที่รถของเราเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก โดยเราเป็นแบรนด์รถยนต์รายแรกๆ ที่ริเริ่มการทำตลาดผ่านสื่อออนไลน์หรือดิจิตอลมาเก็ตติ้งเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเรามีกลยุทธ์การตลาดที่ใช้มานานแล้วว่า ‘Digital First’ ซึ่งถ้าเราจะเปิดตัวรถใหม่ แน่นอนว่าต้องมีเนื้อหาประชา- สัมพันธ์ทางอินเทอร์เน็ตซึ่งเยอะและน่าสนใจ”

          “ส่วนสาเหตุที่เราใช้กลยุทธ์นี้เป็นหลักก็เพราะ เวลาเรานำเสนอรถยนต์โมเดลใหม่ รถเหล่านั้นมักมีอุปกรณ์รวมถึงฟีเจอร์ล้ำสมัย ที่ในตอนนั้นรถส่วนใหญ่ในตลาดยังไม่มีการใส่เข้ามา หรือมีในเฉพาะรถราคาแพง เมื่อเป็นอย่างนั้นจึงต้องจัดทำเนื้อหาทั้งภาพ วีดีโอ และข้อความผ่านทางอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าใจความสำคัญตลอดจนวิธีใช้งานของสิ่งเหล่านั้นได้โดยง่าย”

          “นอกจากนี้ การสื่อสารระหว่างเรากับผู้บริโภคในแบบเดิม เช่น โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หรือนิตยสาร ยังไม่สามารถถ่ายทอดสิ่งต่างๆ ของเทคโนโลยีไปได้หมด เมื่อเป็นเช่นนั้นเราจึงเน้นช่องทางอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อหลัก ด้วยการใส่วีดีโอหรืออะไรก็ตามที่ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจเทคโนโลยีได้ โดยที่ไม่ต้องมานั่งอ่านให้ปวดหัว”

 

 SUN 0279 final

‘เราใช้การสื่อสารด้วยเนื้อหาดิจิทัล เพราะมันเข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลาย’

 

คุณภาพและความน่าเชื่อถือ

          เรื่องถัดมาที่ถ้าไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นได้แก่เรื่องความน่าเชื่อถือของตัวแบรนด์ คุณภาพของรถ รวมถึงศูนย์บริการและช่างผู้ดูแลรักษารถยนต์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้นับเป็นสิ่งสำคัญ ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร ไม่ว่าสิ่งดี ไม่ดี ข้อเสนอแนะต่างๆ เหล่านี้จะส่งต่อกระจายเป็นวงกว้างได้รวดเร็ว โดยต่อจากนี้คือถ้อยคำของคุณวิกกี้ที่มีต่อเรื่องดังกล่าว

          “คนทั่วไปมักนึกถึงฟอร์ดในเรื่องคุณภาพ เทคโนโลยี และความปลอดภัย แล้วถ้าพูดถึงเรื่องการบริการหลังการขายล่ะ จริงอยู่ที่รถคุณดีขนาดนี้ทว่าช่างในศูนย์บริการสามารถดูแลซ่อมแซมได้หรือไม่ นี่เป็นคำถามที่
ฟอร์ดโดนบุคคลทั่วไปถามอยู่เป็นประจำ”

 

SUN 0294 final

 

          “ทางฟอร์ดเองรับทราบเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนที่จะเอารถรุ่นใหม่ๆ มาจำหน่าย ซึ่งเราก็ได้อบรมบรรดาทีมช่างให้สามารถใช้เครื่องมือวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างชำนาญ เพราะการตรวจหาความผิดปกติก็แค่เสียบอุปกรณ์เข้ากับช่อง OBD II ในรถยนต์ จากนั้นโปรแกรมจะทำการตรวจหาสิ่งผิดปกติ พร้อมด้วยแสดงรายการที่ต้องแก้ไขให้ช่างทราบ อย่างไรก็ตามหากแก้ปัญหาไม่จบ เราก็มีช่องทางให้ช่างผู้แก้ไข ได้ปรึกษาด้านข้อมูลกับผู้ชำนาญในแต่ละส่วนของรถโดยตรง แล้วหากยังแก้ไม่ได้อีก เราจะส่งช่างผู้ชำนาญลงไปดูแลรถคันที่มีปัญหานั้นอย่างเร็วที่สุดค่ะ”